วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๒

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
,
๑.
บุพพการีและกตัญญูกตเวที ได้แก่บุคคลเช่นไร ? จงยกตัวอย่างมาสัก ๒ คู่
ตอบ
บุพพการี ได้แก่บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน กตัญญูกตเวที ได้แก่บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน
คู่ที่ ๑ มารดาบิดากับบุตรธิดา
คู่ที่ ๒ ครูอาจารย์กับศิษย์
คู่ที่ ๓ พระราชากับราษฎร
คู่ที่ ๔ พระพุทธเจ้ากับพุทธบริษัท ฯ (ตอบเพียง ๒ คู่)
๒.
อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนมีกี่อย่าง ? ข้อที่ว่า “ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์” นั้นคืออย่างไร ?
ตอบ
มี ๓ อย่าง ฯ คือ ผู้ปฏิบัติตามย่อมได้ประโยชน์โดยสมควรแก่ความปฏิบัติ ฯ
๓.
มูลเหตุที่ทำให้บุคคลทำความชั่ว เรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ? เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
เรียกว่า อกุศลมูล ฯ คือ ๑. โลภะ อยากได้ ๒. โทสะ คิดประทุษร้ายเขาและ๓. โมหะ หลงไม่รู้จริง ฯ เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรละเสีย ด้วยทาน ศีล ภาวนา ฯ
๔.
ปัญญาอันเห็นชอบอย่างไร จึงชื่อว่ามรรคในอริยสัจ ๔ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
ปัญญาอันเห็นชอบว่าสิ่งนี้ทุกข์ สิ่งนี้เหตุให้ทุกข์เกิด สิ่งนี้ความดับทุกข์ สิ่งนี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ ได้ชื่อว่ามรรค ฯ เพราะเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ฯ
๕.
ธรรมเป็นกำลัง ๕ อย่าง คืออะไรบ้าง ? ธรรม ๕ อย่างนั้น เรียกว่าอินทรีย์ เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๑. สัทธา ความเชื่อ
๒. วิริยะ ความเพียร
๓. สติ ความระลึกได้
๔. สมาธิ ความตั้งใจมั่น
๕. ปัญญา ความรอบรู้ ฯ
เรียกว่าอินทรีย์เพราะเป็นใหญ่ในกิจของตน ฯ
๖.
คารวะ คืออะไร ? มีกี่อย่าง ? ข้อว่า คารวะในความศึกษา หมายถึงอะไร ?
ตอบ
คือ ความเคารพ เอื้อเฟื้อ ฯ มี ๖ อย่าง ฯหมายถึง ความเคารพ เอื้อเฟื้อในไตรสิกขา ฯ
๗.
มละ คืออะไร ? เป็นศิษย์ได้ดีแล้วทำมึนตึงกับอาจารย์ จัดเข้าในมละอย่างไหน และควรชำระมละอย่างนั้นด้วยธรรมอะไร ?
ตอบ
มละคือมลทิน ฯ จัดเข้าใน มักขะ ลบหลู่คุณท่าน และควรชำระด้วยกตัญญูกตเวทิตา ความรู้คุณท่านแล้วตอบแทน ฯ
๘.
อบายมุข คืออะไร ? คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษอย่างไร ?
ตอบ
คือ ทางแห่งความเสื่อม ฯ คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษอย่างนี้ คือ
๑. นำให้เป็นนักเลงการพนัน
๒. นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
๓. นำให้เป็นนักเลงเหล้า
๔. นำให้เป็นคนลวงเขาด้วยของปลอม
๕. นำให้เป็นคนลวงเขาซึ่งหน้า
๖. นำให้เป็นคนหัวไม้ ฯ
๙.
ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบันเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ฯ มีดังนี้
๑. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจเครื่องเลี้ยงชีวิตก็ดี ในการศึกษาเล่าเรียนก็ดี ในการทำธุระหน้าที่ของตนก็ดี
๒. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือรักษาทรัพย์ที่แสวงหามาได้ด้วยความหมั่น ไม่ให้เป็นอันตรายก็ดี รักษาการงานของตน ไม่ให้เสื่อมเสียไปก็ดี
๓. กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว
๔. สมชีวิตา ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ไม่ให้ ฝืดเคืองนัก ไม่ให้ฟูมฟายนัก ฯ
๑๐.
มิจฉาวณิชชา คืออะไร ? การค้าขายเด็ก การค้าขายยาเสพติด การค้าขายเบ็ดตกปลา จัดเป็นมิจฉาวณิชชาข้อใด ?
ตอบ
มิจฉาวณิชชา คือการค้าขายไม่ชอบธรรม ฯ
การค้าขายเด็ก จัดเข้าในค้าขายมนุษย์
การค้าขายยาเสพติด จัดเข้าในค้าขายน้ำเมา
การค้าขายเบ็ดตกปลา จัดเข้าในค้าขายเครื่องประหาร ฯ

อนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๖

ปัญหาและเฉลยอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖
,
๑.
๑.๑ อนุพุทธองค์แรกสำเร็จเป็นพระภิกษุด้วยพระพุทธดำรัสว่าอย่างไร ?
๑.๒ อนุพุทธองค์นั้นได้เป็นพระโสดาบันและได้เป็นพระอรหันต์ เพราะได้ฟังพระธรรมเทศนาอะไร ?
ตอบ
๑.๑ ด้วยพระพุทธดำรัสว่า “ ท่านจงเป็นภิกษุมาเถิด ธรรมอันเรากล่าวดีแล้ว ท่านจงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด ” ฯ
๑.๒ ได้เป็นพระโสดาบัน เพราะได้ฟังธัมมจักกัปปวัตตนสูตร และได้เป็นพระอรหันต์ เพราะได้ฟังอนัตตลักขณสูตร ฯ
๒.
๒.๑ อนุปุพพีกถา คืออะไร ? ทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระพุทธประสงค์อย่างไร ?
๒.๒ พระสาวกผู้ได้ฟัง อนุปุพพีกถา ครั้งแรกคือใคร ? ณ ที่ไหน ?
ตอบ
๒.๑ คือ ถ้อยคำที่กล่าวโดยลำดับ ฯ ด้วยพระพุทธประสงค์เพื่อฟอกจิตกุลบุตรให้ห่างไกลจากความยินดีในกาม ควรรับพระธรรมเทศนาให้เกิดธรรมจักษุ เหมือนผ้าที่ปราศจากมลทิน ควรรับน้ำย้อมได้ ฉะนั้น ฯ
๒.๒ คือ ยสกุลบุตร ฯ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ฯ
๓.
๓.๑ ชฎิล ๓ พี่น้อง ชื่ออะไรบ้าง ? ใครได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีบริวารมาก ?
๓.๒ ท่านเหล่านั้นพร้อมบริวารได้บรรลุอรหัต เพราะฟังพระธรรมเทศนาอะไร ? ใจความย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
๓.๑ ชื่อ อุรุเวลกัสสปะ นทีกัสสปะ และคยากัสสปะ ฯ อุรุเวลกัสสปะ ฯ
๓.๒ เพราะฟังอาทิตตปริยายสูตร ฯ ใจความย่อว่า อายตนะภายใน อายตนะภายนอก วิญญาณ สัมผัส และเวทนาที่เกิดแต่สัมผัส เป็นของร้อน ร้อนเพราะไฟคือความกำหนัด ความโกรธ ความหลง และร้อนเพราะความเกิด ความแก่ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน เจ็บกาย เสียใจ คับใจ ฯ
๔.
จงตอบคำถามเกี่ยวกับพระอนุรุทธเถระ ดังต่อไปนี้
๔.๑
ก) ท่านเป็นโอรสของใคร ?
ข) เกี่ยวเนื่องกับพระบรมศาสดาอย่างไร ?
๔.๒
ก) ท่านออกบวชพร้อมกับใครบ้าง ?
ข) ได้รับยกย่องจากพระบรมศาสดาอย่างไร ?
ตอบ
๔.๑
ก) ของพระเจ้าศากยะพระนามว่า อมิโตทนะ พระมารดาไม่ปรากฏพระนาม ฯ
ข) เป็นพระโอรสของพระเจ้าอาของพระบรมศาสดา จึงนับเป็นพระอนุชาของพระบรมศาสดา ฯ
๔.๒
ก) พร้อมกับพระอุบาลี พระภัททิยะ พระภคุ พระกิมพิละ พระอานนท์ และพระเทวทัต ฯ
ข) เป็นผู้เลิศในทางมีจักษุทิพย์ ฯ
๕.
๕.๑ พระสารีบุตรได้บรรลุอรหัตผลช้ากว่าบริวาร เพราะเหตุไร ?
๕.๒ พระโมคคัลลานะ นิพพานที่ไหน ? อัฐิธาตุของท่านบรรจุไว้ที่ไหน ?
ตอบ
๕.๑ เพราะท่านเป็นผู้มีปัญญามาก ต้องใช้บริกรรมใหญ่ ซึ่งเปรียบด้วยการเสด็จไปข้างไหน ๆ แห่งพระราชา ต้องตระเตรียมราชพาหนะและราชบริพารที่จำเป็น จึงช้ากว่าการไปของคนสามัญ ฯ
๕.๒ นิพพานที่ตำบลกาฬสิลา แขวงมคธ ฯ อัฐิธาตุของท่านบรรจุไว้ที่เจดีย์ใกล้ซุ้มประตูแห่งเวฬุวนาราม ฯ
๖.
การศึกษาเป็นการพัฒนาชีวิตและสังคมให้ก้าวหน้าและก้าวไกล จึงอยากทราบว่า
๖.๑ พระเถระองค์ใด ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษา ?
๖.๒ ท่านได้รับการยกย่องเช่นนั้น เพราะมีปฏิปทาอย่างไร ?
ตอบ
๖.๑ พระราหุลเถระ ฯ
๖.๒ มีปฏิปทาอย่างนี้คือ ท่านตื่นขึ้นแต่เช้าแล้วกอบเอาทรายมาเต็มกำมือแล้วปรารถนาว่า ขอให้เราได้รับโอวาทคำสั่งสอนแต่สำนักพระทศพลและพระอุปัชฌาย์อาจารย์เท่าเม็ดทรายในกำมือเถิด แล้วตั้งใจศึกษา ตั้งใจปฏิบัติอย่างจริงจัง ด้วยปฏิปทาเช่นนี้แล จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษา ฯ
๗.
๗.๑ พระอานนท์ได้บรรลุโสดาปัตติผลเพราะได้ฟังโอวาทจากใคร ? และได้บรรลุอรหัตผลเมื่อไร ?
๗.๒ ท่านบรรลุอรหัตผลและนิพพาน ต่างจากพระสาวกองค์อื่นอย่างไร ?
ตอบ
๗.๑ จากพระปุณณมันตานีบุตร ฯ บรรลุอรหัตผลก่อนวันรุ่งขึ้นจะทำปฐมสังคายนา ฯ
๗.๒ การบรรลุอรหัตผลของท่านไม่ปรากฏว่าได้ในขณะยืน หรือเดิน หรือนั่ง หรือนอน ปรากฏว่าท่านได้ในระหว่างอิริยาบถ ๔ ท่านนิพพานบนอากาศ กลางแม่น้ำโรหิณีแล้วอธิษฐานให้สรีระของท่านแยกเป็น ๒ ภาค ให้ตกลงที่ฝั่งแม่น้ำฝั่งละภาค ฯ
ศาสนพิธี
๘.
๘.๑ ศาสนพิธีเล่ม ๒ แสดงอุโบสถกรรมไว้กี่ประเภท ? อะไรบ้าง ?
๘.๒ แต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
๘.๑ แสดงไว้ ๓ ประเภทคือ สังฆอุโบสถ ๑ ปาริสุทธิอุโบสถ ๑ อธิษฐานอุโบสถ ๑ ฯ
๘.๒ มีความแตกต่างกันดังนี้
๑) สังฆอุโบสถ คือ อุโบสถกรรมที่พระภิกษุตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปประชุมสวดพระปาฏิโมกข์
๒) ปาริสุทธิอุโบสถ คือ อุโบสถกรรมที่พระภิกษุน้อยกว่า ๔ รูป มีเพียง ๓ รูป หรือ ๒ รูป ร่วมกันทำเป็นการคณะ ให้แต่ละรูปบอกความบริสุทธิ์ของตน ๆ
๓) อธิษฐานอุโบสถ คือ อุโบสถกรรมที่พระภิกษุรูปเดียวทำเป็นการบุคคล ด้วยการอธิษฐานความบริสุทธิ์ใจของตนเอง ฯ
๙.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้
๙.๑ การเข้าพรรษา
๙.๒ การออกพรรษา
ตอบ
๙.๑ การเข้าพรรษา หมายถึง การที่ภิกษุผูกใจว่า จะอยู่ประจำเสนาสนะในวัดใดวัดหนึ่งตลอดเวลา ๓ เดือนในฤดูฝน ไม่ไปค้างแรมให้ล่วงราตรีในที่แห่งอื่น ระหว่างผูกใจนั้น เว้นแต่ไปด้วยสัตตาหกรณียะ ฯ
๙.๒ การออกพรรษา หมายถึง กาลที่สิ้นสุดกำหนดอยู่จำพรรษาของภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ มีพิธีเป็นสังฆกรรมพิเศษโดยเฉพาะ เรียกโดยภาษาพระวินัยว่า ปวารณากรรม คือการทำปวารณาของสงฆ์ผู้อยู่ร่วมกันตลอดเวลา ๓ เดือน ฯ
๑๐.
๑๐.๑ สามีจิกรรม หมายถึงอะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
๑๐.๒ การเทศน์ในปัจจุบันนิยมทำกันกี่ลักษณะ ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
๑๐.๑ หมายถึง การขอขมาโทษกันให้อภัยกัน ทุกโอกาสไม่ว่าจะมีโทษขัดข้องหมองใจกันหรือไม่ก็ตาม ถึงโอกาสที่ควรทำสามีจิกรรมกันแล้ว ทุกรูปไม่พึงละโอกาสเสีย ฯ มี ๒ แบบ คือ
๑) แบบขอขมาโทษ
๒) แบบถวายสักการะ ฯ
๑๐.๒ นิยมทำกัน ๔ ลักษณะ คือ
๑) เทศน์ในงานทำบุญ
๒) เทศน์ตามกาลนิยม
๓) เทศน์พิเศษ
๔) เทศน์มหาชาติ ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๕

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
,
อุฏฺฐานวโต สติมโต    สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน    อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ.
ยศย่อมเจริญ แก่ผู้มีความหมั่น มีสติ มีการงานสะอาด
ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.

(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๒ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๓ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๔

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
,
๑.
พระภิกษุผู้รักษาพระวินัยดีโดยถูกทางแล้ว ย่อมได้อานิสงส์อะไร ?
ตอบ
ย่อมได้อานิสงส์ คือ ความไม่ต้องเดือดร้อนใจ ฯ
๒.
สิกขา สิกขาบท และอาบัติ ได้แก่อะไร ?
ตอบ
สิกขา ได้แก่ ข้อที่ภิกษุควรศึกษา มี ๓ อย่าง คือ สีลสิกขา จิตตสิกขา และปัญญาสิกขา
สิกขาบท ได้แก่ พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ
อาบัติ ได้แก่ โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ฯ
๓.
อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติ มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ต้องด้วยไม่ละอาย ๑ ต้องด้วยไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นอาบัติ ๑ ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำ ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าควรในของที่ไม่ควร ๑ ต้องด้วยสำคัญว่าไม่ควรในของที่ควร ๑ ต้องด้วยลืมสติ ๑
๔.
ครุกาบัติ ที่แก้ไขได้ก็มี ที่แก้ไขไม่ได้ก็มี ที่แก้ได้ได้แก่อาบัติอะไร ที่แก้ไม่ได้ได้แก่อาบัติอะไร ?
ตอบ
ที่แก้ไขได้ ได้แก่อาบัติสังฆาทิเสส
ที่แก้ไขไม่ได้ ได้แก่อาบัติปาราชิก ฯ
๕.
ภิกษุแกล้งฆ่าสัตว์ให้ตาย ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
ฆ่ามนุษย์ให้ตาย ต้องอาบัติปาราชิก
ฆ่าอมนุษย์ให้ตาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ฆ่าสัตว์เดรัจฉานให้ตาย ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๖.
ไตรจีวรประกอบด้วยผ้าอะไรบ้าง ? ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวร ต้องปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
ประกอบด้วย ผ้าสังฆาฏิ ผ้าอุตตราสงค์ และผ้าอันตรวาสก ฯ ต้องสละไตรจีวรผืนที่อยู่ปราศจากนั้น แล้วแสดงอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ เมื่อได้รับผ้ากลับคืนมาแล้ว ต้องอธิษฐานใหม่ ฯ
๗.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้
๑. อติเรกจีวร
๒. จีวรกาล
๓. อนุปสัมบัน
ตอบ
๑. อติเรกจีวร หมายถึงจีวรที่ไม่ใช่จีวรอธิษฐาน
๒. จีวรกาล หมายถึงคราวที่เป็นฤดูถวายจีวร (คืออยู่จำพรรษาแล้ว
ถ้าไม่ได้กรานกฐิน นับแต่วันปวารณาไป ๑ เดือน
ถ้าได้กรานกฐิน เพิ่มออกไปอีก ๔ เดือนในฤดูหนาว)
๓. อนุปสัมบัน หมายถึงบุคคลที่มิใช่ภิกษุ ฯ
๘.
เภสัช ๕ ได้แก่อะไรบ้าง ? ภิกษุรับประเคนแล้วเก็บไว้ฉันได้กี่วันเป็นอย่างยิ่ง ?
ตอบ
ได้แก่ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ฯ
เก็บไว้ได้ ๗ วัน ฯ
๙.
ภิกษุฉันพลางทำกิจอื่นพลาง จะต้องอาบัติอะไรหรือไม่ ?
ตอบ
ต้องอาบัติทุกกฎ ฯ
๑๐.
อธิกรณ์ คืออะไร ? การตัดสินอธิกรณ์ตามเสียงข้างมาก เรียกว่าอะไร ?
ตอบ
คือ เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจะต้องจัดต้องทำ ฯ
เรียกว่าเยภุยยสิกา ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๔

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
,
ททมาโน ปิโย โหติ.
ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก.

องฺ ปญฺจก. ๒๒/๔๔.

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๖

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๖
,
๑.
๑.๑ เทสนา ๒ มีอะไรบ้าง ?
๑.๒ เทสนา ๒ อย่างนั้นต่างกันอย่างไร จงอธิบาย ?
ตอบ
๑.๑ มี ปุคคลาธิฏฐานา มีบุคคลเป็นที่ตั้ง ๑ ธัมมาธิฏฐานา มีธรรมเป็นที่ตั้ง ๑ ฯ
๑.๒ สอนยกบุคคลมาเป็นตัวอย่าง มีพระมหาชนกโพธิสัตว์เป็นต้น เหมาะกับผู้ใหม่ ยังมีความรู้น้อย ชื่อ ปุคคลาธิฏฐานา และการสอนที่ยกธรรมมาอธิบายอย่างเดียว เช่น สติ, สมาธิ, มรรค, ผล, นิพพาน ซึ่งเหมาะกับผู้มีพื้นฐานมาแล้วในระดับหนึ่ง ชื่อ ธัมมาธิฏฐานา ฯ
๒.
๒.๑ ญาณ ๓ ที่เป็นไปในอริยสัจ ๔ มีอะไรบ้าง ?
๒.๒ ญาณ ๓ ที่เป็นไปในทุกขนิโรธ มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
๒.๑
๑) สัจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้อริยสัจ
๒) กิจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจอันควรทำ
๓) กตญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจอันทำแล้ว ฯ
๒.๒
๑) ปรีชาหยั่งรู้ว่า นี้ทุกขนิโรธ จัดเป็นสัจจญาณ
๒) ปรีชาหยั่งรู้ว่า ทุกขนิโรธ เป็นสภาพที่ควรทำให้แจ้ง จัดเป็นกิจจญาณ
๓) ปรีชาหยั่งรู้ว่า ทุกขนิโรธ เป็นสภาพที่ควรทำให้แจ้ง ครั้นทำให้แจ้งแล้ว จัดเป็นกตญาณ ฯ
๓.
๓.๑ คำว่า “ โสดาบัน ” แปลว่าอะไร ?
๓.๒ พระอริยบุคคลชั้นโสดาบันนี้ ท่านละกิเลสอะไรได้ขาดบ้าง ?
ตอบ
๓.๑ โสดาบัน แปลว่า ผู้แรกถึงกระแสพระนิพพาน ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา จะตรัสรู้ในภายภาคหน้า ฯ
๓.๒ ท่านละสังโยชน์ได้ขาด ๓ อย่าง คือ
๑) สักกายทิฏฐิ
๒) วิจิกิจฉา
๓) สีลัพพตปรามาส ฯ
๔.
๔.๑ ในอปัสเสนธรรม ข้อว่า “ พิจารณาแล้วเสพของอย่างหนึ่ง ” คำว่า “ ของอย่างหนึ่ง ” ในข้อนี้ได้แก่อะไร ?
๔.๒ ผู้พิจารณาตามข้อ ๔.๑ นั้น ได้ประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
๔.๑ ได้แก่ ปัจจัย ๔ บุคคล และธรรม เป็นต้น ที่ทำให้เกิดความสบาย ฯ
๔.๒ ได้ประโยชน์อย่างนี้ คือ ทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ทำกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งขึ้น ทำกิเลสและอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เสื่อมไป ฯ
๕.
๕.๑ คำว่า ทักขิณา ในทักขิณาวิสุทธินั้น หมายถึงอะไร ?
๕.๒ ทักขิณาจะไม่บริสุทธิ์ และบริสุทธิ์ กำหนดรู้ได้อย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ หมายถึง ของทำบุญ ฯ
๕.๒ กำหนดรู้ได้อย่างนี้
ทั้งทายก ทั้งปฏิคาหกเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ ทักขิณานั้น ชื่อว่าไม่บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบริสุทธิ์ ชื่อว่าบริสุทธิ์ฝ่ายเดียว
ทั้งสองฝ่ายบริสุทธิ์ ชื่อว่าบริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย ฯ
๖.
๖.๑ ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่า มาร เพราะเหตุไร ?
๖.๒ กิเลสมาร และมัจจุมาร จัดเข้าในอริยสัจข้อใดได้หรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๖.๑ เพราะบางทีทำความลำบากให้ อันเป็นเหตุเบื่อหน่าย จนถึงฆ่าตัวตายเสียเองก็มี ฯ
๖.๒ ได้ ฯ กิเลสมาร จัดเข้าในทุกขสมุทัยสัจ เพราะเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ มัจจุมาร จัดเข้าในทุกขสัจ เพราะเป็นตัวทุกข์ ฯ
๗.
บุคคลผู้มีปกติต่อไปนี้ จัดเข้าในจริตอะไร ? จะพึงแก้ด้วยธรรมข้อใด ?
๗.๑ ผู้มีปกติรักสวยรักงาม
๗.๒ ผู้มีปกตินึกพล่าน
ตอบ
๗.๑ จัดเข้าในราคจริต ฯ จะพึงแก้ด้วยเจริญกายคตาสติ หรืออสุภกัมมัฏฐาน ฯ
๗.๒ จัดเข้าในวิตักกจริต ฯ จะพึงแก้ด้วยเพ่งกสิณ หรือเจริญอานาปานสติ ฯ
๘.
๘.๑ พระสงฆ์ ในบทสังฆคุณ ๙ ท่านหมายถึงพระสงฆ์เช่นไร ?
๘.๒ คำว่า “อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง” คือปฏิบัติเช่นไร ?
ตอบ
๘.๑ หมายถึง พระสาวกผู้ได้บรรลุธรรมวิเศษ ฯ
๘.๒ คือไม่ปฏิบัติลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ประพฤติตรงต่อพระศาสดาและเพื่อนสาวกด้วยกัน ไม่อำพรางความในใจ ไม่มีแง่มีงอน ฯ
๙.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ?
๙.๑ อโหสิกรรม
๙.๒ กตัตตากรรม
ตอบ
๙.๑ กรรมให้ผลสำเร็จแล้ว ล่วงคราวแล้วเลิกให้ผล ดุจพืชสิ้นยางแล้ว เพาะไม่ขึ้น ฯ
๙.๒ คือ กรรมสักว่าทำ ได้แก่กรรมอันทำด้วยไม่จงใจ ฯ
๑๐.
๑๐.๑ ปังสุกูลิกังคะ องค์แห่งผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร คืออย่างไร ?
๑๐.๒ ธุดงค์ข้อใด ที่ภิกษุสมาทานสำเร็จด้วยอิริยาบถ ๓ คือ ยืน เดิน นั่ง ?
ตอบ
๑๐.๑ คือไม่รับจีวรจากทายก เที่ยวแสวงหาเฉพาะผ้าบังสุกุลมาเย็บย้อมทำจีวรใช้เอง ฯ
๑๐.๒ คือ เนสัชชิกังคะ องค์แห่งภิกษุผู้ถือการนั่งเป็นวัตร ถือเฉพาะอิริยาบถ ๓ คือ ยืน เดิน และนั่งเท่านั้น ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๖

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖
,
๑.
๑.๑ สิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ เรียกว่าอะไร ? มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๑.๒ ภิกษุล่วงละเมิดสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์นั้น ต้องอาบัติโดยตรงอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑.๑ เรียกว่าอภิสมาจาร ฯ มี ๒ อย่าง คือ เป็นข้อห้าม ๑ เป็นข้ออนุญาต ๑ ฯ
๑.๒ ต้องอาบัติโดยตรง ๒ อย่าง คือ ถุลลัจจัย ๑ ทุกกฏ ๑ ฯ
๒.
บริขารต่อไปนี้ได้แก่อะไรบ้าง ?
๒.๑ บริขารเครื่องบริโภค
๒.๒ บริขารเครื่องอุปโภค
ตอบ
๒.๑ ได้แก่ ไตรจีวร ผ้าปูนอน ผ้าเช็ดหน้าเช็ดปาก ผ้านิสีทนะ บาตร ฯ
๒.๒ ได้แก่ กล่องเข็ม เครื่องกรองน้ำ มีดโกน หินสำหรับลับ เครื่องสะบัดร่ม รองเท้า ฯ
๓.
๓.๑ การแสดงความเคารพได้แก่กิริยาเช่นไร ?
๓.๒ ภิกษุควรงดทำความเคารพกันในเวลาใดบ้าง ? จงตอบมา ๕ ข้อ
ตอบ
๓.๑ ได้แก่ การกราบไหว้ การลุกรับ การทำอัญชลี การทำสามีจิกรรม ฯ
๓.๒ ในเวลาดังต่อไปนี้ (ตอบมา ๕ ข้อ)
๑) ในเวลาประพฤติวุฏฐานวิธี คือ อยู่กรรมเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
๒) ในเวลาถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม
๓) ในเวลาเปลือยกาย
๔) ในเวลาเข้าบ้านหรือเดินอยู่ตามทาง
๕) ในเวลาอยู่ในที่มืดแลไม่เห็นกัน
๖) ในเวลาที่ท่านไม่รู้
๗) ในเวลาขบฉันอาหาร
๘) ในเวลาถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ฯ
๔.
๔.๑ ท่านห้ามไม่ให้จำพรรษาตลอด ๔ เดือนฤดูฝนนั้น เพราะเหตุไร ?
๔.๒ อีก ๗ วันจะถึงวันปวารณา ภิกษุทำสัตตาหกรณียะไปปวารณาที่วัดอื่น เธอจะได้รับอานิสงส์การจำพรรษาหรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๔.๑ เพราะต้องการเดือนท้ายฤดูฝนไว้เป็นจีวรกาล คราวแสวงหาจีวร คราวทำจีวรเพื่อผลัด ผ้าไตรจีวรเดิม ฯ
๔.๒ ได้รับอานิสงส์การจำพรรษาเหมือนกัน เพราะวันสุดท้ายแห่งวันจำพรรษาตกอยู่ในวันที่ ๗ ในที่อื่นบ่งให้กลับใน ๗ วันนั้นเพราะยังไม่สิ้นกำหนดวันจำพรรษา ฯ
๕.
๕.๑ ภิกษุพึงประชุมกันสวดพระปาฏิโมกข์ในวันเช่นไรบ้าง ?
๕.๒ กำลังสวดพระปาฏิโมกข์ค้างอยู่ หากมีภิกษุอื่นมาถึงเข้าจะปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ วันแรม ๑๕ ค่ำ หรือ ๑๔ ค่ำ และวันสามัคคี ฯ
๕.๒ ปฏิบัติอย่างนี้ คือ ถ้าภิกษุผู้มาใหม่มากกว่าต้องสวดใหม่ ถ้าเท่ากัน หรือน้อยกว่า พึงสวดส่วนที่เหลือต่อ ฯ
๖.
๖.๑ สังฆปวารณา คืออะไร ?
๖.๒ คำบอกปาริสุทธิว่าอย่างไร ?
ตอบ
๖.๑ คือ ปวารณาเป็นการสงฆ์ มีภิกษุประชุมตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป ฯ
๖.๒ ว่าดังนี้
สำหรับผู้แก่พรรษากว่าว่า “ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ” ว่า ๓ หน
สำหรับผู้อ่อนพรรษากว่าว่า “ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ” ว่า ๓ หน ฯ
๗.
ความประพฤติต่อไปนี้ จัดเข้าในอุปปถกิริยาข้อไหน ?
๗.๑ ชอบเล่นคะนอง ร้องรำทำเพลง
๗.๒ ชอบด่าว่า เสียดสี เปรียบเปรยเขา ยุยงให้เขาแตกกัน
ตอบ
๗.๑ จัดเข้าในข้ออนาจาร ความประพฤติไม่ดีไม่งาม ฯ
๗.๒ จัดเข้าในข้อปาปสมาจาร ความประพฤติเลวทราม ฯ
๘.
๘.๑ อุททิสมังสะ ได้แก่เนื้อเช่นไร ?
๘.๒ ภิกษุฉันเนื้องู เนื้อมนุษย์ ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
๘.๑ อุททิสมังสะ ได้แก่เนื้อที่เป็นกัปปิยะโดยกำเนิดและเขาทำให้สุกแล้ว แต่เป็นของที่เขาฆ่าเพื่อทำเป็นอาหารถวายพระภิกษุโดยตรง ฯ
๘.๒ ภิกษุฉันเนื้องู ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ ฉันเนื้อมนุษย์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ฯ
๙.
๙.๑ วินัยกรรม คืออะไร ? มีกี่อย่าง อะไรบ้าง ?
๙.๒ การทำวินัยกรรมมีจำกัดบุคคลหรือสถานที่ไว้อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๙.๑ คือ การทำกิจตามพระวินัย ฯ มี ๓ อย่าง คือ
๑) การแสดงอาบัติ
๒) การอธิษฐาน
๓) การวิกัป ฯ
๙.๒ มีจำกัดบุคคลหรือสถานที่ดังนี้
๑) แสดงอาบัติต้องแสดงแก่ภิกษุผู้มีสังวาสเสมอกัน
๒) อธิษฐานต้องทำเอง
๓) วิกัปต้องทำแก่สหธรรมิกทั้ง ๕ คือ ภิกษุ ภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรี รูปใดรูปหนึ่ง ฯ ส่วนสถานที่ห้ามไม่ให้ทำในที่มืด แต่ในที่นอกสีมา ก็ทำได้ ฯ
๑๐.
๑๐.๑ วิบัติของภิกษุในทางพระวินัยมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
๑๐.๒ จงให้ความหมายของวิบัติแต่ละอย่างนั้นพอได้ใจความ ?
ตอบ
๑๐.๑ มี ๔ คือ
๑) สีลวิบัติ
๒) อาจารวิบัติ
๓) ทิฏฐิวิบัติ
๔) อาชีววิบัติ ฯ
๑๐.๒
ความเสียแห่งศีล ชื่อว่าสีลวิบัติ
ความเสียมารยาท ชื่อว่าอาจารวิบัติ
ความเห็นผิดธรรมผิดวินัย ชื่อว่าทิฏฐิวิบัติ
ความเสียแห่งการเลี้ยงชีพ ชื่อว่าอาชีววิบัติ ฯ

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๔๔

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
,
๑.
๑.๑ คำว่า มาร และ บ่วงแห่งมาร หมายถึงอะไร ?
๑.๒ บุคคลจะพ้นจากบ่วงแห่งมารด้วยวิธีอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑.๑
คำว่า มาร หมายถึงกิเลสกาม คือเจตสิกอันเศร้าหมอง ได้แก่ ตัณหา ราคะ และอรติ เป็นต้น
คำว่า บ่วงแห่งมาร หมายถึงวัตถุกาม ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ
๑.๒
บุคคลล่วงบ่วงแห่งมารด้วยวิธี ๓ อย่างคือ
๑. สำรวมอินทรีย์ มิให้ความยินดีครอบงำในเมื่อเห็นรูปเป็นต้นอันน่าปรารถนา
๒. มนสิการกัมมัฏฐาน อันเป็นปฏิปักษ์แก่กามฉันท์ คือ อสุภะและกายคตาสติหรือมรณัสสติ
๓. เจริญวิปัสสนา คือพิจารณาสังขารแยกออกเป็นขันธ์ สันนิษฐานเห็นเป็นสภาพไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
๒.
๒.๑ ทุกขตา ความเป็นทุกข์แห่งสังขารนั้นกำหนดเห็นด้วยทุกข์กี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๒.๒ ความทุกข์ที่เกิดจากการต้องดิ้นรนต่อสู้ในการทำมาหากิน จัดเป็นทุกข์ชนิดไหน ?
ตอบ
๒.๑ ด้วยทุกข์ ๑๐ อย่างคือ
๑. สภาวทุกข์
๒. ปกิณกทุกข์
๓. นิพัทธทุกข์
๔. พยาธิทุกข์
๕. สันตาปทุกข์
๖. วิปากทุกข์
๗. สหคตทุกข์
๘. อาหารปริเยฏฐิทุกข์
๙. วิวาทมูลกทุกข์
๑๐. ทุกขขันธ์
๒.๒ จัดเป็นอาหารปริเยฏฐิทุกข์
๓.
๓.๑ การพิจารณาแลเห็นสังขารโดยไตรลักษณ์ จัดเป็นวิสุทธิอะไร ?
๓.๒ จงจัดวิสุทธิ ๗ ลงในไตรสิกขา ?
ตอบ
๓.๑ จัดเป็นทิฏฐิวิสุทธิ ความหมดจดแห่งความเห็น
๓.๒
๑. สีลวิสุทธิ จัดเป็นศีล
๒. จิตตวิสุทธิ จัดเป็นสมาธิ
๓. ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ญาณทัสสนวิสุทธิ จัดเป็นปัญญา
๔.
๔.๑ วัฏฏะในบาลีว่า วฏฺฏูปจฺเฉโท หมายถึงอะไร ? วัฏฏะนั้นจะขาดได้อย่างไร ?
๔.๒ บาลีแสดงปฏิปทาแห่งนิพพานว่า ” สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ ” ความว่า ” ภิกษุเธอจงวิดเรือนี้ ” คำว่า เรือ และ วิด ในบาลีนี้หมายถึงอะไร ?
ตอบ
๔.๑ วัฏฏะ หมายถึง ความเวียนเกิดด้วยอำนาจกิเลส กรรม และวิบาก วัฏฏะนั้นจะขาดได้ด้วยการละกิเลสอันเป็นเบื้องต้นเสีย
๔.๒
ก. คำว่า เรือ หมายถึงอัตภาพร่างกาย
ข. คำว่า วิด หมายถึงบรรเทากิเลส และบาปธรรมให้เบาบางจนขจัดได้ขาด
๕.
๕.๑ ในส่วนสังสารวัฏฏ์ สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็นอย่างไร ?
๕.๒ ในข้อนั้นมีอุทเทสบาลีแสดงไว้อย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็น ๒ คือสุคติ และทุคติ
๕.๒ มีอุทเทสบาลีแสดงว่า
ก. จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง
ข. จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้
๖.
๖.๑ คนโทสจริต มีอุปนิสัยเป็นอย่างไร ? จะแก้ด้วยการเจริญกัมมัฏฐานบทใด ?
๖.๒ การที่ท่านสอนให้เจริญเมตตาในตนก่อนแล้ว จึงแผ่ไปในชนอื่นนั้น มีเหตุผลอย่างไร ?
ตอบ
๖.๑ คนที่มีจิตมักฉุนเฉียวโกรธเคืองง่าย ๆ สันดานหนักไปในโทสะ มักก่อทุกข์โทมนัสให้แก่ผู้อื่น จัดเป็นคนโทสจริต มีโทสะเป็นเครื่องประพฤติเป็นปกติของตัว ควรเจริญกัมมัฏฐาน ๘ ประการ คือวัณณกสิณ ๔ กับพรหมวิหาร ๔
๖.๒ มีเหตุผลดังนี้ คือจะได้ทำตนให้เป็นพยานว่า ตนนี้อยากได้แต่ความสุข เกลียดชังทุกข์ และภัยต่าง ๆ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายอื่น ๆ ก็อยากได้สุข เกลียดชังทุกข์และภัยต่าง ๆ ฉันนั้น เมื่อเห็นดังนี้แล้ว จิตก็ปรารถนาให้สัตว์ทั้งสิ้นอื่น ๆ มีความสุขความเจริญ
๗.
๗.๑ วิปัลลาสคืออะไร ? จำแนกโดยวัตถุเป็นที่ตั้งมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๗.๒ จะถอนวิปัลลาสนั้นได้เพราะเจริญธรรมอะไร ?
ตอบ
๗.๑
คือ กิริยาที่ถือเอาโดยอาการวิปริตผิดจากความจริง มี ๔ อย่างคือ
๑. วิปัลลาสในของที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง
๒. วิปัลลาสในของที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข
๓. วิปัลลาสในของที่ไม่ใช่ตนว่าเป็นตน
๔. วิปัลลาสในของที่ไม่งามว่างาม
๗.๒
๑. วิปัลลาสในของที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง จะถอนได้ด้วยอนิจจสัญญา
๒. วิปัลลาสในของที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข จะถอนได้ด้วยทุกขสัญญา
๓. วิปัลลาสในของที่ไม่ใช่ตนว่าเป็นตน จะถอนได้ด้วยอนัตตสัญญา
๔. วิปัลลาสในของที่ไม่งามว่างาม จะถอนได้ด้วยอสุภสัญญา
๘.
๘.๑ ผู้เจริญสติปัฏฐานต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?
๘.๒ ผู้เจริญสติปัฏฐานสมบูรณ์เต็มที่แล้ว จะได้รับอานิสงส์เช่นใด ?
ตอบ
๘.๑ มีดังนี้
๑. อาตาปี มีความเพียรแผดเผากิเลส
๒. สมฺปชาโน มีสัมปชัญญะ
๓. สติมา มีสติ
๘.๒ ได้รับอานิสงส์ ๕ ประการดังนี้
๑.ได้ความบริสุทธิ์
๒.ได้ข้ามพ้นโสกะและปริเทวะ
๓.ได้ความดับไปแห่งทุกข์และโทมนัส
๔.ได้บรรลุธรรมที่ถูก
๕.ได้ทำให้แจ้งพระนิพพาน
๙.
๙.๑ การพิจารณากองลมหายใจเข้าออก เพียงแต่รู้ว่าสั้นยาว ดังนี้ จัดเป็นสติปัฏฐานข้อไหน ?
๙.๒ ในธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน หัวข้อธรรมที่จะนำมาพิจารณานั้นมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๙.๑ จัดเป็นกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
๙.๒ มี นิวรณ์ ๕ อุปาทานขันธ์ ๕ อายตนะ ๖ โพชฌงค์ ๗ และอริยสัจ ๔
๑๐.
๑๐.๑ อนิจจสัญญาในคิริมานนทสูตร มีใจความว่าอย่างไร ?
๑๐.๒ การพิจารณาอาทีนวสัญญาโดยย่อ ได้แก่พิจารณาอย่างไร ?
ตอบ
๑๐.๑ มีใจความว่า ” ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปในป่าก็ดี ไปที่โคนไม้ก็ดี ไปที่เรือนว่างเปล่าก็ดี ย่อมพิจารณาอย่างนี้ว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง ย่อมเป็นผู้พิจารณาเนือง ๆ โดยความไม่เที่ยงในอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ “
๑๐.๒ พิจารณาอย่างนี้ว่า ” กายนี้มีทุกข์มาก มีโทษมาก เหล่าอาพาธย่อมเกิดขึ้นในกายนี้ “

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
,
๑.
ธรรมมีอุปการะมากมีอะไรบ้าง ? ที่ว่ามีอุปการะมากนั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ
มี สติ ความระลึกได้ และสัมปชัญญะ ความรู้ตัว ฯ
เพราะทำให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการทำกิจการงานใด ๆ และเป็นอุปการะให้ธรรมเหล่าอื่นเกิดขึ้น ฯ
๒.
ในรัตนะ ๓ พระธรรม ได้แก่อะไร ? ให้คุณแก่ผู้ปฏิบัติตามอย่างไร ?
ตอบ
ได้แก่พระธรรมวินัยที่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ฯ
ย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว ฯ
๓.
พระโอวาทของพระพุทธเจ้า หรือที่เรียกกันว่าหัวใจพระศาสนา มีกี่ข้อ ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๓ ข้อ ฯ คือ
๑. เว้นจากทุกจริต คือประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติดีด้วยกาย วาจา ใจ
๓. ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลงเป็นต้น
๔.
ทุจริต คืออะไร ? ความเห็นว่าคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์ไม่มี บุญบาปไม่มี จัดเป็นทุจริตข้อไหน ?
ตอบ
คือ ประพฤติชั่วด้วยกายวาจาใจ ฯ
จัดเป็นมโนทุจริต ฯ
๕.
ไตรลักษณะ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
๑. อนิจจตา ความเป็นของไม่เที่ยง
๒. ทุกขตา ความเป็นทุกข์
๓. อนัตตตา ความเป็นของใช่ตนฯ
๖.
พรหมวิหาร ๔ มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฯ
เพราะเป็นธรรมเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่ ฯ
๗.
นักเรียนผู้ต้องการจะเรียนหนังสือให้ได้ผลดี จะนำอิทธิบาทมาใช้อย่างไร ?
ตอบ
ในเบื้องต้น ต้องสร้างฉันทะคือความพอใจในการศึกษาเล่าเรียนก่อน เมื่อมีความพอใจ จะเป็นเหตุให้ขยันศึกษาหาความรู้ที่เรียกว่าวิริยะและเกิดความใฝ่ใจใคร่รู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ที่เรียกว่าจิตตะ และเมื่อเรียนรู้แล้วก็ต้องนำความรู้นั้นมาใคร่ครวญพิจารณาให้เข้าใจเหตุและผลอย่างถูกต้อง ที่เรียกว่า วิมังสา ดังนี้ก็จะประสบผลสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนได้ ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
ศีลที่คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นนิตย์ มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
มี
๑. เว้นจากการฆ่าสัตว์
๒. เว้นจากการลักทรัพย์
๓. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นจากการพูดปด
๕. เว้นจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ฯ
๙.
จงจับคู่ข้อทางซ้ายมือกับข้อทางขวามือให้ถูกต้อง ?
ก. จะทำดีทำชั่ว ก็ต้องคล้อยตาม
๑. มิตรดีแต่พูด
ข. ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
๒. มิตรหัวประจบ
ค. สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้
๓. มิตรมีความรักใคร่
ง. ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว
๔. มิตรมีอุปการะ
จ. ทุกข์ ๆ ด้วย สุข ๆ ด้วย
๕. มิตรแนะประโยชน์
ตอบ
ข้อ ก. คู่กับ ข้อ ๒.
ข้อ ข. คู่กับ ข้อ ๔.
ข้อ ค. คู่กับ ข้อ ๑.
ข้อ ง. คู่กับ ข้อ ๕.
ข้อ จ. คู่กับ ข้อ ๓
๑๐.
จงบอกโทษของการดื่มสุรามาสัก ๓ ข้อ ?
ตอบ
มีโทษดังนี้ (ให้ตอบเพียง ๓ ข้อ)
๑. เสียทรัพย์
๒. ก่อการทะเลาะวิวาท
๓. เกิดโรค
๔. ต้องติเตียน
๕. ไม่รู้จักอาย
๖. ทอนกำลังปัญญา ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๕

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๒๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
๑.
ภิกษุผู้ปฏิบัติอย่างไร จึงชื่อว่ามีศีล ?
ตอบ
ภิกษุสำรวมกาย วาจา ให้เรียบร้อย เว้นข้อที่ห้าม ทำข้อที่อนุญาต จึงชื่อว่ามีศีล ฯ
๒.
นิสสัย ๔ ในอนุศาสน์ ๘ อย่าง หมายถึงอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
หมายถึง ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต ฯ มี
๑.เที่ยวบิณฑบาต
๒.นุ่งห่มผ้าบังสกุล
๓.อยู่โคนไม้
๔.ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ฯ
๓.
อเตกิจฉา และสเตกิจฉา ได้แก่อาบัติอะไร ? ทั้ง ๒ อย่างภิกษุต้องแล้ว จะเกิดโทษอย่างไร ?
ตอบ
อเตกิจฉา อาบัติที่แก้ไขไม่ได้ คือ ปาราชิก ทำให้ขาดจากความเป็นภิกษุ ฯ
สเตกิจฉา อาบัติที่แก้ไขได้ คือ สังฆาทิเสส และอาบัติอีก ๕ ที่เหลือ ฯ
สังฆาทิเสสต้องอยู่กรรมจึงพ้นได้ อาบัติอีก ๕ ที่เหลือพึงแสดงต่อหน้าสงฆ์หรือคณะหรือรูปใดรูปหนึ่งจึงพ้นได้ ฯ
๔.
ภิกษุจับต้องกายมารดาในเวลาพยาบาลไข้ด้วยจิตกตัญญู ปรับเป็นอาบัติทุกฏผิดหรือถูกเพราะเหตุไร ?
ตอบ
เป็นอาบัติทุกกฏ เพราะมารดาเป็นวัตถุอนามาส
๕.
อติเรกจีวร อติเรกบาตร ได้แก่จีวรและบาตรเช่นไร ? จีวรและบาตรนี้ ภิกษุเก็บไว้ได้กี่วัน ?
ตอบ
จีวรและบาตรนอกจากจีวรและบาตรที่อธิษฐาน ฯ เก็บไว้ได้เพียง ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่งฯ
๖.
ภิกษุนำเก้าอี้ของสงฆ์ไปใช้ที่กลางแจ้งแล้ว เมื่อจะหลีกไป พึงปฏิบัติอย่างไร ? ถ้าไม่ปฏิบัติเช่นนั้น ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
พึงปฏิบัติอย่างนี้ คือ เก็บเอง ใช้ให้ผู้อื่นเก็บ หรือมอบหมายแก่ผู้อื่น ฯ
ถ้าไม่ปฏิบัติเช่นนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๗.
ภิกษุขอปัจจัย ๔ ต่อผู้ที่ปวารณาไว้ มีพระพุทธานุญาตให้ปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
ถ้าเขาปวารณาโดยมีกำหนดเวลา พึงขอได้เพียงกำหนดเวลานั้น แต่ถ้าเขาไม่กำหนดเวลา พึงขอได้เพียง ๔ เดือนเท่านั้น เว้นไว้แต่เขาปวารณาอีก หรือปวารณาเป็นนิตย์ ฯ
๘.
ภิกษุเข้าบ้านโดยไม่ได้บอกลาภิกษุอื่นผู้มีอยู่ในอาวาส ต้องอาบัติอะไรหรือไม่ ? จงอธิบาย
ตอบ
ถ้าเข้าบ้านในกาล คือเช้าถึงเที่ยง ไม่ต้องอาบัติ ถ้าในเวลาวิกาล คือหลังเที่ยง ต้องปาจิตตีย์ เว้นแต่มีกิจด่วน (หรือผู้อยู่ในนิสสัย)
๙.
ภิกษุนั่งในบ้านพูดเสียงดังจะต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
ต้องอาบัติทุกกฎ ฯ
๑๐.
ในเสขิยวัตรมีสิกขาบทที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติให้ภิกษุช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมโดยอนุโลมไว้อย่างไร ?
ตอบ
ทรงห้ามไม่ให้ภิกษุผู้ไม่เป็นไข้ ถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ และบ้วนน้ำลายลงในของเขียว และในน้ำ ฯ

วิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๕

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
๑.
บุคคลต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับพระมหาบุรุษในฐานะใด ?
ก. พระเจ้าสีหหนุ
ข. พระนางมหาปชาบดีโคตมี
ค. พระนางยโสธรา
ฆ. นายฉันทะ
ง. นางสุชาดา
ตอบ
ก. พระเจ้าสีหหนุ เป็นพระเจ้าปู่
ข. พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นพระน้านาง หรือพระมารดาเลี้ยง
ค. พระนางยโสธร เป็นพระชายา
ฆ. นายฉันทะ เป็นผู้ตามเสด็จคราวเสด็จออกบรรพชา
ง. นางสุชาดา เป็นผู้ถวายข้าวมธุปายาสก่อนตรัสรู้
๒.
พระมหาบุรุษเสด็จออกบรรพชา เพราะทรงปรารภเหตุอะไร ?
ตอบ
พระมหาบุรุษเสด็จออกบรรพชา เพราะทรงปรารภความแก่ ความเจ็บ ความตาย อันครอบงำมหาชนทุกคน อีกนัยหนึ่ง เพราะทรงทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ทรงสลดพระทัยเพราะไม่เคยพบเห็นมาแต่ก่อน ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นสมณะเข้าเกิดพระทัยในการบรรพชา ฯ
๓.
ทุกรกิริยา คืออะไร ? พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาด้วยอย่างไรบ้าง ? จงบอกมา ๑ ข้อ
ตอบ
ทุกรกิริยา คือ การทรมานกายให้ลำบาก ฯ
พระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ๓ วาระ
๑. ทรงกดพระทนต์ด้วยพระทนต์ (กัดฟัน) กดพระตาลุด้วยพระชิวหา (เอาลิ้นดุนเพดาน) ไว้จนแน่จนพระเสโท (เหงื่อ) ไหลออกจากพระกัจฉะ (รักแร้)
๒. ทรงผ่อนกลั่นลมหายใจเข้าออก
๓. ทรงอดพระกระยาหาร ฯ
๔.
พระพุทธเจ้าทรงตัดสินพระทัย จะแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ก่อนเพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะทรงระลึกถึงอุปการคุณของปัญจวัคคีย์ที่ได้คอยอุปัฏฐากพระองค์เม่ื่อครั้งทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ฯ
๕.
พระสาวกผู้บรรลุพระโสดาบัน และพระอรหันต์ครั้งแรกคือใคร ?
ตอบ
พระโสดาบัน คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ ฯ
พระอรหันตสาวก คือ พระปัญจวัคคีย์ ฯ
๖.
“ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคำอุทานของใคร ?
ตอบ
คำอุทานของ ยสะกุลบุตร ฯ
๗.
ครั้งพุทธกาล วัดเชตวันนั้น ตั้งอยู่เมืองอะไร ? ใครเป็นผู้สร้างถวาย ?
ตอบ
วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี แคว้นโกศล อนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นผู้สร้างถวาย และพระพุทธองค์ประทับจำพรรษานานถึง ๑๙ พรรษา ฯ
๘.
ปฐมสาวก และ ปัจฉิมสาวก คือใคร ?
ตอบ
ปฐมสาวก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ
ปัจฉิมสาวก คือ พระสุภัททะ ฯ
ศาสนพิธี
๙.
คำว่า “เจริญพระพุทธมนต์” กับ “สวดพระพุทธมนต์” ใช้ในพิธีต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
คำว่า “เจริญพระพุทธมนต์” ใช้ในพิธีมงคล ส่วนคำว่า “สวดพระพุทธมนต์” ใช้ในพิธีอวมงคล
๑๐.
จงเขียนคำอาราธนาศีล ๕ มาดู
ตอบ
มยํ ภนฺเต วิสํุ วิสํุ รกฺขณตฺถาย ติสรเณน สห, ปญฺจ สีลานิ ยาจาม
ทุติยมฺปิ, มยํ ภนฺเต วิสํุ วิสํุ รกฺขณตฺถาย ติสรเณน สห, ปญฺจ สีลานิ ยาจาม
ตติยมฺปิ, มยํ ภนฺเต วิสํุ วิสํุ รกฺขณตฺถาย ติสรเณน สห, ปญฺจ สีลานิ ยาจาม

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๕

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
หิริโอตฺตปฺปิยญฺเญว โลกํ ปาเลติ สาธุกํ.
หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี.

ว.ว.

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.