วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๖

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๖
,
๑.
๑.๑ เทสนา ๒ มีอะไรบ้าง ?
๑.๒ เทสนา ๒ อย่างนั้นต่างกันอย่างไร จงอธิบาย ?
ตอบ
๑.๑ มี ปุคคลาธิฏฐานา มีบุคคลเป็นที่ตั้ง ๑ ธัมมาธิฏฐานา มีธรรมเป็นที่ตั้ง ๑ ฯ
๑.๒ สอนยกบุคคลมาเป็นตัวอย่าง มีพระมหาชนกโพธิสัตว์เป็นต้น เหมาะกับผู้ใหม่ ยังมีความรู้น้อย ชื่อ ปุคคลาธิฏฐานา และการสอนที่ยกธรรมมาอธิบายอย่างเดียว เช่น สติ, สมาธิ, มรรค, ผล, นิพพาน ซึ่งเหมาะกับผู้มีพื้นฐานมาแล้วในระดับหนึ่ง ชื่อ ธัมมาธิฏฐานา ฯ
๒.
๒.๑ ญาณ ๓ ที่เป็นไปในอริยสัจ ๔ มีอะไรบ้าง ?
๒.๒ ญาณ ๓ ที่เป็นไปในทุกขนิโรธ มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
๒.๑
๑) สัจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้อริยสัจ
๒) กิจจญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจอันควรทำ
๓) กตญาณ ปรีชาหยั่งรู้กิจอันทำแล้ว ฯ
๒.๒
๑) ปรีชาหยั่งรู้ว่า นี้ทุกขนิโรธ จัดเป็นสัจจญาณ
๒) ปรีชาหยั่งรู้ว่า ทุกขนิโรธ เป็นสภาพที่ควรทำให้แจ้ง จัดเป็นกิจจญาณ
๓) ปรีชาหยั่งรู้ว่า ทุกขนิโรธ เป็นสภาพที่ควรทำให้แจ้ง ครั้นทำให้แจ้งแล้ว จัดเป็นกตญาณ ฯ
๓.
๓.๑ คำว่า “ โสดาบัน ” แปลว่าอะไร ?
๓.๒ พระอริยบุคคลชั้นโสดาบันนี้ ท่านละกิเลสอะไรได้ขาดบ้าง ?
ตอบ
๓.๑ โสดาบัน แปลว่า ผู้แรกถึงกระแสพระนิพพาน ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา จะตรัสรู้ในภายภาคหน้า ฯ
๓.๒ ท่านละสังโยชน์ได้ขาด ๓ อย่าง คือ
๑) สักกายทิฏฐิ
๒) วิจิกิจฉา
๓) สีลัพพตปรามาส ฯ
๔.
๔.๑ ในอปัสเสนธรรม ข้อว่า “ พิจารณาแล้วเสพของอย่างหนึ่ง ” คำว่า “ ของอย่างหนึ่ง ” ในข้อนี้ได้แก่อะไร ?
๔.๒ ผู้พิจารณาตามข้อ ๔.๑ นั้น ได้ประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
๔.๑ ได้แก่ ปัจจัย ๔ บุคคล และธรรม เป็นต้น ที่ทำให้เกิดความสบาย ฯ
๔.๒ ได้ประโยชน์อย่างนี้ คือ ทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น ทำกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งขึ้น ทำกิเลสและอกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เสื่อมไป ฯ
๕.
๕.๑ คำว่า ทักขิณา ในทักขิณาวิสุทธินั้น หมายถึงอะไร ?
๕.๒ ทักขิณาจะไม่บริสุทธิ์ และบริสุทธิ์ กำหนดรู้ได้อย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ หมายถึง ของทำบุญ ฯ
๕.๒ กำหนดรู้ได้อย่างนี้
ทั้งทายก ทั้งปฏิคาหกเป็นผู้ไม่บริสุทธิ์ ทักขิณานั้น ชื่อว่าไม่บริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย
ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบริสุทธิ์ ชื่อว่าบริสุทธิ์ฝ่ายเดียว
ทั้งสองฝ่ายบริสุทธิ์ ชื่อว่าบริสุทธิ์ทั้งสองฝ่าย ฯ
๖.
๖.๑ ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่า มาร เพราะเหตุไร ?
๖.๒ กิเลสมาร และมัจจุมาร จัดเข้าในอริยสัจข้อใดได้หรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๖.๑ เพราะบางทีทำความลำบากให้ อันเป็นเหตุเบื่อหน่าย จนถึงฆ่าตัวตายเสียเองก็มี ฯ
๖.๒ ได้ ฯ กิเลสมาร จัดเข้าในทุกขสมุทัยสัจ เพราะเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ มัจจุมาร จัดเข้าในทุกขสัจ เพราะเป็นตัวทุกข์ ฯ
๗.
บุคคลผู้มีปกติต่อไปนี้ จัดเข้าในจริตอะไร ? จะพึงแก้ด้วยธรรมข้อใด ?
๗.๑ ผู้มีปกติรักสวยรักงาม
๗.๒ ผู้มีปกตินึกพล่าน
ตอบ
๗.๑ จัดเข้าในราคจริต ฯ จะพึงแก้ด้วยเจริญกายคตาสติ หรืออสุภกัมมัฏฐาน ฯ
๗.๒ จัดเข้าในวิตักกจริต ฯ จะพึงแก้ด้วยเพ่งกสิณ หรือเจริญอานาปานสติ ฯ
๘.
๘.๑ พระสงฆ์ ในบทสังฆคุณ ๙ ท่านหมายถึงพระสงฆ์เช่นไร ?
๘.๒ คำว่า “อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง” คือปฏิบัติเช่นไร ?
ตอบ
๘.๑ หมายถึง พระสาวกผู้ได้บรรลุธรรมวิเศษ ฯ
๘.๒ คือไม่ปฏิบัติลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ประพฤติตรงต่อพระศาสดาและเพื่อนสาวกด้วยกัน ไม่อำพรางความในใจ ไม่มีแง่มีงอน ฯ
๙.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ?
๙.๑ อโหสิกรรม
๙.๒ กตัตตากรรม
ตอบ
๙.๑ กรรมให้ผลสำเร็จแล้ว ล่วงคราวแล้วเลิกให้ผล ดุจพืชสิ้นยางแล้ว เพาะไม่ขึ้น ฯ
๙.๒ คือ กรรมสักว่าทำ ได้แก่กรรมอันทำด้วยไม่จงใจ ฯ
๑๐.
๑๐.๑ ปังสุกูลิกังคะ องค์แห่งผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร คืออย่างไร ?
๑๐.๒ ธุดงค์ข้อใด ที่ภิกษุสมาทานสำเร็จด้วยอิริยาบถ ๓ คือ ยืน เดิน นั่ง ?
ตอบ
๑๐.๑ คือไม่รับจีวรจากทายก เที่ยวแสวงหาเฉพาะผ้าบังสุกุลมาเย็บย้อมทำจีวรใช้เอง ฯ
๑๐.๒ คือ เนสัชชิกังคะ องค์แห่งภิกษุผู้ถือการนั่งเป็นวัตร ถือเฉพาะอิริยาบถ ๓ คือ ยืน เดิน และนั่งเท่านั้น ฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *