วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๖

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖
,
๑.
๑.๑ สิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ เรียกว่าอะไร ? มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๑.๒ ภิกษุล่วงละเมิดสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์นั้น ต้องอาบัติโดยตรงอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑.๑ เรียกว่าอภิสมาจาร ฯ มี ๒ อย่าง คือ เป็นข้อห้าม ๑ เป็นข้ออนุญาต ๑ ฯ
๑.๒ ต้องอาบัติโดยตรง ๒ อย่าง คือ ถุลลัจจัย ๑ ทุกกฏ ๑ ฯ
๒.
บริขารต่อไปนี้ได้แก่อะไรบ้าง ?
๒.๑ บริขารเครื่องบริโภค
๒.๒ บริขารเครื่องอุปโภค
ตอบ
๒.๑ ได้แก่ ไตรจีวร ผ้าปูนอน ผ้าเช็ดหน้าเช็ดปาก ผ้านิสีทนะ บาตร ฯ
๒.๒ ได้แก่ กล่องเข็ม เครื่องกรองน้ำ มีดโกน หินสำหรับลับ เครื่องสะบัดร่ม รองเท้า ฯ
๓.
๓.๑ การแสดงความเคารพได้แก่กิริยาเช่นไร ?
๓.๒ ภิกษุควรงดทำความเคารพกันในเวลาใดบ้าง ? จงตอบมา ๕ ข้อ
ตอบ
๓.๑ ได้แก่ การกราบไหว้ การลุกรับ การทำอัญชลี การทำสามีจิกรรม ฯ
๓.๒ ในเวลาดังต่อไปนี้ (ตอบมา ๕ ข้อ)
๑) ในเวลาประพฤติวุฏฐานวิธี คือ อยู่กรรมเพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
๒) ในเวลาถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม
๓) ในเวลาเปลือยกาย
๔) ในเวลาเข้าบ้านหรือเดินอยู่ตามทาง
๕) ในเวลาอยู่ในที่มืดแลไม่เห็นกัน
๖) ในเวลาที่ท่านไม่รู้
๗) ในเวลาขบฉันอาหาร
๘) ในเวลาถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ฯ
๔.
๔.๑ ท่านห้ามไม่ให้จำพรรษาตลอด ๔ เดือนฤดูฝนนั้น เพราะเหตุไร ?
๔.๒ อีก ๗ วันจะถึงวันปวารณา ภิกษุทำสัตตาหกรณียะไปปวารณาที่วัดอื่น เธอจะได้รับอานิสงส์การจำพรรษาหรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๔.๑ เพราะต้องการเดือนท้ายฤดูฝนไว้เป็นจีวรกาล คราวแสวงหาจีวร คราวทำจีวรเพื่อผลัด ผ้าไตรจีวรเดิม ฯ
๔.๒ ได้รับอานิสงส์การจำพรรษาเหมือนกัน เพราะวันสุดท้ายแห่งวันจำพรรษาตกอยู่ในวันที่ ๗ ในที่อื่นบ่งให้กลับใน ๗ วันนั้นเพราะยังไม่สิ้นกำหนดวันจำพรรษา ฯ
๕.
๕.๑ ภิกษุพึงประชุมกันสวดพระปาฏิโมกข์ในวันเช่นไรบ้าง ?
๕.๒ กำลังสวดพระปาฏิโมกข์ค้างอยู่ หากมีภิกษุอื่นมาถึงเข้าจะปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ วันแรม ๑๕ ค่ำ หรือ ๑๔ ค่ำ และวันสามัคคี ฯ
๕.๒ ปฏิบัติอย่างนี้ คือ ถ้าภิกษุผู้มาใหม่มากกว่าต้องสวดใหม่ ถ้าเท่ากัน หรือน้อยกว่า พึงสวดส่วนที่เหลือต่อ ฯ
๖.
๖.๑ สังฆปวารณา คืออะไร ?
๖.๒ คำบอกปาริสุทธิว่าอย่างไร ?
ตอบ
๖.๑ คือ ปวารณาเป็นการสงฆ์ มีภิกษุประชุมตั้งแต่ ๕ รูปขึ้นไป ฯ
๖.๒ ว่าดังนี้
สำหรับผู้แก่พรรษากว่าว่า “ปริสุทฺโธ อหํ อาวุโส ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรหิ” ว่า ๓ หน
สำหรับผู้อ่อนพรรษากว่าว่า “ปริสุทฺโธ อหํ ภนฺเต ปริสุทฺโธติ มํ ธาเรถ” ว่า ๓ หน ฯ
๗.
ความประพฤติต่อไปนี้ จัดเข้าในอุปปถกิริยาข้อไหน ?
๗.๑ ชอบเล่นคะนอง ร้องรำทำเพลง
๗.๒ ชอบด่าว่า เสียดสี เปรียบเปรยเขา ยุยงให้เขาแตกกัน
ตอบ
๗.๑ จัดเข้าในข้ออนาจาร ความประพฤติไม่ดีไม่งาม ฯ
๗.๒ จัดเข้าในข้อปาปสมาจาร ความประพฤติเลวทราม ฯ
๘.
๘.๑ อุททิสมังสะ ได้แก่เนื้อเช่นไร ?
๘.๒ ภิกษุฉันเนื้องู เนื้อมนุษย์ ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
๘.๑ อุททิสมังสะ ได้แก่เนื้อที่เป็นกัปปิยะโดยกำเนิดและเขาทำให้สุกแล้ว แต่เป็นของที่เขาฆ่าเพื่อทำเป็นอาหารถวายพระภิกษุโดยตรง ฯ
๘.๒ ภิกษุฉันเนื้องู ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ ฉันเนื้อมนุษย์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย ฯ
๙.
๙.๑ วินัยกรรม คืออะไร ? มีกี่อย่าง อะไรบ้าง ?
๙.๒ การทำวินัยกรรมมีจำกัดบุคคลหรือสถานที่ไว้อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๙.๑ คือ การทำกิจตามพระวินัย ฯ มี ๓ อย่าง คือ
๑) การแสดงอาบัติ
๒) การอธิษฐาน
๓) การวิกัป ฯ
๙.๒ มีจำกัดบุคคลหรือสถานที่ดังนี้
๑) แสดงอาบัติต้องแสดงแก่ภิกษุผู้มีสังวาสเสมอกัน
๒) อธิษฐานต้องทำเอง
๓) วิกัปต้องทำแก่สหธรรมิกทั้ง ๕ คือ ภิกษุ ภิกษุณี สิกขมานา สามเณร สามเณรี รูปใดรูปหนึ่ง ฯ ส่วนสถานที่ห้ามไม่ให้ทำในที่มืด แต่ในที่นอกสีมา ก็ทำได้ ฯ
๑๐.
๑๐.๑ วิบัติของภิกษุในทางพระวินัยมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
๑๐.๒ จงให้ความหมายของวิบัติแต่ละอย่างนั้นพอได้ใจความ ?
ตอบ
๑๐.๑ มี ๔ คือ
๑) สีลวิบัติ
๒) อาจารวิบัติ
๓) ทิฏฐิวิบัติ
๔) อาชีววิบัติ ฯ
๑๐.๒
ความเสียแห่งศีล ชื่อว่าสีลวิบัติ
ความเสียมารยาท ชื่อว่าอาจารวิบัติ
ความเห็นผิดธรรมผิดวินัย ชื่อว่าทิฏฐิวิบัติ
ความเสียแห่งการเลี้ยงชีพ ชื่อว่าอาชีววิบัติ ฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *