ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๑

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
,
สพฺเพสํ สงฺฆภูตานํ สามคฺคี วุฑฺฒิสาธิกา.
ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่ ยังความเจริญให้สำเร็จ.

ส. ส.

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๑

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
,
๑.
อรณียกิจ ๔ คืออะไร ? ข้อที่ ๓ ว่าอย่างไร
ตอบ
คือ กิจที่ไม่ควรทำ ๔ ฯ ว่า ฆ่าสัตว์ ฯ
๒.
อะไรเรียกว่า สิกขาบท ? มาจากไหน ?
ตอบ
พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ เรียกว่า สิกขาบท ฯ
มาในพระปาติโมกข์ ๑ มานอกพระปาติโมกข์ ๑ ฯ
๓.
สังฆาทิเสส มีกี่สิกขาบท ? ภิกษุต้องอาบัตินี้จะพ้นได้ด้วยวิธีอย่างไร ?
ตอบ
มี ๑๓ สิกขาบท ฯ
ด้วยวิธีอยู่กรรม ที่เรียกว่า วุฏฐานคามินี ฯ
๔.
เภสัช ๕ ในปัตตวรรคที่ ๓ ได้แก่อะไรบ้าง ? รับประเคนแล้วเก็บไว้ฉันได้กี่วัน ?
ตอบ
ได้แก่ เนยใน เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ฯ เก็บไว้ฉันได้ ๗ วัน เป็นอย่างยิ่ง ฯ
๕.
ภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกับอนุปสัมบัน เป็นอาบัติหรือไม่อย่างไร ?
ตอบ
ถ้าผู้ชาย เกินกว่า ๓ คืน เป็นปาจิตตีย์ ถ้าผู้หญิง แม้ในคืนแรก เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๖.
ภิกษุซ่อนผ้าอาบน้ำฝน บาตร จีวร กล่องเข็ม ด้าย ของเพื่อนภิกษุหรือสามเณรเพื่อล้อเล่น เป็นอาบัติอะไรบ้าง ?
ตอบ
ซ่อนผ้าอาบน้ำฝน ด้าย ของเพื่อนภิกษุ เป็นอาบัติทุกกฏ
ซ่อนบาตร จีวร กล่องเข้ม ของเพื่อนภิกษุ เป็นอาบัติปาจิตตีย์
ซ่อนของสามเณรทุกอย่างเป็นทุกกฏ ฯ
๗.
คำว่า ปวารณากำหนดปัจจัย หมายความว่าอย่างไร ?
ตอบ
ปวารณาที่กำหนดชนิดสิ่งของ เช่นจีวร หรือบิณฑบาตเป็นต้น หรือกำหนดจำนวนสิ่งของ เช่น ผ้ากี่ผืน บิณฑบาตมีราคา เท่าไร เป็นต้น ฯ
๘.
เสขิยวัตร คืออะไร ? มีทั้งหมดกี่ข้อ ?
ตอบ
คือ ธรรมเนียมหรือวัตรที่ภิกษุต้องศึกษา ฯ มี ๗๕ ข้อ ฯ
๙.
วิวาทาธิกรณ์กับอนุวาทาธิกรณ์ ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
วิวาทาธิกรณ์ คือการเถียงว่า สิ่งนั้นเป็นธรรมเป็นวินัย สิ่งนี้ไม่ใช่ธรรมไม่ใช่วินัย ส่วนอนุวาทาธิกรณ์ คือการโจทกันด้วยอาบัติ ฯ
๑๐.
อธิกรณสมถะ คืออะไร ? มีกี่อย่าง ? การตัดสินตามเสียงข้างมาก เรียกว่าอะไร ?
ตอบ
คือ ธรรมเครื่องระงับอธิกรณ์ ฯ มี ๗ อย่าง ฯ
เรียกว่า เยภุยยสิกา ฯ

อนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๕

ปัญหาและเฉลยอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
,
๑.
๑.๑ การศึกษาอนุพุทธประวัติมีประโยชน์อย่างไร ?
๑.๒ เมื่อครั้งที่พระอรหันต์ ๖๑ องค์ เกิดขึ้นในโลก มีใครบ้าง ?
ตอบ
๑.๑ นำให้เกิดความเลื่อมใสและความนับถือ กำหนดและจดจำวัตรปฏิบัติอันงดงามของท่านมาเป็นปฏิปทาเครื่องดำเนินชีวิตของตน และเมื่อความดีของพระสาวกปรากฏแล้วจะเชิดชูเกียรติคุณของพระศาสดาให้ยิ่งขึ้น ฯ
๑.๒ มีพระพุทธองค์ ๑ พระปัญจวัคคีย์ ๕ พระยสะ ๑ สหายของพระยสะที่ปรากนาม ๔ และที่ไม่ปรากฏนามอีก ๕๐ ฯ
๒.
๒.๑ พระพุทธองค์ทรงส่งสาวกออกไปประกาศพระศาสนา เพราะทรงเห็นประโยชน์อะไร ?
๒.๒ พระอัสสชิได้แสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชก มีใจความย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
๒.๑ ทรงเห็นประโยชน์เกื้อกูลแก่มหาชน เพื่อให้เห็นธรรมและตั้งอยู่ในสัมมาปฏิบัติอันเป็นปัจจัยแห่งความสุขความสงบ ฯ
๒.๒ มีใจความย่อว่า “พระศาสดาทรงแสดงความเกิดแห่งธรรมทั้งหลาย เพราะเป็นไปแห่งเหตุ และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น เพราะดับแห่งเหตุ พระศาสดาตรัสอย่างนี้” ฯ
๓.
๓.๑ ปัญหาว่า “พระขีณาสพตายแล้วเป็นอะไร” ใครเป็นผู้ถาม ? ใครเป็นผู้ตอบ ? และตอบว่าอย่างไร ?
๓.๒ ข้อความว่า “ท่านควรสำเหนียกใจอย่างนี้ว่า เราจักไม่พูดคำอันเป็นเหตุเถียงกัน ถือผิดต่อกัน” ใครพูดกับใคร ? ที่ไหน ?
ตอบ
๓.๑ พระสารีบุตรเป็นผู้ถาม พระยมกะเป็นผู้ตอบ และตอบว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ไม่เที่ยง ดับไปแล้ว ฯ
๓.๒ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแก่พระโมคคัลลานะ ที่บ้านกัลลวาลมุตตคาม แขวงมคธ ฯ
๔.
๔.๑ พระมหากัสสปะได้รับการอุปสมบทด้วยวิธีใด ?
๔.๒ พระมหากัสสปะโดยปกติถือธุดงค์อะไรบ้าง ?
ตอบ
๔.๑ ด้วยวิธีรับพุทธโอวาท ๓ ข้อ ฯ
๔.๒ ถือธุดงค์ ๓ อย่าง คือ
๑) ทรงผ้าบังสุกุลจีวรเป็นวัตร
๒) ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
๓) ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ฯ
๕.
๕.๑ พระสาวกผู้ได้รับการอุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจาเป็นองค์แรกคือใคร ?
๕.๒ ท่านได้รับยกย่องจากพระศาสดาว่าเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย อย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ พระราธะ ฯ
๕.๒ ได้รับยกย่องว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้มีปฏิภาณ คือญาณแจ่มแจ้งในธรรมเทศนา ฯ
๖.
๖.๑ ราหุลกุมาร ได้บรรพชาเป็นสามเณรเพราะเหตุใด ?
๖.๒ พระราหุล ได้รับยกย่องว่าเลิศในทางใด ?
ตอบ
๖.๑ เพราะพระมารดาให้ไปขอราชสมบัติกับพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นพระราชบิดา ดังนั้นพระองค์จึงทรงประทานทรัพย์อันเป็นโลกุตตระ โดยมอบหมายให้พระสารีบุตรเป็นพระอุปัชฌาย์ บรรพชาให้ราหุลกุมาร ด้วยการรับสรณคมน์ ๓ ฯ
๖.๒ ได้รับยกย่องว่าเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายผู้ใคร่ศึกษาพระธรรมวินัย ฯ
๗.
๗.๑ พระนางปชาบดี โคตมี ยินดีรับครุธรรม ๘ ข้อมาปฏิบัติ อุปมาเหมือนอะไร ?
๗.๒ พระเถรีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ?
ก) กิสาโคตมีเถรี
ข) กุณฑลเกสีเถรี
ค) ภัททกาปิลานีเถรี
ง) ภัททากัจจานาเถรี
จ) โสณาเถรี
ตอบ
๗.๑ เปรียบเหมือนหญิงหรือชายที่ยังรุ่นสาวรุ่นหนุ่ม กำลังรักแต่งกาย อาบน้ำ สระเกล้าแล้วได้พวงดอกอุบล พวงมะลิ หรือพวงลำดวนแล้ว จะพึงรับด้วยมือทั้ง ๒ แล้วตั้งไว้บนศีรษะด้วยความยินดีฉันนั้น ฯ
๗.๒
ก) ในทางทรงไว้ซึ่งจีวรอันเศร้าหมอง
ข) ในทางขิปปาภิญญา หรือ ตรัสรู้เร็ว
ค) ในทางระลึกได้ซึ่งปุพเพนิวาส
ง) ในทางถึงซึ่งอภิญญาอันใหญ่แล้ว
จ) ในทางมีความเพียรปรารภแล้ว ฯ
ศาสนพิธี
๘.
๘.๑ การศึกษาให้เข้าใจในศาสนพิธี มีประโยชน์อย่างไร ?
๘.๒ ในพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ พระพุทธรูปที่จะประดิษฐานบนรถทรงหรือคานหาม นิยมพระพุทธรูปปางอะไร ?
ตอบ
๘.๑
ก) ทำให้เข้าใจเรื่องของศาสนพิธีได้โดยถูกต้อง
ข) ให้เห็นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ไร้สาระ
ค) ทำให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนจากขนบธรรมเนียมประเพณี ฯ
๘.๒ นิยมพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร ถ้าไม่มีจะเป็นพระพุทธรูปปางอะไรก็ได้ ฯ
๙.
๙.๑ งานทำบุญต่อนามคืองานทำบุญเช่นไร ?
๙.๒ จงเขียนคำบังสุกุลเป็น มาดู
ตอบ
๙.๑ คืองานทำบุญที่คณะญาติของผู้กำลังป่วยหนักจัดขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยหายป่วยและเพื่อให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศลในบั้นปลายแห่งชีวิตของตน ฯ
๙.๒
อจิรํ วตยํ กาโย ปฐวิํ อธิเสสฺสติ
ฉุฑฺโฑ อเปตวิญฺญาโณ นิรตฺถํว กลิงฺครํ ฯ
๑๐.
๑๐.๑ ผ้าวัสสิกสาฎก ใครเป็นผู้ถวายคนแรก ?
๑๐.๒ การถวายผ้าวัสสิกสาฎกนั้น มีมูลเหตุมาจากอะไร ?
ตอบ
๑๐.๑ นางวิสาขามหาอุบาสิกา ฯ
๑๐.๒ มีมูลเหตุมาจากเดิมยังไม่มีพุทธานุญาตให้ภิกษุมีผ้าอาบน้ำฝน ภิกษุทั้งหลายจึงเปลือยกายอาบน้ำ นางวิสาขามหาอุบาสิกา ทราบเรื่องนั้นแล้ว เห็นว่าไม่สมควรแก่เพศสมณะจึงทูลขอพระพุทธานุญาต เพื่อถวายผ้าอาบน้ำฝนแก่ภิกษุทั้งหลาย

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๒

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒
,
๑.
พุทธบัญญัติและอภิสมาจาร คืออะไร ? ทั้ง ๒ รวมเรียกว่าอะไร ?
ตอบ
พุทธบัญญญัติ คือข้อห้ามเพื่อป้องกันความประพฤติเสียหาย และวางโทษแก่ภิกษุผู้ล่วงด้วยปรับอาบัติหนักบ้าง เบาบ้าง ส่วนอภิสมาจาร คือขนบธรรมเนียมที่ทรงแต่งตั้งขึ้น เพื่อชักนำความประพฤติของภิกษุสงฆ์ให้ดีงาม ฯ ทั้ง ๒ นี้รวมเรียกว่า พระวินัย ฯ
๒.
อาบัติ คืออะไร ? อาบัติที่เป็นโลกวัชชะและที่เป็นปัณณัตติวัชชะหมายความว่าอย่างไร ? จงยกตัวอย่างประกอบด้วย
ตอบ
คือ โทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ฯ
โลกวัชชะคือ อาบัติมีโทษซึ่งภิกษุทำเป็นความผิด คนสามัญทำก็เป็นความผิดเหมือนกัน เช่น ทำโจรกรรม เป็นต้น ส่วนปัณณัตติวัชชะคือ อาบัติมีโทษเฉพาะภิกษุทำ แต่คนสามัญไม่เป็นความผิดเช่น ขุดดิน เป็นต้น ฯ
๓.
สิกขากับสิกขาบท ต่างกันอย่างไร ? อย่างไหนมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
สิกขา คือ ข้อที่ภิกษุต้องศึกษา มี ๓ ได้แก่ สีลสิกขา จิตตสิกขา ปัญญาสิกขา
ส่วนสิกขาบท คือ พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ มี ๒๒๗ สิกขาบท ได้แก่ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ ปาจิตตีย์ ๙๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ เสขิยะ ๗๕ และ อธิกรณสมถะ ๗ ฯ
๔.
คำว่า อาบัติไม่มีมูล กำหนดโดยอาการอย่างไร ? ภิกษุโจทด้วยอาบัติไม่มีมูลต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
กำหนดโดยอาการ ๓ คือ ไม่เห็นเอง ๑ ไม่ได้ยินเอง ๑ ไม่ได้เกิด รังเกียจสงสัย ๑ ว่าภิกษุนั้นต้องอาบัติชื่อนั้น ฯ
โจทด้วยปาราชิก ต้องสังฆาทิเสส โจทด้วยอาบัติอื่นจากปาราชิก ต้องปาจิตตีย์ ฯ
๕.
ในสิกขาบทที่ ๒ แห่งอาบัติปาราชิก ทรัพย์เป็นเหตุให้ต้องอาบัติปาราชิก อาบัติถุลลัจจัย และอาบัติทุกกฏ มีกำหนดราคาไว้เท่าไร ?
ตอบ
มีกำหนดราคาไว้ดังนี้
ทรัพย์ มีราคาตั้งแต่ ๕ มาสกขึ้นไป เป็นเหตุให้ต้องอาบัติปาราชิก
ทรัพย์ มีราคาไม่ถึง ๕ มาสก แต่มากกว่า ๑ มาสก เป็นเหตุให้ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ทรัพย์ มีราคาตั้งแต่ ๑ มาสกลงมา เป็นเหตุให้ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
๖.
ผ้าไตรครอง มีอะไรบ้าง ? ต่างจากอติเรกจีวรอย่างไร ?
ตอบ
มี สังฆาฏิ อุตตราสงค์ อันตรวาสก ฯ
ต่างกันอย่างนี้ ผ้าไตรครองเป็นผ้าที่ภิกษุอธิษฐาน มีจำนวนจำกัด คือ ๓ ผืน ส่วนอติเรกจีวร คือผ้าที่นอกเหนือจากผ้าไตรครอง มีได้ไม่จำกัดจำนวน ฯ
๗.
พระ ก. นำเบียร์มาให้พระ ข. ดื่ม โดยหลอกว่าเป็นน้ำอัดลม พระ ข. หลงเชื่อจึงดื่มเข้าไป ถามว่า พระ ก. และพระ ข. ต้องอาบัติอะไรหรือไม่ ?
ตอบ
พระ ก. ต้องปาจิตตีย์เพราะพูดปด
พระ ข. ต้องปาจิตตีย์เพราะดื่มน้ำเมา แม้ไม่รู้ก็ต้องอาบัติ เพราะสิกขาบทนี้เป็นอจิตตกะ
๘.
ภิกษุนำตั่งของสงฆ์ไปตั้งใช้ในที่แจ้ง จะหลีกไปสู่วัดอื่นต้องทำอย่างไร จึงจะไม่เป็นอาบัติ ?
ตอบ
ต้องเก็บด้วยตนเอง หรือใช้ให้ผู้อื่นเก็บ หรือมอบหมายให้ผู้อื่น จึงจะไม่เป็นอาบัติ ฯ
๙.
ลักษณะการประเคนประกอบด้วยองค์อะไรบ้าง ? การช่วยกันยกโต๊ะอาหารขึ้นประเคนก็ดี การจับผ้าปูโต๊ะประเคนก็ดี ทั้ง ๒ วิธีนี้ถูกต้องหรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
ประกอบด้วยองค์ต่อไปนี้
๑. ของที่จะประเคนไม่ใหญ่เกินไป พอคนปานกลางยกได้คนเดียว
๒. ผู้ประเคนเข้ามาอยู่ในหัตถบาส
๓. เขาน้อมเข้ามา
๔. กิริยาที่น้อมเข้ามาให้นั้น ด้วยกาย ด้วยของเนื่องด้วยกายหรือด้วยโยนให้
๕. ภิกษุรับด้วยกายก็ได้ ด้วยของเนื่องด้วยกายก็ได้ ฯ
ไม่ถูกทั้ง ๒ วิธี เพราะไม่ต้องลักษณะองค์ประเคน คือ การช่วยกันยกโต๊ะขึ้นประเคน ผิดลักษณะองค์ที่ ๑ การจับผ้าปูโต๊ะประเคนผิดลักษณะองค์ที่ ๓ ฯ
๑๐.
อธิกรณ์ คืออะไร ? เมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องทำอย่างไร ?
ตอบ
คือ เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจะต้องจัดต้องทำ ฯ
ต้องระงับด้วยอธิกรณสมถะอย่างใดอย่างหนึ่งตามสมควรแก่อธิกรณ์นั้น ๆ ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก ๒๕๔๔

ปัญหาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
,
อปฺปมตฺตา สตีมนฺโต    สุสีลา โหถ ภิกฺขโว
สุสมาหิตสงฺกปฺปา    สจิตฺตมนุรกฺขถ.
ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท มีสติ
มีศีลดีงาม ตั้งความดำริไว้ให้ดี คอยรักษาจิตของตน.

ที. มหา. ๑๐/๑๔๒.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้สนิทติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๒

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
,
กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา.
กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง.

ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๙๕.

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๑

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
,
๑.
การที่บุคคลพบงูพิษแล้วสะดุ้งกลัวว่าจะถูกกัด จัดเป็นโอตตัปปะหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?
ตอบ
ไม่ได้ ฯ เพราะไม่ใช่ความเกรงกลัวต่อบาป ฯ
๒.
พระสงฆ์ในรัตนตรัยมีคุณอย่างไร ?
ตอบ
ท่านปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สอนให้ผู้อื่นกระทำตามด้วย ฯ
๓.
โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ อย่างมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๑. เว้นจากทุจริต คือประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ
๓. ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น ฯ
๔.
อินทรียสังวร คือสำรวมอินทรีย์ อินทรีย์ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ฯ
๕.
ธรรมหมวดหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ประพฤติขาดความเที่ยงธรรมชื่อว่า อะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ชื่อว่า อคติ ความลำเอียง ฯ
๑. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรักใคร่กัน
๒. โทสาคติ ลำเอียงเพราะไม่ชอบกัน
๓. โมหาคติ ลำเอียงเพราะเขลา
๔. ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว ฯ
๖.
ธาตุ ๔ มีธาตุอะไรบ้าง ? ธาตุมีลักษณะแข้นแข็ง คือธาตุอะไร ?
ตอบ
ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ฯ คือ ธาตุดิน ฯ
๗.
ขันธ์ ๕ ได้แก่อะไรบ้าง ? โดยย่อเรียกว่าอะไร ?
ตอบ
ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ฯ เรียกว่า นามรูป ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
ข้อว่า “แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้” ดังนี้ เป็นลักษณะของมิตรแท้ ประเภทใด ?
ตอบ
มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ฯ
๙.
คุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่นไว้ได้ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ สังคหวัตถุ ๔ ฯ
๑. ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔. สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ
๑๐.
การค้าขายสุรา เป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางพระพุทธศาสนา มีความเห็นไว้อย่างไร ?
ตอบ
ทางพระพุทธศาสนา จัดเป็นมิจฉาวณิชชา การค้าขายไม่ชอบธรรม เป็นข้อห้าม อุบาสกไม่ควรประกอบ ฯ

วิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๓

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๑๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
,
๑.
ศากยวงศ์สืบเชื้อสายมาจากชนชาติใด ? ชนชาตินั้นมาตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปได้อย่างไร ?
ตอบ
สืบเชื้อสายมาจากชนชาติอริยกะ ฯ ชาวอริยกะนั้นเป็นผู้เจริญด้วยความรู้และขนบธรรมเนียม มีอำนาจมากกว่าพวกมิลักขะเจ้าของถิ่นเดิม เมื่อข้ามภูเขาหิมาลัยมาก็รุกไล่พวกมิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิมให้ถอยร่นลงมาทางใต้แล้วเข้าตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปแทน ฯ
๒.
ภายใน ๗ วัน หลังจากสิทธัตถะราชกุมารประสูติแล้ว มีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ?
ตอบ
๑. เมื่อแรกประสูติ อสิตดาบส (กาฬเทวิลดาบส) เข้าเฝ้าเยี่ยมและทำนายลักษณะ
๒. วันที่ ๕ พระเจ้าสุทโธทนะเชิญพราหมณ์ ๑๐๘ คนมาฉันโภชนาหารและขนานพระนามพระราชกุมารว่าสิทธัตถกุมาร
๓. วันที่ ๗ พระราชมารดาทิวงคต ฯ
๓.
พระพุทธเจ้าเสด็จออกบรรพชา ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุเท่าไรบ้าง ?
ตอบ
เสด็จออกบรรพชา เมื่อมีพระชนมายุ ๒๙ ปี
ตรัสรู้ เมื่อมีพระชนมายุ ๓๕ ปี
ปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุ ๘๐ ปี ฯ
๔.
ปัญจวัคคีย์ คือใคร ? เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าขณะที่ยังทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอย่างไร ?
ตอบ
คือ นักบวชกลุ่มหนึ่ง มีทั้งหมด ๕ คน มีท่านโกณทัญญะเป็นหัวหน้า ฯ
ได้ตามเสด็จ คอยอุปัฏฐากรับใช้อยู่ตลอดเวลา ฯ
๕.
เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ ๆ พระองค์ทรงพิจารณาบุคคลผู้สามารถจะรู้ธรรมได้โดยเปรียบเทียบกับบัว ๓ เหล่า อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑. บุคคลบางคน มีกิเลสน้อย มีอินทรีย์แก่กล้า เป็นผู้จะพึงสอนให้รู้ได้โดยง่าย เหมือนบัวที่ตั้งอยู่พ้นน้ำ เมื่อถูกแสงอาทิตย์ก็จักบานในวันนั้น
๒. บุคคลบางคน มีกิเลสปานกลาง มีอินทรีย์ปานกลาง เป็นผู้จะพึงสอนให้รู้ได้ เมื่อได้รับคำแนะนำเปรียบเหมือนบัวที่ตั้งอยู่เสมอน้ำ จักบานในวันพรุ่งนี้
๓. บุคคลบางคน มีกิเลสหนา มีอินทรีย์อ่อน เมื่อได้รับการสั่งสอนอบรมอยู่เสมอ ๆ ก็จะสามารถบรรลุธรรมได้ เปรียบเหมือนบัวที่ตั้งอยู่ในน้ำ จักบานในวันต่อ ๆ ไป ฯ
๖.
คำว่า ดวงตาเห็นธรรม นั้นคือเห็นอย่างไร ? พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรได้ดวงตาเห็นธรรมเพราะฟังธรรมจากใคร ?
ตอบ
เห็นว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมดา ฯ
พระโมคคัลลานะได้ดวงตาเห็นธรรมเพราะฟังธรรมจากพระสารีบุตร และพระสารีบุตรได้ดวงตาเห็นธรรมเพราะฟังธรรมจากพระอัสสชิเถระ ฯ
๗.
สังเวชนียสถาน ๔ ได้แก่ที่ใดบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่
๑. สถานที่ประสูติ
๒. สถานที่ตรัสรู้
๓. สถานที่แสดงปฐมเทศนา
๔. สถานที่ปรินิพพาน ฯ
๘.
พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญปฏิบัติบูชายิ่งกว่าอามิสบูชา เพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะเมื่อพุทธบริษัทปฏิบัติธรรมได้สมควรแก่ธรรมแล้ว ก็จะเป็นปัจจัยให้ตรัสรู้ธรรมได้ ทั้งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดในพระพุทธศาสนา และเป็นพระพุทธประสงค์หลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา อีกทั้งการปฏิบัตินี้จะทำให้ศาสนาตั้งมั่นอยู่ได้ยืนนาน ฯ
ศาสนพิธี
๙.
พุทธมามกะหรือพุทธมามิกาหมายถึงบุคคลเช่นไร ?
ตอบ
หมายถึง บุคคลผู้เป็นชายหรือหญิงผู้รับนับถือพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งของตน ยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาประจำชีวิตของตนนั่นเอง ฯ
๑๐.
ในการประเคนของถวายพระ มีวิธีปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
จับของที่จะประเคนด้วยมือทั้งสอง ยกขึ้นให้สูงเล็กน้อยแล้วน้อมถวายพระซึ่งท่านจะยื่นเมื่อทั้งสองออกมารับ หากว่าผู้ถวายเป็นสตรี พึงวางของลงบนผ้ากราบที่พระปูไว้ข้างหน้า เสร็จแล้วพึงไหว้หรือกราบก็เป็นอันเสร็จวิธีการประเคน การประเคนนี้ต้องแสดงออกด้วยความเคารพ ไม่ใช่เสือกไสให้ หรือทิ้งให้โดยไม่เคารพ อีกอย่าง ของที่จะประเคนนั้นต้องเป็นสิ่งของที่คน ๆ เดียวพอยกได้อย่างธรรมดา ไม่ใช่ของหนักหรือใหญ่จนเกินไป ฯ

วินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๔๔

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
,
๑.
๑.๑ อปโลกนกรรมมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๑.๒สงฆ์ผู้ทำสังฆกรรม มีกำหนดจำนวนไว้อย่างไร ?
ตอบ
๑.๑ มี ๕ อย่างคือ
๑. นิสสารณา นาสนะสามเณรผู้กล่าวตู่พระผู้มีพระภาคเจ้า
๒. โอสารณา รับสามเณรผู้ถูกนาสนะแล้วกลับประพฤติเรียบร้อย ให้เข้าหมู่
๓. ภัณฑูกรรม บอกขออนุญาตปลงผมคนผู้จะบวชอันภิกษุจะทำเอง
๔. พรหมทัณฑ์ ประกาศไม่ว่ากล่าวภิกษุหัวดื้อว่ายาก
๕. กัมมลักขณะ อปโลกน์แจกอาหารในโรงฉันเป็นต้น
๑.๒ มีกำหนดจำนวนไว้ดังนี้
๑. จตุวรรค สงฆ์มีจำนวน ๔ รูป
๒. ปัญจวรรค สงฆ์มีจำนวน ๕ รูป
๓. ทสวรรค สงฆ์มีจำนวน ๑๐ รูป
๔. วีสติวรรค สงฆ์มีจำนวน ๒๐ รูป
๒.
๒.๑ วัตถุที่ใช้เป็นนิมิตกำหนดเขตสีมามีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๒.๒ ปัจจุบันนิยมใช้วัตถุอะไรเป็นนิมิต ? และวัตถุที่จะใช้เป็นนิมิตนั้นได้มีกำหนดไว้อย่างไร ?
ตอบ
๒.๑ มี ๘ อย่างคือ
๑. ภูเขา
๒. ศิลา
๓. ป่าไม้
๔. ต้นไม้
๕. จอมปลวก
๖. หนทาง
๗. แม่น้ำ
๘. น้ำ
๒.๒ ใช้ศิลาเป็นนิมิต มีกำหนดไว้ดังนี้
๑. เป็นศิลาหินแท้ หินปนแร่ ใช้ได้ทั้งหมด
๒. เป็นศิลามีก้อนโตไม่ถึงตัวช้าง ขนาดเท่าศีรษะโคหรือกระบือเขื่อง ๆ
๓. เป็นศิลาแท่งเดียว
อย่างเล็กขนาดเท่าก้อนน้ำอ้อยหนัก ๓๒ ปะละ ราว ๕ ชั่งก็ใช้ได้
๓.
๓.๑ สมานสังวาสสีมา และติจีวราวิปปวาสสีมา ได้แก่สีมาเช่นไร ?
๓.๒ ในการถอน และสมมติ สีมาทั้ง ๒ นี้ มีวิธีปฏิบัติก่อนหลังอย่างไร ?
ตอบ
๓.๑ สีมาที่ทรงพระอนุญาตให้สงฆ์สมมติเป็นแดนมีสังวาสเสมอกัน ภิกษุผู้อยู่ในเขตนี้มีสิทธิในอันจะเข้าอุโบสถ ปวารณา และสังฆกรรมร่วมกัน เรียกว่า สมานสังวาสสีมา สมานสังวาสสีมานี้ ทรงพระอนุญาตให้สมมติติจีวราวิปปวาส ซ้ำลงได้อีก เว้นบ้าน และอุปจารบ้านอันตั้งอยู่ในสีมานั้น เมื่อได้สมมติอย่างนี้แล้ว แม้ภิกษุอยู่ห่างจากไตรจีวรในสีมานั้น ก็ไม่เป็นอันอยู่ปราศ เรียกว่า ติจีวราวิปปวาสสีมา
๓.๒ ในการถอน ให้ถอนติจีวราวิปปวาสสีมาก่อน ถอนสมานสังวาสสีมาภายหลังในการสมมติ ให้สมมติสมานสังวาสสีมาก่อน สมมติติจีวราวิปปวาสสีมาภายหลัง
๔.
๔.๑ ภิกษุผู้ควรได้รับสมมติให้เป็นภัตตุทเทสกะ ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติเช่นไร ?
๔.๒ ภัตรที่ควรแจกเฉพาะมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
๔.๑ ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติดังนี้คือ
ก. เว้นอคติ ๔ คือฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ
ข. รู้จักภัตรที่ควรแจกหรือมิควรแจก
ค. รู้จักลำดับที่พึงแจก
๔.๒ มี ๕ อย่างคือ
ก. อาคันตุกภัตร อาหารที่เขาถวายเฉพาะภิกษุอาคันตุกะ
ข. คมิยภัตร อาหารที่เขาถวายเฉพาะภิกษุผู้จะไปอยู่ที่อื่น
ค. คิลานภัตร อาหารที่เขาถวายเฉพาะภิกษุอาพาธ
ง. คิลานุปัฏฐากภัตร อาหารที่เขาถวายเฉพาะภิกษุผู้พยาบาลไข้
จ. กุฏิภัตร อาหารที่เขาถวายแก่ภิกษุผู้อยู่ในกุฏิที่เขาสร้าง
๕.
๕.๑ อภัพบุคคลในอุปสมบทกรรมได้แก่บุคคลเช่นไร ? โดยวัตถุมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๕.๒ ปัจฉิมกิจแห่งการอุปสมบทมีอะไรบ้าง ? ตอบเพียง ๒ ข้อ
ตอบ
๕.๑ ได้แก่บุคคลที่ไม่สมควรแก่การอุปสมบท อุปสมบทไม่ขึ้น ถูกห้ามอุปสมบทตลอดชีวิต โดยวัตถุมี ๓ คือ
๑. พวกที่มีเพศบกพร่อง ไม่รู้ว่าเป็นชายหรือเป็นหญิง
๒. พวกประพฤติผิดพระธรรมวินัย เช่น ฆ่าพระอรหันต์ เป็นต้น
๓. พวกประพฤติผิดต่อกำเนิดของตน คือฆ่ามารดาบิดา
๕.๒ มี ๖ ข้อ (ตอบเพียง ๒ ข้อ) คือ
๑. วัดเงาแดดในทันที
๒. บอกประมาณแห่งฤดู
๓. บอกส่วนแห่งวัน
๔. บอกสังคีติ
๕. บอกนิสสัย ๔
๖. บอกอกรณียกิจ ๔
๖.
๖.๑ วิวาทาธิกรณ์คืออะไร ?
๖.๒ วิวาทาธิกรณ์นั้น ระงับด้วยอธิกรณสมถะกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
๖.๑ คืออธิกรณ์ที่เกิดจากการทะเลาะกัน โต้เถียงกัน โดยปรารภพระธรรมวินัย
๖.๒ ด้วยอธิกรณสมถะ ๒ อย่างคือ
สัมมุขาวินัย
เยภุยยสิกา
๗.
๗.๑ วุฏฐานวิธี แปลว่าอะไร ? ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?
๗.๒ ในการทำวุฏฐานวิธีแต่ละอย่างนั้น ต้องการสงฆ์จำนวนเท่าไร ?
ตอบ
๗.๑ แปลว่าระเบียบเป็นเครื่องออกจากอาบัติ ประกอบด้วย ปริวาส มานัต ปฏิกัสสนา และอัพภาน
๗.๒ การให้ปริวาส ให้มานัต และทำปฏิกัสสนาต้องการสงฆ์จตุวรรค การให้อัพภาน ต้องการสงฆ์วีสติวรรค
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕, (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๓๕
๘.
๘.๑ ตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ กำหนดองค์ประกอบของมหาเถรสมาคมไว้อย่างไร ?
๘.๒ มหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่อย่างไร ? ตอบเพียง ๒ ข้อ
ตอบ
๘.๑ กำหนดไว้ดังนี้
ก. สมเด็จพระสังฆราช ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง
ข. สมเด็จพระราชาคณะทุกรูป เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และ
ค. พระราชาคณะซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง มีจำนวนไม่เกิน ๑๒ รูป เป็นกรรมการ
๘.๒ มีอำนาจหน้าที่อย่างนี้ (ตอบเพียง ๒ ข้อ)
ก. ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม
ข. ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร
ค. ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์
ง. รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา
จ. ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่น
๙.
๙.๑ ตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ให้จัดแบ่งเขตปกครองคณะสงฆ์ส่วนภูมิภาคไว้อย่างไร ?
๙.๒ พระภิกษุจะต้องรับนิคหกรรมเมื่อทำผิดเช่นไร ? และได้รับนิคหกรรมให้สึก ต้องสึกภายในเวลาเท่าไร ?
ตอบ
๙.๑ แบ่งดังนี้คือ
๑. ภาค
๒. จังหวัด
๓. อำเภอ
๔. ตำบล
๕. ส่วนจำนวนและเขตปกครองดังกล่าวให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎมหาเถรสมาคม
๙.๒ เมื่อกระทำการล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และนิคหกรรมที่จะลงโทษแก่ภิกษุจะต้องเป็นนิคหกรรมตามพระธรรมวินัย ต้องสึกภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัยนั้น
๑๐.
๑๐.๑ พระภิกษุจะไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งเลยได้หรือไม่ อ้างมาตราประกอบด้วย ?
๑๐.๒ เจ้าพนักงาน ตามความในประมวลกฎหมายอาญา ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ได้แก่ใคร ?
ตอบ
๑๐.๑ ไม่ได้, ตามมาตรา ๒๗ (๓) แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ๒๕๐๕, (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๓๕
๑๐.๒ ได้แก่พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ และไวยาวัจกร เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา ๔๕)

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๒๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
,
๑.
พระวินัย ได้แก่อะไร ? สิกขาบทที่เป็นอเตกิจฉา คือที่ภิกษุล่วงแล้วไม่สามารถจะแก้ไขได้ ได้แก่อะไร ?
ตอบ
ได้แก่ พระพุทธบัญญัติ และอภิสมาจาร ฯ
ได้แก่ ปาราชิก ๔ ฯ
๒.
นิสสัย คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต ฯ มี ๔ อย่าง ฯ คือ
๑. เที่ยวบิณฑบาต
๒. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
๓. อยู่โคนไม้
๔. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ฯ
๓.
อาบัติว่าโดยชื่อมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๗ อย่าง ฯ คือ
๑. ปาราชิก
๒. สังฆาทิเสส
๓. ถุลลัจจัย
๔. ปาจิตตีย์
๕. ปาฏิเทสียะ
๖. ทุกกฏ
๗. ทุพภาสิต ฯ
๔.
ภิกษุโจทภิกษุอื่นด้วยอาบัติไม่มีมูล เป็นอาบัติอะไรบ้าง ?
ตอบ
โจทด้วยอาบัติปาราชิก เป็นอาบัติสังฆาทิเสส
โจทด้วยอาบัตินอกนี้ เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๕.
ไตรจีวร มีอะไรบ้าง ? ภิกษุอยู่ปราสจากแม้คืนหนึ่ง ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
มี สังฆาฏิ คือผ้าคลุม อุตตราสงค์ คือผ้าห่ม และอันตรวาสก คือ ผ้านุ่ง ฯ
ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ฯ
๖.
ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาจะถวายสงฆ์ มาเพื่อตน เพื่อบุคคลอื่น เพื่อเจดีย์ เพื่อสงฆ์หมู่อื่นจะเป็นอาบัติอะไรได้บ้าง ?
ตอบ
น้อมมาเพื่อตน เป็นอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์
น้อมมาเพื่อบุคคลอื่น เป็นอาบัติปาจิตตีย์
น้อมมาเพื่อเจดีย์และเพื่อสงฆ์หมู่อื่น เป็นอาบัติทุกกฏ ฯ
๗.
ภิกษุนอนในที่มุงที่บังเดียวกันกับสามเณร จะเป็นอาบัติอะไรหรือไม่ ?
ตอบ
นอนได้ ๓ คืน ไม่เป็นอาบัติ เกินกว่านั้นต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๘.
ภิกษุ ก อาพาธ ได้รับคำแนะนำให้ฉันอาหารในเวลาวิกาลเพื่อช่วยให้หายป่วยเร็วแล้วฉันตามคำแนะนำนั้น มีวินิจฉัยตามพระวินัยอย่างไร ?
ตอบ
มีวินิจฉัยว่า ภิกษุ ก ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๙.
เสขิยวัตร คืออะไร ? แบ่งเป็นกี่หมวด ? หมวดที่ ๒ ว่าด้วยเรื่องอะไร ?
ตอบ
คือ ธรรมเนียมหรือวัตรที่ภิกษุพึงศึกษา ฯ
แบ่งเป็น ๔ หมวด ฯ
หมวดที่ ๒ ว่าด้วยเรื่อง โภชนปฏิสังยุต คือธรรมเนียมว่าด้วยเรื่องการขบฉัน ฯ
๑๐.
ข้อว่า เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ นั้นมีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
มีอธิบายว่า รับโดยแสดงความเอื้อเฟื้อในบคุคลผู้ให้ ไม่ดูหมิ่น และให้แสดงความเอื้อเฟื้อในของที่เขาให้ ไม่ทำดังรับเอามาเล่นหรือเอามาทิ้งเสีย ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๓

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
,
โมกฺโข กลฺยาณิยา สาธุ.
เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ.

ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๘.

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

วิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๔

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
,
๑.
ประชาชนในชมพูทวีป มีกี่จำพวก ? จำพวกไหนบ้าง ?
ตอบ
มี ๒ จำพวก คือ
๑. มิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิม
๒. อริยกะ พวกอพยพมาใหม่ ฯ
(หรือจะตอบว่า มี ๔ จำพวก หรือวรรณะ ๔ ก็ได้)
๒.
เมื่อพระมหาบุรุษมีพระชนมายุได้ ๗ ปี ๑๖ ปี ๒๙ ปี มีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง ?
ตอบ
เมื่อพระชนมายุได้ ๗ ปี พระราชบิดาตรัสสั่งให้ขุดสระโบกขรณี ๓ สระในพระราชวัง ให้เป็นที่เล่นสำราญแก่พระองค์
เมื่อพระชนมายุได้ ๑๖ ปี พระราชบิดาตรัสสั่งให้สร้างปราสาท ๓ หลังเพื่อเป็นที่เสด็จอยู่ใน ๓ ฤดู และตรัสขอพระนางยโสธรามาอภิเษกเป็นพระชายา
เมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ ปี ได้พระโอรสนามว่าพระราหุลกุมาร และเสด็จออกบรรพชา ฯ
๓.
พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญทุกรกิริยา ณ ที่ไหน ? ผู้ที่รู้เห็นเป็นพยานในเรื่องนี้คือใคร ?
ตอบ
ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ฯ
คือ พระปัญจวัคคีย์ ฯ
๔.
พระมหาบุรุษได้ทรงศึกษาในสำนักอาฬารดาบสและอุทกดาบสจนจบวิชาความรู้ของอาจารย์ การที่กล่าวว่า พระองค์ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เองโดยไม่มีใครเป็นครูอาจารย์นั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะความรู้ที่เรียนในสำนักดาบสทั้ง ๒ นั้น เป็นโลกิยธรรม ส่วนความรู้ที่ตรัสรู้เองนั้น เป็นโลกุตรธรรมที่ไม่มีใครรู้มาก่อน ฯ
๕.
พระอัญญาโกณฑัญญะได้ชื่อว่าเป็นปฐมสาวก เพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะได้ฟังธัมมจักกัปปวัตตนสูตร จนได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นองค์แรก ฯ
๖.
คำว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคำอุทานของใคร ? ความวุ่นวายขัดข้องนั้นสงบลงได้อย่างไร ?
ตอบ
ของยสกุลบุตร ฯ
สงบได้โดยการฟังอนุปุพพีกถาและอริยสัจ ๔ ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโปรด ฯ
๗.
สถานที่ต่อไปนี้เกี่ยวข้องกับพระบรมศาสดาอย่างไร ?
๑. ลุมพินีวัน
๒. อิสิปตนมฤคทายวัน
๓. ลัฏฐิวัน
๔. เวฬุวัน
๕. สาลวัน
ตอบ
๑. ลุมพินีวัน เป็นสถานที่ประสูติ
๒. อิสิปตนมฤคทายวัน เป็นที่แสดงปฐมเทศนาโปรดพระปัญจวัคคีย์
๓. ลัฏฐิวัน เป็นที่แสดงธรรมโปรดพระเจ้าพิมพิสารและบริวารจนสำเร็จเป็นพระโสดาบัน
๔. เวฬุวัน เป็นสถานที่แสดงโอวาทปาติโมกข์
๕. สาลวัน เป็นสถานที่แสดงมรรคมีองค์แปดแก่สุภัททปริพาชก และเป็นสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ฯ
๘.
ถูปารหบุคคล คือบุคคลเช่นไร ? ได้แก่ใครบ้าง ?
ตอบ
คือบุคคลที่ควรแก่การบรรจุอัฐิธาตุไว้ในสถูปเพื่อเป็นที่กราบไหว้สักการบูชา ฯ
ได้แก่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวกและพระเจ้าจักรพรรดิราช ฯ
ศาสนพิธี
๙.
ปาฏิบุคลิกทานต่างจากสังฆทานอย่างไร ?
ตอบ
ปาฏิบุคลิกทาน คือ ทานที่ถวายเจาะจงเฉพาะพระรูปนั้นรูปนี้
ส่วนสังฆทาน คือ ทานที่ถวายไม่เจาะจงพระรูปใด มอบเป็นของกลางเจาะจงสงฆ์ ฯ
๑๐.
จงเขียนคำอาราธนาพระปริตรมาดู
ตอบ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา
สพฺพทุกฺขวินาสาย ปริตฺตํ พฺรูถ มงฺคลํ ฯ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา
สพฺพภยวินาสาย ปริตฺตํ พฺรูถ มงฺคลํ ฯ
วิปตฺติปฏิพาหาย สพฺพสมฺปตฺติสิทฺธิยา
สพฺพโรควินาสาย ปริตฺตํ พฺรูถ มงฺคลํ ฯ