วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๕

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
,
๑.
สังขตธรรมคืออะไร ? มีลักษณะอย่างไร ?
ตอบ
คือธรรมอันปัจจัยปรุงแต่ง ฯ
มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้น มีความแปรปรวนในท่ามกลาง มีความดับไปในที่สุด ฯ
๒.
สมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานมุ่งผลแห่งการปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
สมถกรรมฐานมุ่งผลคือความสงบใจ
วิปัสสนากรรมฐานมุ่งผลคือความเรืองปัญญา ฯ
๓.
กิเลส กรรม วิบาก ได้ชื่อว่า วัฏฏะ เพราะเหตุไร ? วัฏฏะนั้นจะตัดให้ขาดได้ด้วยอะไร ?
ตอบ
เพราะหมุนเวียนกันไป คือกิเลสเกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุให้ทำกรรม ครั้นทำกรรมแล้ว ย่อมได้รับวิบากกรรม เมื่อได้รับวิบากกรรมแล้ว กิเลสก็เกิดขึ้นอีก วนกันไปอย่างนี้ ฯ
ตัดให้ขาดด้วยอรหัตตมรรค ฯ
๔.
กายวิเวก จิตตวิเวก และอุปธิวิเวก หมายถึงอะไร ?
ตอบ
กายวิเวก หมายถึง สงัดกาย ได้แก่อยู่ในที่สงัด
จิตตวิเวก หมายถึง สงัดจิต ได้แก่ทำจิตให้สงบด้วยสมถภาวนา
อุปธิวิเวก หมายถึง สงัดกิเลส ได้แก่ทำใจให้บริสุทธิ์จากกิเลสด้วยวิปัสสนาภาวนา ฯ
๕.
พระอริยบุคคล ๔ ได้แก่ใครบ้าง ? พระอริยบุคคลประเภทใดละอวิชชาได้เด็ดขาด ?
ตอบ
ได้แก่ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ ฯ
พระอรหันต์ละอวิชชาได้เด็ดขาด ฯ
๖.
ชิวหาวิญญาณและกายวิญญาณ เกิดขึ้นเพราะอาศัยอะไร ?
ตอบ
ชิวหาวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยลิ้นกับรส
กายวิญญาณเกิดขึ้นเพราะอาศัยกายกับโผฏฐัพพะ ฯ
๗.
มัจจุมารได้แก่อะไร ? ได้ชื่อว่าเป็นมารเพราะเหตุไร ?
ตอบ
ได้แก่ความตาย ฯ
ชื่อว่าเป็นมาร เพราะเมื่อตาย บุคคลย่อมหมดโอกาสที่จะทำความดีอีกต่อไป ฯ
๘.
บทว่า “พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว” พระธรรมนั้น หมายถึงอะไร ?
ตอบ
หมายถึง ปริยัติธรรมและปฏิเวธธรรม ฯ
๙.
บทว่า อรหํ ที่แปลว่า เป็นผู้หักกำแห่งสังสารจักร กำแห่งสังสารจักรนั้น ได้แก่อะไร ?
ตอบ
ได้แก่อวิชชา ตัณหา อุปาทาน และกรรม ฯ
๑๐.
พระสงฆ์ปฏิบัติอย่างไร จึงได้ชื่อว่า อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรง ?
ตอบ
คือไม่ปฏิบัติลวงโลก ไม่มีมายาสาไถย ประพฤติซื่อตรงต่อพระศาสดาและเพื่อนสาวกด้วยกัน ฯ

อนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๗

ปัญหาและเฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
อนุพุทธบุคคล คือใคร ? มีความสําคัญอย่างไร ?
ตอบ
คือสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า ฯ
อนุพุทธบุคคลเป็นสังฆรัตนะในรัตนะ ๓ เป็นพยานยืนยันความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นกําลังใหญ่ของพระพุทธเจ้าในอันช่วยประกาศพระธรรมประดิษฐานพระพุทธศาสนาขึ้น เพื่อประโยชน์สุขแก่ชนเป็นอันมาก ฯ
๒.
“ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคําอุทานของใคร ? เพราะเหตุใดจึงอุทานอย่างนั้น ?
ตอบ
ของยสกุลบุตร ฯ
เพราะเห็นหมู่ชนบริวารนอนหลับมีอาการพิกลต่าง ๆ ดุจซากศพที่ทิ้งอยู่ในป่าช้า เกิดความสลดใจ คิดเบื่อหน่าย ฯ
๓.
พระชฎิล ๓ พี่น้อง มีชื่อว่าอะไรบ้าง ? ได้บรรลุพระอรหัตผลเพราะฟังพระธรรมเทศนาชื่ออะไร ?
ตอบ
พระชฎิล ๓ พี่น้อง มีชื่อดังนี้ พระอุรุเวลกัสสปะ พระนทีกัสสปะ พระคยากัสสปะ ฯ
ได้บรรลุพระอรหัตผลเพราะฟังอาทิตตปริยายสูตร ฯ
๔.
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชก มีใจความย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
มีใจความย่อว่า “ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาตรัสสอนอย่างนี้” ฯ
๕.
พระโอวาทว่า “เราจักไม่ชูงวง เข้าไปสู่สกุล” หมายความว่าอย่างไร ? พระพุทธองค์ตรัสแก่พระสาวกองค์ใด ?
ตอบ
หมายความว่า ไม่ถือตัว ไม่เย่อหยิ่ง ฯ ตรัสแก่พระมหาโมคคัลลานะ ฯ
๖.
พระมหากัสสปเถระถือธุดงค์กี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
ถือธุดงค์ ๓ อย่าง ฯ คือ
๑. ใช้ผ้าบังสุกุลจีวรเป็นวัตร
๒. เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
๓. อยู่ป่าเป็นวัตร
๗.
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอุปมาด้วยพิณ ๓ สาย แก่ใคร ? ด้วยทรงพระประสงค์ใด ?
ตอบ
แสดงแก่พระโสณโกฬิวิสะ ฯ
ด้วยประสงค์จะให้ท่านทําความเพียรพอประมาณ เพราะท่านทําความเพียรอย่างยิ่ง เดินจงกรมจนเท้าแตก ฯ
๘.
พระเถระและพระเถรีผู้มีชื่อต่อไปนี้ ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ?
ก. พระมหากัจจายนเถระ
ข. พระโมฆราชเถระ
ค. พระราหุลเถระ
ง. พระปฏาจาราเถรี
จ. พระอุบลวรรณาเถรี
ตอบ
ก. พระมหากัจจายนเถระ เป็นเอตทัคคะในทางอธิบายคําย่อให้พิสดาร
ข. พระโมฆราชเถระ เป็นเอตทัคคะในทางทรงจีวรเศร้าหมอง
ค. พระราหุลเถระ เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใฝ่ใจในการศึกษา
ง. พระปฏาจาราเถรี เป็นเอตทัคคะในทางทรงวินัย
จ. พระอุบลวรรณาเถรี เป็นเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
ศาสนพิธี
๙.
จงให้ความหมายของคําต่อไปนี้ การเข้าพรรษา การออกพรรษา ?
ตอบ
การเข้าพรรษา หมายถึง การที่ภิกษุผูกใจว่าจะอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งตลอดเวลา ๓ เดือนในฤดูฝน ไม่ไปค้างแรมให้ล่วงราตรีในที่แห่งอื่น เว้นแต่ไปด้วยสัตตาหกรณียะ ฯ
การออกพรรษา หมายถึง กาลที่สิ้นสุดกําหนดอยู่จําพรรษาของภิกษุตามพระวินัยบัญญัติ มีพิธีเป็นสังฆกรรมพิเศษโดยเฉพาะ เรียกโดยภาษาพระวินัยว่า ปวารณากรรม คือ การทําปวารณาของสงฆ์ผู้อยู่ร่วมกันตลอดเวลา ๓ เดือน ฯ
๑๐.
วันธรรมสวนะ คือวันอะไร ? ทรงอนุญาตให้มีในวันใดบ้าง ?
ตอบ
วันธรรมสวนะ คือ วันกําหนดประชุมฟังธรรม หรือที่เรียกว่า “วันพระ” ฯ
ทรงอนุญาตให้มีในวัน ๘ ค่ำ และวัน ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำของปักษ์ทั้งข้างขึ้นและข้างแรม ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๕

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
,
๑.
สิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์เรียกว่าอะไร ? ทรงบัญญัติไว้เพื่อประโยชน์อะไร ?
ตอบ
เรียกว่า อภิสมาจาร ฯ
ทรงบัญญัติไว้เพื่อความเป็นระเบียบของภิกษุและเพื่อความงอกงามของพระศาสนา ฯ
๒.
สังฆาฏิ บาตร ประคดเอว เข็ม มีดโกน อย่างไหนจัดเป็นบริขารบริโภค อย่างไหนจัดเป็นบริขารอุปโภค ?
ตอบ
สังฆาฏิ บาตร ประคดเอว จัดเป็นบริขารบริโภค
เข็ม มีดโกน จัดเป็นบริขารอุปโภค ฯ
๓.
บาตรที่ทรงอนุญาตมีกี่ชนิด ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๒ ชนิด ฯ คือ
๑. บาตรดินเผา
๒. บาตรเหล็ก ฯ
๔.
คำว่า ถือนิสัย ในพระวินัย หมายความว่าอะไร ?
ตอบ
หมายความว่า ยอมตนอยู่ในความปกครองของพระเถระผู้มีคุณสมบัติสามารถปกครองตนได้ ให้ท่านปกครอง พึ่งพิงพำนักอาศัยท่าน ฯ
๕.
วัตรคืออะไร ? อุปัชฌายวัตรและสัทธิวิหาริกวัตร ใครพึงทำแก่ใคร ?
ตอบ
คือแบบอย่างอันดีงามที่ภิกษุควรประพฤติในกาลนั้น ๆ ฯ
อุปัชฌายวัตร สัทธิวิหาริกพึงทำแก่อุปัชฌาย์
สัทธิวิหาริกวัตร อุปัชฌาย์พึงทำแก่สัทธิวิหาริก ฯ
๖.
ภิกษุอยู่ในกุฎีเดียวกันกับภิกษุผู้มีพรรษามากกว่า ควรปฏิบัติตนอย่างไร จึงชื่อว่าแสดงความเคารพท่านตามพระวินัย ?
ตอบ
จะทำสิ่งใด ๆ ควรขออนุญาตท่านก่อน เช่น สอนธรรม อธิบายความ สาธยาย แสดงธรรม เปิดหรือปิดไฟ เปิดหรือปิดหน้าต่าง มิให้ทำตามอำเภอใจ ฯ
๗.
สัตตาหกรณียะคืออะไร ? มีวิธีปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
คือการหลีกไปในระหว่างอยู่จำพรรษาด้วยกิจธุระอันสมควรและกลับมาภายใน ๗ วัน ฯ
ให้ผูกใจว่าจะกลับมาภายใน ๗ วัน ฯ
๘.
อนาจารหมายถึงอะไร ? เล่นอย่างไรบ้าง จัดเป็นอนาจาร ?
ตอบ
อนาถารหมายถึงความประพฤติไม่ดีงามและการเล่นมีประการต่าง ๆ ฯ
เล่นอย่างเด็ก เล่นคะนอง เล่นพนัน เล่นปู้ยี่ปู้ยำ เล่นอึงคะนึง จัดเป็นอนาจาร ฯ
๙.
มหาปเทสแปลว่าอะไร ? ทรงประทานไว้เพื่อประโยชน์อะไร ?
ตอบ
แปลว่าข้อสำหรับอ้างใหญ่ ฯ
เพื่อเป็นหลักแห่งการวินิจฉัยทั้งในทางธรรมทั้งในทางวินัย ฯ
๑๐.
สมบัติของภิกษุในทางพระวินัยมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๔ ฯ คือ
๑. สีลสมบัติ
๒. อาจารสมบัติ
๓. ทิฏฐิสมบัติ
๔. อาชีวสมบัติ ฯ

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๕๔

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช๒๕๕๔
,
๑.
สัทธรรมปฏิรูป คืออะไร ? เกิดขึ้นจากอะไร ?
ตอบ
คือ สัทธรรมชนิดที่ปลอมหรือเทียม ไม่ใช่สัทธรรมแท้ ฯ เกิดขึ้นจากความเห็นผิดหรือเข้าใจผิดของผู้เรียบเรียง เมื่อเรียบไปแม้ผิดก็หารู้ไม่ ด้วยเข้าใจว่าของตนถูก แล้วได้นำมาปนไว้ในสัทธรรมที่แท้ ฯ
๒.
บทอุทเทสว่า เอถ ปสฺสถิมํ โลกํ ซึ่งแปลว่า สูทั้งหลายจงมาดูโลก พระศาสดาตรัสชวนให้มาดูโลกโดยมีพระประสงค์อย่างไร ?
ตอบ
ทรงมีพระประสงค์จะทรงปลุกใจพวกเราให้หยั่งเห็นซึ้งลงไปถึงคุณโทษประโยชน์มิใช่ประโยชน์แห่งสิ่งนั้น ๆ อันคุมเข้าเป็นโลก จะได้ไม่ตื่นเต้นไม่ติดในสิ่งนั้น ๆ รู้จักละสิ่งที่เป็นโทษ ไม่ข้องติดอยู่ในสิ่งที่เป็นคุณ ฯ
๓.
ทุกข์ประจำสังขารกับทุกข์จร ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ทุกข์ประจำสังขาร เป็นทุกข์ที่ต้องมีแก่คนทุกคน ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงพ้น ได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความตาย ส่วนทุกข์จรเป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ได้แก่ โสกะ ประเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาส ประจวบด้วยคนหรือสิ่งอันไม่เป็นที่รัก พรากจากคนหรือสิ่งอันเป็นที่รัก ปรารถนาไม่ได้สมหวัง ฯ
๔.
ในวิมุตติ ๕ วิมุตติใดจัดเข้าใน อริยมรรค อริยผล นิพพาน ?
ตอบ
สมุจเฉทวิมุตติ จัดเข้าใน อริยมรรค
ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ จัดเข้าใน อริยผล
นิสสรณวิมุตติ จัดเข้าใน นิพพาน
๕.
จงจัดมรรค ๘ เข้าในวิสุทธิ ๗ มาดู
ตอบ
๑. สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ จัดเข้าในสีลวิสุทธิ
๒. สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ จัดเข้าในจิตตวิสุทธิ
๓. สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ จัดเข้าใน ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ญาณทัสสนวิสุทธิ
๖.
พระศาสดาทรงสอนภิกษุโดยยกเอาเรือมาเป็นอุปมาว่า สิญฺจ ภิกฺขุ อิมํ นาวํ สิตฺตา เต ลหุเมสฺสติ แปลว่า ภิกษุ เธอจงวิดเรือนี้ เรืออันเธอวิดแล้วจักพลันถึง มีอธิบายโดยย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
มีอธิบายโดยย่อว่า เรือ หมายถึงอัตภาพ วิดเรือ คือวิดน้ำที่รั่วเข้าในเรือ ซึ่งหมายถึงการบรรเทากิเลสและบาปธรรม ที่ไหลเข้ามาท่วมทับจิตใจ ให้บางเบา จนขจัดได้ขาด เมื่ออัตภาพนี้เบาก็จักปฏิบัติเพื่อไปสู่พระนิพพานได้เร็ว ฯ
๗.
กัมมัฏฐานต่อไปนี้ คือ กสิณ จตุธาตุววัตถานะ พุทธานุสสติ เป็นที่สบายแก่คนผู้มักถูกนิวรณ์ข้อใดครอบงำ ?
ตอบ
ก. กสิณ เป็นที่สบายแก่คนผู้มักถูกอุทธัจจกุกกุจจะครอบงำ
ข. จตุธาตุววัตถานะ เป็นที่สบายแก่คนผู้มักถูกวิจิกิจฉาครอบงำ
ค. พุทธานุสสติ เป็นที่สบายแก่คนผู้มักถูกถีนมิทธะครอบงำ
๘.
ในอรกสูตร กล่าวไว้ว่า ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายเปรียบเหมือนหยาดน้ำค้าง ดังนี้ มีอธิบายอย่างไร ? และที่กล่าวไว้เช่นนั้นมีประโยชน์ออย่างไร ?
ตอบ
มีอธิบายว่า ธรรมดาหยาดนำค้างที่จับอยู่ตามยอดหญ้า เมื่อถูกแสงอาทิตย์ในเวลาเช้า ก็พลันจะเหือดแห้งหายไป ฉันใด ชีวิตของมนุษย์ทั้งหลายก็ฉันนั้น มีความเกิดแล้วก็มีความแก่ ความเจ็บ ความตาย คอยเบียดเบียนทำให้ดำรงอยู่ได้ไม่นาน ไม่ถึงร้อยปีก็จะหมดไป ฯ ที่กล่าวไว้เช่นนั้น เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้รู้สึกด้วยปัญญา ทำให้ไม่ประมาทในชีวิต เร่งสั่งสมความดี ฯ
๙.
ในอนัตตลักขณสูตร พระศาสดาทรงยกธรรมอะไรขึ้นแสดงว่าเป็นอนัตตา ? และในตอนท้ายของพระสูตร ทรงแสดงอานิสงส์แห่งวิปัสสนาว่าอย่างไร ?
ตอบ
ทรงยก ขันธ์ ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ขึ้นแสดง ฯ ในตอนท้ายของพระสูตร ทรงแสดงไว้ว่า เอวํ ปสฺสํ ภิกฺขเว สุตวา อริยสาวโก เป็นต้น ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เมื่อเห็นอย่างนี้ย่อมเบื่อหน่าย ย่อมฟอกจิตให้หมดจด เพราะการฟอกจิตให้หมดจดได้ จิตนั้นก็พ้นจากอาสวะทั้งปวง เมื่อจิตพ้นพิเศษแล้ว ก็มีญาณหยั่งรู้ว่าพ้นแล้ว และเธอรู้ประจักษ์ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์คือกิจพระศาสนาได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นที่จะต้องทำเช่นนี้ ไม่มีอีก ฯ
๑๐.
ในคิริมานนทสูตร ข้อว่า ปหานสัญญา พระศาสดาทรงสอนให้ละอะไร ?
ตอบ
ทรงสอนให้ละ กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก และอกุศลบาปธรรม ที่เกิดขึ้นแล้ว ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๖

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
๑.
การพิจารณาสังขารทั้งหลายโดยความเป็นไตรลักษณ์ จัดเป็นกัมมัฏฐานอะไร ? มีประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
การพิจารณาสังขารทั้งหลายโดยความเป็นไตรลักษณ์ จัดเป็น วิปัสสนากัมมัฏฐาน ฯ มีประโยชน์ คือทำให้รู้จักสภาพที่เป็นจริงแห่งสังขารทั้งหลายว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วเกิดความเบื่อหน่ายในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น ฯ
๒.
ราคะ โลภะ อิสสา กลิ่น รส อย่างไหนเป็นกิเลสกาม อย่างไหนเป็นวัตถุกาม ?
ตอบ
ราคะ โลภะ อิสสา เป็นกิเลสกาม กลิ่น รส เป็นวัตถุกาม ฯ
๓.
บุคคลผู้ถือความถูกต้องเป็นใหญ่ ทำด้วยความเมตตา กรุณา เป็นต้น จัดเข้าในอธิปเตยยะข้อไหน ?
ตอบ
จัดเข้าใน ธัมมาธิปเตยยะ ฯ
๔.
ปฏิปทาของพระอริยบุคคลผู้เป็นสมถะ เรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า อริยวงศ์ ฯ มี ๔ อย่าง ได้แก่
๑. สันโดษด้วยจีวรตามมีตามเกิด
๒. สันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามเกิด
๓. สันโดษด้วยเสนาสนะตามมีตามเกิด
๔. ยินดีในการเจริญกุศลและในการละอกุศล
๕.
ทิฏฐิ อวิชชา เพราะเหตุไรจึงเรียกว่า โอฆะ โยคะ อาสวะ ?
ตอบ
เรียกว่า โอฆะ เพราะเป็นดุจกระแสน้ำอันท่วมใจสัตว์
เรียกว่า โยคะ เพราะประกอบสัตว์ไว้ในภพ
เรียกว่า อาสวะ เพราะเป็นสภาพหมักหมมอยู่ในสันดาน
๖.
สังวรคืออะไร ? สติสังวร สำรวมด้วยสตินั้น มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
สังวร คือ การสารวมระวังปิดกั้นอกุศล ฯ สติสังวร สำรวมด้วยสตินั้น มีอธิบายว่า สำรวมอินทรีย์มีจักษุเป็นต้น ระวังรักษามิให้อกุศลกรรมเข้าครอบงำเมื่อเห็นรูปเป็นต้น ทั้งมีสติไม่ฟั่นเฟือนหลงลืม ระลึกได้ก่อนแต่ทำ พูด คิด ไม่ให้ผิดทางกาย วาจา ใจ ไม่ประมาทหลงทำกรรมชั่ว ฯ
๗.
พระธรรมคุณบทว่า “เอหิปัสสิโก” มีอธิบายว่าอย่างไร ?
ตอบ
มีอธิบายว่า พระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสามารถที่จะให้พิสูจน์ได้ทุกเวลา และสามารถนำไปประพฤติในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขได้ทุกเวลา ฯ
๘.
บารมี คืออะไร ? อธิษฐานบารมี คือการทำอย่างไร ?
ตอบ
บารมี คือ ปฏิปทาอันยิ่งยวด หรือคุณธรรมที่ประพฤติอย่างยิ่งยวด ได้แก่ ความดีที่บำเพ็ญอย่างพิเศษ เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุด
อธิษฐานบารมี คือ ความตั้งใจมั่นตัดสินใจเด็ดเดี่ยว วางจุดหมายแห่งการกระทำของตนไว้แน่นอนและดำเนินตามนั้นอย่างแน่วแน่
๙.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ?
ก. อโหสิกรรม
ข. กตัตตากรรม
ตอบ
ก. อโหสิกรรม คือ กรรมให้ผลสำเร็จแล้ว เป็นกรรมล่วงคราวแล้ว เลิกให้ผล เปรียบเหมือนพืชสิ้นยางแล้วเพาะไม่ขึ้น
ข. กตัตตากรรม คือ กรรมสักว่าทำ ได้แก่ กรรมอันทำด้วยไม่จงใจ
๑๐.
ธุดงค์ ท่านบัญญัติไว้เพื่อประโยชน์อะไร ? ภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตรอย่างเคร่ง ท่านให้ถือปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
ธุดงค์ ท่านบัญญัติไว้เพื่อประโยชน์ คือ เป็นอุบายขัดเกลากิเลสและเป็นไปเพื่อความมักน้อยสันโดษ ฯ ภิกษุผู้ถือบิณฑบาตเป็นวัตรอย่างเคร่ง คือ เมื่อเลิกบิณฑบาต นั่งลงแล้ว แม้มีผู้มาใส่บาตรอีกก็ไม่รับ ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก ๒๕๕๕

ปัญหาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
นิทฺทาสีลี สภาสีลี    อนุฏฺฐาตา จ โย นโร
อลโส โกธปญฺญาโณ    ตํ ปราภวโต มุขํ.
คนใดมักหลับ มักคุย และไม่ขยัน
เกียจคร้าน มีความมุทะลุ ข้อนั้น
เป็นเหตุของผู้ฉิบหาย.

(พุทฺธ) ขุ. สุ. ๒๕/๓๔๖.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้สนิทติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

พุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๕๕

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
๑.
ศากยวงศ์สืบเชื้อสายมาจากใคร? ที่ได้นามว่า ศากยะ เพราะเหตุไร?
ตอบ
สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าโอกกากราช ฯ ที่ได้นามว่า ศากยะ เพราะเหตุ ๒ ประการ คือ
๑. เพราะได้ชื่อตามชนบทที่ตั้งเมือง
๒. เพราะมีความกล้าหาญ สามารถตั้งเมืองได้เอง
๒.
พระวาจาที่พระมหาบุรุษทรงเปล่งครั้งแรก เรียกว่าอะไร? ความว่าอย่างไร?
ตอบ
เรียกว่า อาสภิวาจา ฯ ความว่า “เราเป็นผู้เลิศแห่งโลก (อคฺโคหมสฺมิ โลกสฺส) เราเป็นผู้เจริญแห่งโลก (เชฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส) เราเป็นผู้ประเสริฐแห่งโลก (เสฏฺโฐหมสฺมิ โลกสฺส) ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย (อยมนฺติมา ชาติ) บัดนี้ ภพใหม่มิได้มี (นตฺถิทานิ ปุนพฺภโว)” ฯ
๓.
การที่พระพุทธองค์ทรงเลิกการทรมานพระวรกายแล้ว กลับมาเสวยพระกระยาหาร เพราะทรงพิจารณาเห็นอย่างไร?
ตอบ
เพราะทรงพิจารณาเห็นว่า คนที่ไม่บริโภคอาหารจนร่างกายหมดกำลัง ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรทางจิตได้ ฯ
๔.
เมื่อพระเบญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้อุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทาแล้ว พระบรมศาสดาทรงพิจารณาเห็นอย่างไรจึงทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรโปรดพระเบญจวัคคีย์?
ตอบ
ทรงพิจารณาเห็นว่า พระเบญจวัคคีย์ตั้งอยู่ในที่แห่งสาวก มีอินทรีย์คือศรัทธาเป็นต้น แก่กล้า ควรเจริญวิปัสสนาเพื่อวิมุติได้แล้ว จึงทรงแสดงอนัตตลักขณสูตรโปรดพระเบญจวัคคีย์ ฯ
๕.
พระอัสสชิเถระแสดงธรรมโดยย่อแก่อุปติสสปริพาชก ความว่าอย่างไร? และได้ผลอย่างไร?
ตอบ
มีความว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุของธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาทรงสั่งสอนอย่างนี้ ฯ อุปติสสปริพาชกได้ฟังแล้ว ได้ธรรมจักษุ ดวงตาเห็นธรรม ฯ
๖.
การอุปสมบทด้วยญัตติจตุตถกรรมวาจา พระสาวกผู้เป็นอุปัชฌายะ และเป็นสัทธิวิหาริกรูปแรก คือใคร?
ตอบ
พระสารีบุตร เป็นอุปัชฌายะรูปแรก ฯ พระราธะ เป็นสัทธิวิหาริกรูปแรก ฯ
๗.
ข้อความว่า “วรรณะใดประพฤติกุศลกรรมบถ วรรณะนั้นย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์” ดังนี้ ใครกล่าว และกล่าวแก่ใคร?
ตอบ
พระมหากัจจายนะกล่าว ฯ กล่าวแก่พระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ฯ
๘.
ปัญหาว่า “โลกคือหมู่สัตว์ อันอะไรปิดบังไว้ จึงหลงดุจอยู่ในที่มืด” ดังนี้ ใครเป็นผู้ถาม? ได้รับคำพยากรณ์ว่าอย่างไร?
ตอบ
อชิตมาณพเป็นผู้ถาม ฯ ได้รับการพยากรณ์ว่า โลกคือหมู่สัตว์ อันอวิชชาคือความไม่รู้แจ้งปิดบังไว้ จึงหลงดุจอยู่ในที่มืด ฯ
๙.
พระสาวกสาวิกาต่อไปนี้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางใด?
ก. พระมหาโมคคัลลานะ
ข. พระมหากัสสปะ
ค. พระอุบาลี
ง. พระนางมหาปชาบดีโคตมี
จ. พระนางเขมา
ตอบ
ก. พระมหาโมคคัลลานะ เป็นผู้เลิศในทางมีฤทธิ์
ข. พระมหากัสสปะ เป็นผู้เลิศในทางถือธุดงค์
ค. พระอุบาลี เป็นผู้เลิศในทางทรงพระวินัย
ง. พระนางมหาปชาบดีโคตมี เป็นผู้เลิศในทางผู้รัตตัญญู
จ. พระนางเขมา เป็นผู้เลิศในทางมีปัญญา
๑๐.
พุทธเจดีย์มีกี่ประเภท? อะไรบ้าง? พระพุทธรูป สงเคราะห์เข้าในเจดีย์ประเภทใด?
ตอบ
พุทธเจดีย์มี ๔ ประเภท ฯ คือ ธาตุเจดีย์ บริโภคเจดีย์ ธรรมเจดีย์ และอุทเทสิกเจดีย์ ฯ พระพุทธรูป สงเคราะห์เข้าในอุทเทสิกเจดีย์ ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๖

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
๑.
อภิสมาจารคืออะไร ? ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อในอภิสมาจารมีโทษอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
อภิสมาจาร คือขนบธรรมเนียมอันดีงามของภิกษุ ฯ ภิกษุผู้ไม่เอื้อเฟื้อในอภิสมาจาร มีโทษปรับอาบัติถุลลัจจัยเป็นอย่างสูง แต่มีน้อย ส่วนมากปรับอาบัติทุกกฏเป็นพื้น ฯ
๒.
ในกายบริหาร มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับหนวดและคิ้วไว้อย่างไร ?
ตอบ
เรื่องหนวด มีข้อปฏิบัติไว้ว่า อย่าพึงไว้หนวดไว้เครา คือต้องโกนเสมอ ห้ามไม่ให้แต่งหนวด และห้ามไม่ให้ตัดหนวดด้วยกรรไกร ส่วนเรื่องคิ้ว ไม่ได้วางหลักปฏิบัติไว้ แต่พระสงฆ์ไทยนิยมโกนพร้อมกับผม ฯ
๓.
วัตถุอนามาส คืออะไร ? ภิกษุจับต้องวัตถุอนามาสนั้น ต้องอาบัติอะไรบ้าง ?
ตอบ
วัตถุอนามาส คือ สิ่งที่ภิกษุไม่ควรจับต้อง ฯ
ภิกษุจับต้องมาตุคาม เป็นอาบัติสังฆาทิเสส ถุลลัจจัย และทุกกฏ ตามประโยค จับต้องบัณเฑาะก์ด้วยความกำหนัด เป็นอาบัติถุลลัจจัย นอกนั้นเป็นวัตถุแห่งอาบัติทุกกฏทั้งหมด ฯ
๔.
ภิกษุผู้เป็นอาคันตุกะ ไปสู่อาวาสอื่น พึงประพฤติอย่างไรจึงจะถูกธรรมเนียมตามพระวินัย ?
ตอบ
พึงประพฤติดังนี้
๑. ทำความเคารพในท่าน
๒. แสดงความเกรงใจเจ้าของถิ่น
๓. แสดงอาการสุภาพ
๔. แสดงอาการสนิทสนมกับเจ้าของถิ่น
๕. ถ้าจะอยู่ที่นั่น ควรประพฤติให้ถูกธรรมเนียมของเจ้าของถิ่น
๖. ถือเสนาสนะแล้วอย่าดูดาย เอาใจใส่ชำระปัดกวาดให้หมดจด จัดตั้งเครื่องเสนาสนะให้เป็นระเบียบ
๕.
ภิกษุอธิษฐานจำพรรษาแล้ว มีเหตุไปที่อื่น ผูกใจจะกลับมาให้ทันในวันนั้น แต่กลับมาไม่ทัน เช่นนี้พรรษาขาดหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?
ตอบ
ถ้าไปด้วยธุระที่ทรงอนุญาตให้ไปด้วยสัตตาหกรณียะ พรรษาไม่ขาด เพราะยังอยู่ในพระพุทธานุญาตนั้นเอง ทั้งจิตคิดจะกลับก็มีอยู่ ถ้าไปด้วยมิใช่ธุระที่เป็นสัตตาหกรณียะพรรษาขาด ฯ
๖.
กำลังสวดพระปาฏิโมกข์อยู่ หากมีภิกษุอื่นเข้ามาจะปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
ปฏิบัติอย่างนี้ คือ ถ้าภิกษุผู้เข้ามาใหม่มากกว่าภิกษุผู้ชุมนุมต้องสวดตั้งต้นใหม่ ถ้าเท่ากันหรือน้อยกว่า ส่วนที่สวดไปแล้วก็ให้เป็นอันสวดแล้ว ให้เธอผู้มาใหม่ฟังส่วนที่ยังเหลือต่อไป ฯ
๗.
ปวารณา คืออะไร ? มีพระพุทธานุญาตให้ทำในวันไหน ?
ตอบ
ปวารณา คือ การบอกให้โอกาสแก่ภิกษุทั้งหลายผู้ปรารถนาจะตักเตือนว่ากล่าวตนได้ ฯ มีพระพุทธานุญาตให้ทำในวันขึ้น ๑๕ คํ่า เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวันเต็ม ๓ เดือนแต่วันจำพรรษา ฯ
๘.
อเนสนาได้แก่อะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
อเนสนา ได้แก่ กิริยาแสวงหาเลี้ยงชีพในทางไม่สมควร ฯ มี ๒ อย่าง คือ
๑. การแสวงหาเป็นโลกวัชชะ มีโทษทางโลก
๒. การแสวงหาเป็นปัณณัตติวัชชะ มีโทษทางพระบัญญัติ
๙.
ลักษณะถือวิสาสะที่มาในพระบาลีมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ลักษณะถือวิสาสะที่มาในพระบาลี มีองค์ ๕ คือ
๑. เป็นผู้เคยได้เห็นกันมา
๒. เป็นผู้เคยคบกันมา
๓. ได้พูดกันไว้
๔. ยังมีชีวิตอยู่
๕. รู้ว่าของของผู้นั้น เราถือเอาแล้วเขาจักพอใจ
๑๐.
ภิกษุจะเปลี่ยนไตรครอง พึงปฏิบัติอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
ให้ทำการถอนอธิษฐานของเดิมเสียก่อน แล้วจึงอธิษฐานใช้ของใหม่ คือต้องปัจจุธรณ์คือถอนอธิษฐานผืนเก่าก่อน แล้วทำพินทุและอธิษฐานผืนใหม่
(หากจะเขียนตอบแบบละเอียดดังนี้)
ภิกษุจะเปลี่ยนไตรครอง พึงปฏิบัติตามลำดับ ดังนี้
กรณีปกติเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนจีวรเก่า จีวรกฐิน ต้องกล่าวคำสละผ้าเสียก่อน แล้วทำพินทุ แล้วก็อธิษฐานผ้าตามชื่อ จีวร สังฆาฏิ สบง ตามภาษาบาลี
กรณีจีวรถูกขโมยไปหรือสูญหายต้องกล่าวคำถอนเสียก่อน ทำความอาลัยแล้วนำผ้าผืนใหม่มาทำพินทุ อธิษฐานตามลำดับ

วินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๕๕

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
๑.
สังฆกรรมมีกี่ประเภท? อะไรบ้าง? สังฆกรรมแต่ละประเภท ทรงอนุญาตให้สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำในที่เช่นไร?
ตอบ
สังฆกรรมมี ๔ ประเภท คือ อปโลกนกรรม ๑ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑ ฯ อปโลกนกรรม ทรงอนุญาตให้สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำในเขตสีมา หรือนอกเขตสีมาก็ได้ ส่วนญัตติกรรม ญัตติทุติยกรรม และญัตติจตุตถกรรม ทรงอนุญาตให้สงฆ์พร้อมเพรียงกันทำในเขตสีมา จะเป็นพัทธสีมา หรืออพัทธสีมาก็ได้ ฯ
๒.
ความพรั่งพร้อมของสงฆ์ครบองค์ที่กำหนดเป็นส่วนสำคัญในการประกอบสังฆกรรมนั้น ๆ เมื่อครบองค์สงฆ์ตามที่กำหนด สังฆกรรมนั้น ๆ เป็นอันใช้ได้แล้ว หรือยังมีช่องทางเสียหายอื่นอีก? จงชี้แจง
ตอบ
นับว่าเป็นใช้ได้เฉพาะแต่อปโลกนกรรมเท่านั้น ส่วนสังฆกรรมอื่น ๆ อีก ๓ อย่าง คือ ญัตติกรรม ๑ ญัตติทุติยกรรม ๑ ญัตติจตุตถกรรม ๑ ยังมีช่องทางเสียหายอื่นอีก คือ วัตถุวิบัติบ้าง สีมาวิบัติบ้าง กรรมวาจาวิบัติบ้าง ฯ
๓.
พัทธสีมา มีกี่ชนิด? อะไรบ้าง? สีมาผูกเฉพาะบริเวณอุโบสถเรียกว่าอะไร?
ตอบ
มี ๓ ชนิด คือ สีมาผูกเฉพาะบริเวณโรงอุโบสถ เรียกขัณฑสีมา ๑ สีมาผูกทั่ววัด เรียก มหาสีมา ๑ สีมาผูก ๒ ชั้น ๑ ฯ สีมาผูกเฉพาะบริเวณอุโบสถ เรียกว่าขัณฑสีมา ฯ
๔.
พระทัพพมัลลบุตร มีความดำริอย่างไร พระศาสดาทรงทราบแล้วทรงสาธุการ ตรัสให้สงส์สมมติให้ท่านรับหน้าที่อะไรบ้าง?
ตอบ
ท่านดำริว่า ท่านอยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ควรจะรับธุระของสงฆ์ จึงกราบทูลพระศาสดาทรงสาธุการแล้ว ตรัสให้สงส์สมมติท่านให้เป็นภัตตุทเทสกะและเสนาสนคาหาปกะ ฯ
๕.
อะไรเป็น บุพพกิจ และ ปัจฉิมกิจ แห่งอุปสมบทกรรม?
ตอบ
การให้บรรพชาจนถึงสมมติภิกษุรูปหนึ่งสอบถามอุปสัมปทาเปกขะถึงอันตรายิกธรรมในสงฆ์ เป็นบุพพกิจแห่งอุปสมบทกรรม ฯ การวัดเงาแดด การบอกประมาณแห่งฤดู การบอกส่วนแห่งวัน การบอกสังคีติ การบอกนิสัย ๔ การบอกอกรณียกิจ ๔ ในลำดับเวลาสวดกรรมวาจาจบ เป็นปัจฉิมกิจแห่งอุปสมบทกรรม ฯ
๖.
อนุวาทาธิกรณ์ คืออะไร? ระงับด้วยอธิกรณสมถะเท่าไร? อะไรบ้าง?
ตอบ
อนุวาทาธิกรณ์ คือ การโจทกันด้วยอาบัตินั้น ๆ ฯ ระงับด้วยอธิกรณสมถะ ๔ อย่าง คือ
สัมมุขาวินัย
สติวินัย
อมูฬหวินัย
ตัสสปาปิยสิกา
๗.
นาสนา คืออะไร? บุคคลเช่นไรที่ทรงอนุญาตให้นาสนา?
ตอบ
นาสนา คือ การยังบุคคลผู้ไม่สมควรถือเพศภิกษุและสามเณร ให้สละเพศเสีย ฯ
บุคคลที่ทรงอนุญาตให้นาสนามี ๓ ประเภท คือ
๑. ภิกษุต้องอันติมวัตถุแล้วยังปฏิญญาตนเป็นภิกษุ
๒. บุคคลผู้อุปสมบทไม่ขึ้น ได้รับอุปสมบทแต่สงฆ์
๓. สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ ข้อใดข้อหนึ่ง เช่น เป็นผู้มักผลาญชีวิตสัตว์ เป็นต้น
๘.
จงเขียนคำขออุปสมบทมา
ตอบ
คำขออุปสมบท ว่าดังนี้
สงฺฆมฺภนฺเต อุปสมฺปทํ ยาจามิ อุลฺลุมฺปตุ มํ ภนฺเต, สงฺโฆ อนุกมฺปํ อุปาทาย
ทุติยมฺปิ ภนฺเต สงฺฆํ อุปสมฺปทํ ยาจามิ อุลฺลุมฺปตุ มํ ภนฺเต สงฺโฆ อนุกมฺปํ อุปาทาย
ตติยมฺปิ ภนฺเต สงฺฆํ อุปสมฺปทํ ยาจามิ อุลฺลุมฺปตุ มํ ภนฺเต, สงฺโฆ อนุกมฺปํ อุปาทาย
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์
๙.
ตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ วัดมีกี่ประเภท? อะไรบ้าง? และใครเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป?
ตอบ
มี ๒ ประเภท ฯ คือ
๑. วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
๒. สำนักสงฆ์
เจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการทั่วไป
๑๐.
ภิกษุผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย และได้มีคำวินิจฉัยถึงที่สุดให้ได้รับนิคหกรรมให้สึก ต้องปฏิบัติอย่างไร? ถ้าไม่ปฏิบัติตามต้องได้รับโทษอะไร?
ตอบ
ต้องสึกภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ได้ทราบคำวินิจฉัย ฯ ถ้าไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๗

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
ปุคคลาธิฏฐานาเทศนา เทศนามีบุคคลเป็นที่ตั้ง มีอธิบายว่าอย่างไร ?
ตอบ
มีอธิบายว่า การสอนที่ยกบุคคลมาเป็นตัวอย่าง เช่น ในมหาชนกชาดก สอนเรื่องความเพียร โดยกล่าวถึงพระมหาชนกโพธิสัตว์ว่า ทรงมีความเพียรอย่างยิ่ง พยายามว่ายน้ำในท่ามกลางมหาสมุทรที่กว้างใหญ่มองไม่เห็นฝั่งอย่างไม่ย่อท้อ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะถึงฝั่งให้ได้ ฯ
๒.
ตจปัญจกกัมมัฏฐาน มีอะไรบ้าง ? เป็นอารมณ์ของสมถกัมมัฏฐาน หรือของวิปัสสนากัมมัฏฐาน ?
ตอบ
ตจปัญจกกัมมัฏฐาน มี เกสา ผม โลมา ขน นขา เล็บ ทนฺตา ฟัน และ ตโจ หนัง ฯ เป็นอารมณ์ได้ทั้งสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ฯ
๓.
กิเลส กรรม วิบาก ได้ชื่อว่า วัฏฏะ เพราะเหตุไร ? วัฏฏะนั้นจะตัดให้ขาดได้ด้วยอะไร ?
ตอบ
เพราะหมุนเวียนกันไป คือกิเลสเกิดขึ้นแล้วเป็นเหตุให้ทํากรรม ครั้นทํากรรมแล้ว ย่อมได้รับวิบากแห่งกรรม เมื่อได้รับวิบาก กิเลสเกิดขึ้นอีก วนกันไปอย่างนี้ ฯ ตัดให้ขาดได้ด้วยอรหัตตมรรค ฯ
๔.
อุปาทาน คืออะไร ? การถือเราถือเขาด้วยอํานาจมานะจนเป็นเหตุถือพวก จัดเป็นข้อใด ในอุปาทาน ๔ ?
ตอบ
คือการถือมั่นข้างเลว ได้แก่ถือรั้น ฯ จัดเป็นอัตตวาทุปาทาน ฯ
๕.
ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่าเป็นมารเพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะปัญจขันธ์นั้น บางทีทําความลําบากให้ อันเป็นเหตุเบื่อหน่าย จนถึงฆ่าตัวตายเสียเองก็มี ฯ
๖.
จริต คืออะไร ? คนมีปกติเชื่อง่ายเป็นจริตอะไร ?
ตอบ
จริต คือพื้นเพอัธยาศัยของบุคคลที่แสดงออกมาตามปกติเป็นประจํา ฯ คนมีปกติเชื่อง่าย เป็นสัทธาจริต ฯ
๗.
พระธรรมคุณบทว่า “สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสดีแล้ว” หมายถึงอะไร ?
ตอบ
หมายถึง ปริยัติธรรมและปฏิเวธธรรม ฯ
๘.
อริยบุคคล ๘ ประเภทไหนจัดเป็นพระเสขะ ประเภทไหนจัดเป็นพระอเสขะ ?
ตอบ
จัดเข้าได้อย่างนี้
ก. อริยบุคคล ๗ ประเภทแรก เรียกว่า พระเสขะ
ข. อริยบุคคลที่ ๘ เรียกว่า พระอเสขะ
๙.
พระพุทธคุณบทว่า “อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้ ไม่มีใครยิ่งกว่า” คําว่า “บุรุษที่ควรฝึกได้” นั้น หมายถึง บุคคลเช่นไร ?
ตอบ
หมายถึงบุคคลผู้มีอุปนิสัยที่อาจฝึกให้ดีได้ด้วยพระธรรมเทศนา ฯ
๑๐.
ครุกรรม คืออะไร ? ในฝ่ายอกุศลและฝ่ายกุศลได้แก่อะไร ?
ตอบ
ครุกรรม คือกรรมหนัก ฯ ครุกรรมในฝ่ายอกุศล ได้แก่ อนันตริยกรรม ๕ ครุกรรมในฝ่ายกุศล ได้แก่ สมาบัติ ๘ ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๗

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
พระวินัยแบ่งออกเป็นกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
แบ่งออกเป็น ๒ อย่าง คือ
๑. อาทิพรหมจริยกาสิกขา
๒. อภิสมาจาริกาสิกขา
๒.
ภิกษุผู้ปฏิบัติพระวินัยส่วนอภิสมาจารให้ดีงาม จะต้องปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
ต้องปฏิบัติโดยสายกลาง คือไม่ถือเคร่งครัดอย่างงมงาย จนเป็นเหตุทําตนให้ลําบาก เพราะเหตุธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ อันขัดต่อกาลเทศะ และไม่สะเพร่ามักง่าย ละเลยต่อธรรมเนียมของภิกษุ จนถึงทําตนให้เป็นคนเลวทราม ฯ
๓.
สังฆาฏิ บาตร ประคตเอว เข็ม มีดโกน อย่างไหนจัดเป็นบริขารบริโภค อย่างไหนจัดเป็นบริขารอุปโภค ?
ตอบ
สังฆาฏิ บาตร ประคตเอว จัดเป็นบริขารบริโภค
เข็ม มีดโกน จัดเป็นบริขารอุปโภค
๔.
วัตรคืออะไร ? อุปัชฌายวัตรและสัทธิวิหาริกวัตร ใครพึงทําแก่ใคร ?
ตอบ
วัตร คือข้อปฏิบัติหรือแบบอย่างอันดีงามที่ภิกษุควรประพฤติในกาลนั้น ๆ ฯ
อุปัชฌายวัตร สัทธิวิหาริกพึงทําแก่อุปัชฌาย์
สัทธิวิหาริกวัตร อุปัชฌาย์จึงทําแก่สัทธิวิหาริก
๕.
ภิกษุผู้อาพาธควรปฏิบัติตนอย่างไร จึงไม่เป็นภาระแก่ผู้พยาบาล ?
ตอบ
ควรปฏิบัติตนให้เป็นผู้พยาบาลง่าย คือทําความสบายให้แก่ตน ไม่ฉันของแสลง รู้จักประมาณในการบริโภค ฉันยาง่าย บอกอาการไข้ตามเป็นจริงแก่ผู้พยาบาล เป็นผู้อดทนต่อทุกขเวทนา ฯ
๖.
สัตตาหกรณียะและสัตตาหกาลิก มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
ธุระที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุผู้จําพรรษาไปได้แต่ต้องกลับมาภายใน ๗ วัน เรียกว่า สัตตาหกรณียะ หรือ เรียกสั้น ๆ ว่า สัตตาหะ ฯ
สัตตาหกาลิก คือของที่รับประเคนแล้วเก็บไว้บริโภคได้ไม่เกิน ๗ วัน ฯ
๗.
อนาจาร หมายถึงอะไร ? เล่นอย่างไรบ้าง จัดเป็นอนาจาร ?
ตอบ
อนาจาร หมายถึง ความประพฤติไม่ดีงาม และการเล่นมีประการต่าง ๆ ฯ เล่นอย่างเด็ก เล่นคะนอง เล่นพนัน เล่นปู้ยี่ปู้ยำ เล่นอึงคะนึง จัดเป็นอนาจาร ฯ
๘.
ภิกษุฉันเนื้อมนุษย์ เนื้องู ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
ฉันเนื้อมนุษย์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
ฉันเนื้องู ต้องอาบัติทุกกฏ
๙.
สมบัติของภิกษุผู้มรณภาพ จะตกเป็นของใคร ? ภิกษุผู้อุปัฏฐากจะถือเอาด้วยวิสาสะได้หรือไม่ ? จงอธิบาย
ตอบ
สมบัติของภิกษุผู้มรณภาพ ตกเป็นของสงฆ์ ฯ
ภิกษุผู้อุปัฏฐากจะถือเอาด้วยวิสาสะไม่ได้ เพราะการจะถือเอาด้วยวิสาสะ ต้องถือเอาในเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ฯ
๑๐.
มหาปเทส แปลว่าอะไร ? มีกี่ประการ ? ทรงประทานไว้เพื่อประโยชน์อะไร ?
ตอบ
แปลว่าข้อสําหรับอ้างใหญ่ ฯ มี ๔ ประการ ฯ
ทรงประทานไว้เพื่อเป็นหลักแห่งการวินิจฉัยทั้งในทางธรรมทั้งในทางวินัย ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก ๒๕๕๖

ปัญหาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
ปัญหาวิชาเรียงความแก้
วันอังคาร ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๖
,
อุปนียติ ชีวิตมปฺปมายุํ
ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา
เอตํ ภยํ มรเณ เปกฺขมาโน
โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข.
ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ถูกชรานำเข้าไป เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว
ย่อมไม่มีเครื่องต้านทาน ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้นมุ่งความสงบ
พึงละโลกามิสเสีย.

(พุทฺธ) สํ. ส. ๑๕/๗๗.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้สนิทติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.