วิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๒

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
,
๑.
พระพุทธเจ้าสืบเชื้อสายมาจากชนชาติใด ? ชนชาตินั้นมาตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปได้อย่างไร ?
ตอบ
สืบเชื้อสายมาจากชนชาติอริยกะ ฯ
ชาวอริยกะนั้นเจริญด้วยความรู้และขนบธรรมเนียมมีปัญญามากกว่าพวกมิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิม เมื่อข้ามภูเขาหิมาลัยมา ก็รุกไล่พวกมิลักขะ เจ้าของถิ่นเดิมให้ถอยลงทางใต้แล้วเข้าตั้งถิ่นฐานในชมพูทวีปแทน ฯ
๒.
อะไรเป็นมูลเหตุให้เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกผนวช ?
ตอบ
ได้ทอดพระเนตรเห็นเทวทูตทั้ง ๔ คือ คนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณะ ทรงสังเวชเพราะทอดพระเนตรเห็นเทวทูต ๓ ข้างต้น ยังความพอพระหฤทัยในการออกผนวชให้เกิดขึ้น เพราะไดท้อดพระเนตรเห็นสมณะ ฯ
๓.
อาฬารดาบสและอุทกดาบส มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอย่างไร ?
ตอบ
อาฬารดาบสและอุทกดาบส เป็นผู้ที่พระองค์ได้เคยอยู่อาศัยศึกษาลัทธิของท่านทั้ง ๒ ฯ
๔.
พระพุทธเจ้าเสด็จออกผนวช ตรัสรู้ และปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุเท่าไรบ้าง ?
ตอบ
เสด็จออกผนวช เมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา
ตรัสรู้ เมื่อมีพระชนมายุ ๓๕ พรรษา
ปรินิพพาน เมื่อมีพระชนมายุ ๘๐ พรรษา ฯ
๕.
พระอัญญาโกณฑัญญะได้ชื่อว่าเป็นปฐมสาวก เพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะได้ฟังธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ดวงตาเห็นธรรมแล้วอุปสมบทในพระพุทธศาสนาเป็นองค์แรก ฯ
๖.
คำว่า “ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” ใครอุทาน ? เพราะเหตุใดจึงอุทานเช่นนั้น ?
ตอบ
ของยสกุลบุตร ฯ
เพราะเห็นอาการพิกลต่าง ๆ ของหมู่สตรีบริวารผู้หลับไร้สติไม่น่าชมเช่นเมื่อก่อน สตรีเหล่านั้นปรากฏแก่ยสกุลบุตร ดุจซากศพในป่าช้า ครั้นเห็นแล้วเกิดความสังเวช เบื่อหน่าย จึงได้อุทานเช่นนั้น ฯ
๗.
ครั้งพุทธกาล วัดเชตวัน ตั้งอยู่ที่เมืองอะไร ? ใครเป็นผู้สร้างถวาย ?
ตอบ
เมืองสาวัตถี ฯ
คฤหบดีอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นผู้สร้างถวาย ฯ
๘.
การปลงอายุสังขารของพระพุทธองค์ ถือโดยใจความอย่างไร ? และปลงอายุสังขารเมื่อใด ?
ตอบ
พระองค์ทรงปรารภถึงสังขารว่า ทรงพระชราล่วงกาลผ่านไป ไม่สามารถบำเพ็ญพุทธกิจต่อไปได้อีกแล้ว ฯ
เมื่อวันเพ็ญ เดือน ๓ ก่อนวันปรินิพพาน ๓ เดือน ฯ
ศาสนพิธี
๙.
ศาสนพิธี คืออะไร ? ผู้ที่ได้เรียนรู้แล้วได้รับประโยชน์อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
คือ แบบอย่าง หรือแบบแผนต่าง ๆ ที่พึงปฏิบัติในทางพระศาสนา ฯ
ย่อมเป็นผู้ฉลาดในพิธีกรรมที่เกี่ยวด้วยการบำเพ็ญกุศลในการจัดพิธีต่าง ๆ ได้ถูกต้องตามระเบียบแบบแผน ชื่อว่า เป็นผู้รักษาขนบอันงามของพระพุทธศาสนาไว้ได้ด้วย ฯ
๑๐.
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กำหนดไว้กี่วัน ? มีวันอะไรบ้าง ?
ตอบ
๔ วัน ฯ มีวันวิสาขบูชา วันอัฏฐมีบูชา วันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๑

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
,
๑.
ธรรมคุ้มครองโลก มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๒ อย่าง ฯ
๑. หิริ ความละอายบาป
๒. โอตตัปปะ ความกลัวบาป
๒.
พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุพพการีของพุทธบริษัทอย่างไร ? จงอธิบาย
ตอบ
พระพุทธเจ้าทรงทำอุปการะแก่พุทธบริษัทก่อน ด้วยการแนะนำสั่งสอน ให้รู้ดีรู้ชอบตามพระองค์ เพื่อให้บรรลุประโยชน์ทั้ง ๓ คือ ประโยชน์ในโลกนี้ ประโยชน์ในโลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่งคือพระนิพพาน จึงชื่อว่าเป็นบุพพการี ฯ
๓.
ทุจริต คืออะไร ? พูดใส่ร้ายผู้อื่น จัดเข้าในทุจริตข้อไหน ?
ตอบ
ทุจริต คือ ความประพฤติชั่ว ฯ จัดเข้าในวจีทุจริต ฯ
๔.
อริยสัจ ๔ มีอะไรบ้าง ? ความไม่สบายกายไม่สบายใจจัดเป็นอริยสัจ ข้อไหน ?
ตอบ
๑. ทุกข์
๒. สมุทัย คือ เหตุให้เกิดทุกข์
๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์
๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ฯ
จัดเป็นทุกข์ ฯ
๕.
สิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พิจารณาเนืองๆ มีอะไรบ้าง ? ทรงให้พิจารณาอย่างไร ?
ตอบ
มีความแก่ ความเจ็บไข้ ความตาย ความพลัดพราก และกรรม ฯ
ทรงสอนให้พิจารณาว่า
๑. เรามีความแก่เป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้
๒. เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้
๓. เรามีความตายเป็นธรรมดาไม่ล่วงพ้นความตายไปได้
๔. เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น
๕. เรามีกรรมเป็นของตัวเรา ทำดีจักได้ดีทำชั่วจักได้ชั่ว ฯ
๖.
อายตนะภายนอก ๖ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อารมณ์ที่มาถูกต้อง ฯ
๗.
สัมมากัมมันตะ ทำการงานชอบ คือทำอย่างไร ?
ตอบ
คือ ทำโดยเว้นจากกายทุจริต ๓ ได้แก่
เว้นจากการฆ่าสัตว์
เว้นจากการลักทรัพย์
เว้นจากการประพฤติผิดในกาม ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
คุณธรรมเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อ่ืนไว้ได้ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ สังคหวัตถุ ๔ ฯ
๑. ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔. สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ
๙.
ฆราวาสผู้ครองเรือนควรตั้งอยู่ในธรรมข้อใดบ้าง ?
ตอบ
ควรตั้งอยู่ในฆราวาสธรรม ๔ คือ
๑. สัจจะ สัตย์ซื่อต่อกัน
๒. ทมะ รู้จักข่มจิตของตน
๓. ขันติ อดทน
๔. จาคะ สละให้ปันสิ่งของของตนแก่คนที่ควรให้ปัน ฯ
๑๐.
ศีลที่คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นนิตย์ คืออะไร ? ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ ศีล ๕ ฯ ได้แก่
๑. เว้นจากทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป
๒. เว้นจากถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยอาการแห่งขโมย
๓. เว้นจากประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นจากพูดเท็จ
๕. เว้นจากดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๘

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๘
,
๑.
ภิกษุผู้ละเมิดสิกขาบทนอกพระปาฏิโมกข์ต้องอาบัติอะไรได้บ้าง ?
ตอบ
ต้องอาบัติถุลลัจจัย และ ทุกกฏ ฯ
๒.
พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้ภิกษุไว้ผมได้ยาวที่สุดเท่าไร ? ไว้ได้นานที่สุดเท่าไร ?
ตอบ
ไม่เกิน ๒ นิ้ว ฯ ไม่เกิน ๒ เดือน ฯ
๓.
ภิกษุไม่ต้องนำผ้าไตรจีวรไปครบสำรับ มีพระพุทธานุญาตไว้ในกรณีใดบ้าง ?
ตอบ
๑. ในกรณีเข้าบ้านมีพระพุทธานุญาตไว้อย่างนี้ คือ
๑. คราวเจ็บไข้
๒. สังเกตเห็นว่าฝนจะตก
๓. ไปสู่ฝั่งแม่น้ำ
๔. วิหารคือกุฎีคุ้มได้ด้วยดาล
๕. ได้รับอานิสงส์พรรษา
๖. ได้กรานกฐิน ฯ
๒. ในกรณีต้องไปค้างแรมที่อื่น มีพระพุทธานุญาตไว้อย่างนี้ คือ
๑. ได้รับอานิสงส์พรรษา
๒. ได้กรานกฐิน ฯ
๔.
ในพระวินัยส่วนอภิสมาจาร มีพระพุทธบัญญัติสำหรับพระภิกษุผู้รับถือเสนาสนะของสงฆ์ ควรเอาใจใส่รักษาเสนาสนะอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑. อย่าทำเปรอะเปื้อน
๒. ชำระให้สะอาด
๓. ระวังไม่ให้ชำรุด
๔. รักษาเครื่องเสนาสนะ
๕. ตั้งน้ำฉันน้ำใช้ไว้ให้มีพร้อม
๖. ของใช้สำหรับเสนาสนะหนึ่ง อย่าเอาไปใช้ในที่อื่นให้กระจัดกระจาย ฯ
๕.
วัตร ๓ คืออะไรบ้าง ? ภิกษุเหยียบผ้าขาวอันเขาลาดไว้ในที่นิมนต์ผิดวัตรข้อไหน ? มีโทษให้เกิดความเสียหายอย่างไร ?
ตอบ
คือ กิจวัตร ๑ จริยาวัตร ๑ วิธิวัตร ๑ ฯ ผิดวัตรข้อจริยาวัตร ฯ
มีโทษเป็นการเสียมารยาท ไม่ระวังกิริยา ทำให้ผ้าขาวมีรอยน่ารังเกียจ แม้ภิกษุอื่นจะนั่งก็รังเกียจ เป็นที่ตำหนิของบัณฑิตทั้งหลาย ฯ
๖.
ภิกษุพบพระเถระในเวลาเข้าบ้านหรือเดินอยู่ตามทาง ควรปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
ไม่ควรไหว้ ควรหลีกทาง ลุกรับ และให้อาสนะแก่ท่าน ฯ
๗.
อเนสนา คืออะไร ? ภิกษุทำอเนสนา ต้องอาบัติอะไรได้บ้าง ?
ตอบ
คือ กิริยาที่แสวงหาเลี้ยงชีพในทางไม่สมควร ฯ ปาราชิก สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ และทุกกฏ ฯ
๘.
ความรู้ในการทำเสน่ห์ให้ชายหญิงรักกัน จัดเป็นดิรัจฉานวิชาเพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะไม่เกี่ยวกับธรรมวินัย และเป็นข้อสงสัยว่าลวง ทำให้หลง ไม่ใช่ความรู้จริง ผู้บอกเป็นผู้ลวง ผู้เรียนเป็นผู้หัดเพื่อลวง หรือเป็นผู้หลง ฯ
๙.
สภาคาบัติ คืออาบัติเช่นไร ?
ตอบ
คือ อาบัติที่ภิกษุต้องเหมือนกันเพราะล่วงละเมิดสิกขาบทเดียวกัน ฯ
๑๐.
การอธิษฐานเข้าพรรษา กับปวารณาออกพรรษา ทั้ง ๒ นี้ อย่างไหนกำหนดด้วยสงฆ์เท่าไร ? และกำหนดเขตอย่างไร ?
ตอบ
การอธิษฐานเข้าพรรษาไม่เป็นสังฆกรรมจึงไม่กำหนดด้วยสงฆ์ แต่เป็นธรรมเนียมให้พร้อมเพรียงกันอธิษฐานในที่ใดก็ได้ แต่ท่านห้ามจำพรรษาในที่ไม่สมควร เช่น ในโพรงไม้ บนค่าคบไม้ ในตุ่ม หรือในกระท่อมผี เป็นต้น ฯ และให้กำหนดบริเวณอาวาสเป็นเขต ฯ
การปวารณาเป็นสังฆกรรมกำหนดสงฆ์ ๕ รูปขึ้นไป ฯ และกำหนดให้ทำภายในเขตสีมา ถ้าต่ำกว่า ๕ รูปท่านให้ปวารณาเป็นการคณะ ถ้ารูปเดียวให้อธิษฐานเป็นการบุคคล ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๒

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
,
๑.
ภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้ว ย่อมได้อานิสงส์อย่างไร ?
ตอบ
ย่อมได้อานิสงส์ คือไม่ต้องเดือดร้อนใจ ได้รับความแช่มชื่นว่า ได้ประพฤติดิีงาม จะเข้าหมู่ ภิกษุผู้มีศีลก็องอาจไม่สะทกสะท้าน ฯ
๒.
นิสสัยคืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
คือปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต ฯ
มี ๔ อย่าง ฯ
๑. เที่ยวบิณฑบาต
๒. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
๓. อยู่โคนต้นไม้
๔. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ฯ
๓.
พูดอย่างไรเรียกว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม ?
ตอบ
พูดอวดคุณพิเศษอันยิ่งของมนุษย์ เช่น ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล นิพพาน เรียกว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม ฯ
๔.
ปาราชิก ๔ สิกขาบทไหนที่ภิกษุใช้ให้คนอื่นทำก็ต้องอาบัติถึงที่สุด ?
ตอบ
สิกขาบทที่ ๒ และสิกขาบทที่ ๓ ฯ
๕.
คำว่า “ประทุษร้ายตระกูล” ในสิกขาบทที่ ๑๓ แห่งสังฆาทิเสสหมายถึงการทำอย่างไร ?
ตอบ
หมายถึงการที่ภิกษุประจบคฤหัสถ์ ยอมตนให้เขาใช้สอยเช่นเดินส่งข่าวให้เขาเป็นต้น หรือด้วยการเอาเปรียบโดยเชิงให้ส่ิงเล็กน้อยด้วยหวังได้มาก ฯ
๖.
จีวร ผ้านิสีทนะ อังสะ ผ้าเช็ดหน้า ย่ามผ้า เมื่อจะใช้สอย อย่างไหนควรพินทุอย่างไหนไม่ควร ? เพราะเหตุใด ?
ตอบ
จีวรและอังสะ ควรพินทุ เพราะใช้ห่ม
ผ้านิสีทนะ ผ้าเช็ดหน้า และย่ามผ้า ไม่ต้องพินทุ เพราะไม่ได้ใช้นุ่งห่ม ฯ
๗.
ไตรจีวร มีอะไรบ้าง ? ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรแม้คืนหนึ่ง ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
มี สังฆาฏิ คือผ้าคลุม อุตตราสงค์ คือผ้าห่ม และอันตรวาสก คือผ้านุ่ง ฯ
ต้องอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ ฯ
๘.
ภิกษุเข้าบ้านในเวลาวิกาล โดยไม่บอกลาภิกษุอื่นที่มีอยู่ในวัด ต้องอาบัติอะไรหรือไม่ ?
ตอบ
ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เว้นไว้แต่มีกิจรีบด่วน ฯ
๙.
เสขิยวัตร คืออะไร ? โภชนปฏิสังยุต ว่าด้วยเรื่องอะไร ?
ตอบ
คือ วัตรหรือธรรมเนียมที่ภิกษุจำต้องศึกษา ฯ
ว่าด้วยเรื่องการรับและการฉันอาหาร ฯ
๑๐.
ภิกษุฉันพลางพูดพลาง จะต้องอาบัติอะไรหรือไม่ ?
ตอบ
พูดทั้งที่ยังมีอาหารอยู่ในปาก ต้องอาบัติทุกกฏ พูดไม่มีอาหารอยู่ในปากไม่ต้องอาบัติ ฯ

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๔๕

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
,
๑.
๑.๑ อนิจจตา ทุกขตา อนัตตตา มีอะไรปิดบังไว้จึงไม่ปรากฏ ?
๑.๒ อนิจจตา กำหนดรู้ได้ด้วยอาการอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑.๑ อนิจจตา ความที่สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ถูกสันตติปิดบังไว้จึงไม่ปรากฏทุกขตา ความที่สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์ ถูกอิริยาบถปิดบังไว้ จึงไม่ปรากฏอนัตตตา ความที่ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา ถูกฆนสัญญาปิดบังไว้ จึงไม่ปรากฏ ฯ
๑.๒ กำหนดรู้ได้ด้วยอาการ ๓ อย่าง คือ
๑. ในทางง่าย ด้วยความเกิดขึ้นในเบื้องต้น และความสิ้นไปในเบื้องปลาย
๒. ในทางละเอียดกว่านั้น ย่อมกำหนดรู้ได้ด้วยความแปรในระหว่างเกิดและดับ
๓. ในทางอันเป็นอย่างสุขุม ย่อมกำหนดเห็นความแปรแห่งสังขารในชั่วขณะหนึ่ง ๆ คือไม่คงที่อยู่นาน เพียงในระยะกาลนิดเดียวก็แปรแล้ว ฯ
๒.
๒.๑ นิพพิทาญาณ หมายถึงอะไร ?
๒.๒ ปฏิปทาแห่งนิพพิทา เป็นเช่นไร ?
ตอบ
๒.๑ หมายถึงปัญญาของผู้บำเพ็ญเพียรจนเกิดความหน่ายในสังขาร ฯ
๒.๒ การพิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ธรรมทั้งปวง เป็นอนัตตา แล้วเกิดนิพพิทา เบื่อหน่ายในทุกขขันธ์ ไม่เพลิดเพลินหมกมุ่นอยู่ในสังขารอันยั่วยวนเสน่หา นี้เป็นปฏิปทาแห่งนิพพิทา ฯ
๓.
๓.๑ วิราคะเป็นยอดแห่งธรรมทั้งปวง คำว่า “ธรรมทั้งปวง” หมายถึงอะไร ?
๓.๒ นิโรธ ที่เป็นไวพจน์แห่ง วิราคะ หมายถึงอะไร ?
ตอบ
๓.๑ หมายถึง สังขตธรรม คือธรรมอันธรรมดาปรุงแต่ง และอสังขตธรรม คือธรรมอันธรรมดามิได้ปรุงแต่ง ฯ
๓.๒ หมายถึงความดับทุกข์ เนื่องมาจากดับตัณหา ฯ
๔.
๔.๑ ตัณหาคืออะไร ? ตัณหานั้น เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดที่ไหนและเมื่อดับย่อมดับที่ไหน ?
๔.๒ คำว่า มทนิมฺมทโน ธรรมยังความเมาให้สร่าง หมายถึงความเมาในอะไร ?
ตอบ
๔.๑ คือความอยาก ฯ เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลก เมื่อดับ ย่อมดับในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลก ฯ
๔.๒ หมายถึงความเมาในอารมณ์อันยั่วยวนให้เกิดความเมาทุกประการ เช่น สมบัติแห่งชาติ สกุล อิสริยะ บริวาร ก็ดี ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ดี เยาว์วัย ความหาโรคมิได้ และชีวิต ก็ดี นับเข้าในอารมณ์ประเภทนี้ ฯ
๕.
๕.๑ บาลีแสดงปฏิปทาแห่งสันติว่า โลกามิสํ ปชเห สนฺติเปกฺโข ความว่า ผู้เพ่งความสงบพึงละอามิสในโลกเสีย คำว่า อามิสในโลก หมายถึงอะไร ?
๕.๒ ที่เรียกว่า อามิสในโลก เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๕.๑ หมายถึงปัญจพิธกามคุณ คือรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ ฯ
๕.๒ เพราะเป็นเครื่องล่อใจให้ติดในโลก ดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวอยู่ ฯ
๖.
๖.๑ จงแสดงพระพุทธคุณ ๙ โดยอัตตสมบัติและปรหิตปฏิบัติ พอได้ใจความ ?
๖.๒ ในพระพุทธคุณ ๙ ประการนั้น ส่วนไหนเป็นเหตุ ส่วนไหนเป็นผล ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๖.๑
ก. พระพุทธคุณ ตั้งแต่ อรหํ จนถึง โลกวิทู เป็นพระพุทธคุณส่วนอัตตสมบัติ
ข. พระพุทธคุณ คือ อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ เป็นพระพุทธคุณส่วนปรหิตปฏิบัติ
ค. พระพุทธคุณ คือ พุทฺโธ ภควา เป็นพระพุทธคุณทั้งอัตตสมบัติและปรหิตปฏิบัติ ฯ
๖.๒ พระพุทธคุณ ส่วนอัตตสมบัติ เป็นเหตุ ส่วนปรหิตปฏิบัติ เป็นผล เพราะทรงบริบูรณ์ด้วยพระพุทธคุณส่วนอัตตสมบัติก่อนแล้วจึงทรงบำเพ็ญพุทธกิจให้สำเร็จประโยชน์แก่เวไนย ฯ
๗.
๗.๑ ปัจจุบันนี้ การเจริญกัมมัฏฐาน เป็นที่นิยมของสาธุชน ขอทราบว่า กัมมัฏฐานนั้นมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๗.๒ ธรรมที่เป็นหัวใจของสมถกัมมัฏฐาน มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๗.๑ มี ๒ อย่าง คือ
ก. สมถกัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานเป็นอุบายสงบใจ
ข. วิปัสสนากัมมัฏฐาน กัมมัฏฐานเป็นอุบายเรืองปัญญา ฯ
๗.๒ มีกายคตาสติ เมตตา พุทธานุสสติ กสิณ และจตุธาตุววัตถาน ฯ
๘.
๘.๑ กายคตาสติกัมมัฏฐาน กับ อสุภกัมมัฏฐาน แตกต่างกันอย่างไร ?
๘.๒ กสิณ แปลว่าอะไร และเป็นคู่ปรับแก่นิวรณ์ชนิดไหน ?
ตอบ
๘.๑ กายคตาสติกัมมัฏฐาน พิจารณาร่างกายที่ยังมีชีวิตอยู่ให้เห็นเป็นของน่าเกลียด ส่วนอสุภกัมมัฏฐาน พิจารณาซากศพ ฯ
๘.๒ แปลว่า วัตถุอันจูงใจ คือจูงใจให้เข้าไปผูกอยู่ เป็นชื่อของกัมมัฏฐาน แปลว่า มีวัตถุที่ชื่อว่ากสิณเป็นอารมณ์ เป็นคู่ปรับแก่อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ ฯ
๙.
๙.๑ การเจริญมรณสติอย่างไร จึงจะแยบคาย ?
๙.๒ ในนวสีวถิกาปัพพะ เมื่อภิกษุเห็นซากศพชนิดใดชนิดหนึ่งใน ๙ ชนิดนั้น ท่านให้ภาวนาอย่างไร ?
ตอบ
๙.๑ เจริญพร้อมด้วยองค์ ๓ คือ
๑. มีสติ ระลึกถึงความตาย
๒. มีญาณ รู้ว่าความตายจักมีเป็นแน่ ตัวจะต้องตายเป็นแท้
๓. เกิดสังเวชสลดใจเจริญอย่างนี้จึงจะแยบคาย ฯ
๙.๒ ท่านให้ภาวนาโดยการน้อมเข้ามาสู่กายนี้นี่แลว่า อยมฺปิ โข กาโย ถึงร่างกายอันนี้เล่า เอวํ ธมฺโม ก็มีอย่างนี้เป็นธรรมดา เอวํ ภาวี จักเป็นอย่างนี้ เอวํ อนตีโต ไม่ล่วงความเป็นอย่างนี้ไปได้ ฯ
๑๐.
๑๐.๑ อานาปานสติ ในคิริมานนทสูตร กับในมหาสติปัฏฐานสูตร ต่างกันอย่างไร ?
๑๐.๒ ผู้เจริญเมตตาเป็นประจำย่อมได้รับอานิสงส์ อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑๐.๑ ในคิริมานนทสูตร แสดงการกำหนดลมหายใจที่เป็นไปพร้อมในกาย เวทนา จิต และธรรม ส่วนในมหาสติปัฏฐานสูตร แสดงแต่เพียงกายานุปัสสนาเท่านั้น ฯ
๑๐.๒ ย่อมได้รับอานิสงส์ ๑๑ ประการ คือ
๑. หลับอยู่ก็เป็นสุข
๒. ตื่นอยู่ก็เป็นสุข
๓. ไม่ฝันเห็นสิ่งลามก
๔. เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
๕. เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย
๖. เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา
๗. ไฟไม่ไหม้ พิษหรือศัสตราวุธทั้งหลายประทุษร้ายไม่ได้
๘. จิตตั้งมั่นเป็นสมาธิเร็ว
๙. ผิวพรรณผ่องใสงดงาม
๑๐. ไม่หลงทำกาลกิริยา คือเมื่อจะตายย่อมได้สติ
๑๑. เมื่อตายแล้วแม้เกิดอีกก็เกิดในสถานที่ดี เป็นที่เสวยสุข ถ้าไม่เสื่อมจากฌาน ก็ไปเกิดในพรหมโลก ฯ

อนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๔๙

ปัญหาและเฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๙
,
๑.
อนุพุทธบุคคล คือใคร ? ท่านเหล่านั้นมีความสำคัญต่อพระศาสดาอย่างไร ?
ตอบ
คือสาวกผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า ฯ เพราะยังการตรัสรู้และการแสดงธรรมให้สำเร็จประโยชน์ด้วยการตามรู้และรับปฏิบัติตาม ฯ
๒.
พระอัญญาโกณฑัญญะ ใคร่ครวญดูตามประวัติ ความเชื่อถือของท่านหนักไปทางไหนในตำราทายลักษณะหรือในอัตตกิลมถานุโยคปฏิบัติ ? ขอฟังเหตุผล
ตอบ
เห็นว่าหนักในทางทรมานตน เพราะเดิมท่านเชื่อตำราจึงบวชตามและเฝ้าอุปัฏฐาก ครั้นเห็นว่าพระองค์เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยาจึงหมดศรัทธา เมื่อพระองค์ตรัสบอกว่า สำเร็จแล้ว ก็คัดค้าน ข้อนั้นยืนยันความเห็นดังกล่าว ฯ
๓.
พระยสะมีมารดาบิดาตั้งภูมิลำเนาอยู่ที่ไหน ? ออกบวชเพราะเหตุไร ?
ตอบ
อยู่ที่เมืองพาราณสี ใกล้ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ฯ
เพราะเบื่อหน่ายเพศฆราวาส เนื่องจากเห็นอาการอันวิปริตโดยอาการต่าง ๆ ของบรรดาสาวรับใช้ จึงเดินออกจากเรือนไปพบพระพุทธองค์ ได้ฟังธรรมจนบรรลุพระอรหันต์ จึงออกบวช ฯ
๔.
ความเป็นผู้มีบริวารมาก เป็นผลมาจากอะไร ? และดีอย่างไร ? พระสาวกองค์ใดได้รับการยกย่องว่าเลิศในทางนี้ ?
ตอบ
เป็นผลจากการรู้จักเอาใจบริษัท สงเคราะห์ด้วยอามิสบ้าง ด้วยธรรมบ้าง ฯ
มีผลดีคือเป็นที่รักใคร่นับถือของบริษัท สามารถควบคุมบริษัทไว้อยู่ เป็นผู้อันจะพึงปรารถนาในสาวกมณฑล ฯ มีพระอุรุเวลกัสสปะเป็นต้น ฯ
๕.
เมื่อเอ่ยถึงพระสารีบุตร ทำให้นึกถึงพระสาวกอีกองค์หนึ่ง คือใคร ? ท่านได้บรรลุพระอรหัต และนิพพานที่ไหน ? ก่อนหรือหลังพระสารีบุตรกี่วัน ?
ตอบ
คือพระโมคคัลลานะ ฯ ท่านได้บรรลุพระอรหัตที่บ้านกัลลวาลมุตตคาม แขวงมคธ ฯ ก่อนพระสารีบุตร ๘ วัน และนิพพานที่ตำบลกาฬศิลา แขวงมคธ หลังพระสารีบุตร ๑๕ วัน ฯ
๖.
พระสาวกผู้ปรารภเหตุว่า “ผู้อยู่ครองเรือนต้องคอยนั่งรับบาป เพราะการงานที่ผู้อื่นทำไม่ดี” แล้วมีใจเบื่อหน่ายสละทรัพย์สมบัติออกบวชคือใคร ? ท่านได้รับยกย่องจากพระศาสดาว่า เป็นผู้เลิศในทางไหน ? เพราะเหตุใด ?
ตอบ
คือพระมหากัสสปะ ฯ ได้รับเอตทัคคะในทางถือธุดงค์ ฯ เพราะท่านถือธุดงค์ ๓ ประการคือ ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ๑ เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ๑ อยู่ป่าเป็นวัตร ๑ ฯ
๗.
พระสาวกผู้อธิบายภัทเทกรัตตสูตรที่ทรงแสดงโดยย่อให้พิสดาร คือใคร ? ท่านได้รับการสรรเสริญจากพระศาสดาว่าอย่างไร ?
ตอบ
คือพระมหากัจจายนะ ฯ ทรงสรรเสริญว่า เป็นผู้ฉลาดในการอธิบายคำที่ย่อให้พิสดาร ฯ
ศาสนพิธี
๘.
ศาสนพิธี คืออะไร ? การศึกษาศาสนพิธีให้เข้าใจ มีประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
คือพิธีทางศาสนา ฯ มีประโยชน์คือ
๑. ทำให้เข้าใจเรื่องของศาสนพิธีได้โดยถูกต้อง
๒. ให้เห็นเป็นเรื่องสำคัญไม่ไร้สาระ
๓. ทำให้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ไม่ผิดเพี้ยนจากขนบธรรมเนียมประเพณี ฯ
๙.
การทำวัตร คืออะไร ? ทำวัตรสวดมนต์ เพื่อความมุ่งหมายใด ?
ตอบ
คือกิจวัตรของภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกา ที่ทำเป็นประจำ ฯ เพื่อเป็นอุบายสงบจิตไม่ให้คิดวุ่นวายตามอารมณ์ได้ชั่วขณะที่ทำ ฯ
๑๐.
ในวันอุโบสถ พระธรรมกถึกให้ศีล ๘ เป็นอุโบสถศีล แต่มีผู้ศรัทธาจะรักษาเพียงศีล ๕ เท่านั้น พึงปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
พึงให้สมาทานเพียง ๕ ข้อ ในระหว่างข้อที่ ๓ ซึ่งพระธรรมกถึกให้ด้วยบทว่า อพฺรหฺมจริยา … พึงรับสมาทานว่า กาเมสุ มิจฺฉาจารา… และรับต่อไปจนครบ ๕ ข้อ เมื่อครบแล้วให้กราบ ๓ ครั้ง ลดลงนั่งราบไม่ต้องรับต่อไป ฯ

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๒

ปัญหาวิชากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
,
ททํ มิตฺตานิ คนฺถติ.
ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้.

สํ.ส. ๓๕/๓๑๖.

แต่งอธิบายให้สมเหตุสมผล อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบด้วย ๑ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้ติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้ กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๒ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓
,
๑.
กิจที่บรรพชิตไม่ควรทํามีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๔ อย่าง ฯ มี
๑. เสพเมถุน
๒. ลักของเขา
๓. ฆ่าสัตว์
๔. พูดอวดคุณพิเศษที่ไม่มีในตน ฯ
๒.
อาบัติคืออะไร ? ว่าโดยชื่อมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
อาบัติ คือโทษที่เกิดเพราะความละเมิดในข้อที่พระพุทธเจ้าห้าม ฯ มี
๑. ปาราชิก
๒. สังฆาทิเสส
๓. ถุลลัจจัย
๔. ปาจิตตีย์
๕. ปาฏิเทสนียะ
๖. ทุกกฏ
๗. ทุพภาสิต ฯ
๓.
สิกขาคืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือข้อที่ภิกษุต้องศึกษา ฯ มี
๑. ศีล ความรักษากายวาจาให้เรียบร้อย
๒. สมาธิ ความรักษาใจมั่น
๓. ปัญญา ความรอบรู้ในกองสังขาร ฯ
๔.
ภิกษุทําคนอื่นให้ถึงแก่ความตาย ต้องอาบัติอะไรหรือไม่ ?
ตอบ
ถ้าไม่จงใจ ไม่ต้องอาบัติ แต่ถ้าจงใจประสงค์จะให้เขาตาย ต้องอาบัติปาราชิก ฯ
๕.
ภิกษุมีความกําหนัดจับต้องอนุปสัมบัน ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นหญิง ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
จับต้องอนุปสัมบันที่เป็นชาย ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
๖.
เภสัช ๕ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่ เนยใส เนยข้น นํ้ามัน นํ้าผึ้ง นํ้าอ้อย ฯ
๗.
ภิกษุนําเก้าอี้ของสงฆ์ไปใช้ในที่แจ้ง เมื่อหลีกไปจากที่นั้น พึงปฏิบัติอย่างไร ? ถ้าไม่ปฏิบัติอย่างนั้น ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
พึงเก็บเอง หรือใช้ให้ผู้อื่นเก็บ หรือมอบหมายแก่ผู้อื่น ฯ
ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๘.
เสขิยวัตร คืออะไร ? ภิกษุละเมิดต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
คือวัตรที่ภิกษุจะต้องศึกษา ฯ
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
๙.
ในการรับบิณฑบาต ภิกษุพึงปฏิบัติอย่างไรจึงถูกต้องตามเสขิยวัตร ? จงตอบมาเพียง ๒ ข้อ
ตอบ
รับโดยเคารพแลดูแต่ในบาตร รับแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก
รับแต่พอเสมอขอบปากบาตร ฯ (เลือกตอบเพียง ๒ ข้อ)
๑๐.
การเถียงกันด้วยเรื่องอะไร จึงจัดเป็นวิวาทาธิกรณ์ ?
ตอบ
การเถียงกันว่า สิ่งนี้เป็นธรรมเป็นวินัย สิ่งนี้ไม่ใช่ธรรมไม่ใช่วินัย ฯ

วิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๓

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธประวัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๓
,
๑.
คนในชมพูทวีปแบ่งออกเป็นกี่วรรณะ ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
แบ่งเป็น ๔ วรรณะฯ
คือ วรรณะกษัตริย์ วรรณะพราหมณ์ วรรณะแพศย์ และวรรณะศูทรฯ
๒.
เจ้าชายสิทธัตถะ อุบัติขึ้นในวรรณะใด ? เป็นชนชาติใด ?
ตอบ
วรรณะกษัตริย์ฯ
เป็นชนชาติอริยกะฯ
๓.
พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา ปรินิพพานและถวายพระเพลิงในวันใด ?
ตอบ
ประสูติในวันเพ็ญเดือน ๖
ตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือน ๖
แสดงปฐมเทศนาในวันเพ็ญเดือน ๘
ปรินิพพานในวันเพ็ญเดือน ๖
ถวายพระเพลิงในวันอัฏฐมีแรม ๘ คํ่าเดือน ๖ ฯ
๔.
อสิตดาบสกล่าวทํานายพระมหาบุรุษว่าอย่างไร ?
ตอบ
ว่ามีคติเป็น ๒ คือ
ถ้าอยู่ครองฆราวาส จักได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
ถ้าออกบวช จักได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าฯ
๕.
เจ้าชายสิทธัตถะทรงปรารภอะไรจึงเสด็จออกบรรพชา ?
ตอบ
ทรงปรารภความแก่ ความเจ็บ ความตาย และสมณะ (เทวทูต ๔) ฯ
๖.
พระพุทธเจ้าทรงตัดสินพระทัยว่าจะแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ก่อนเพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะทรงระลึกถึงอุปการคุณของปัญจวัคคีย์ ว่าได้เป็นผู้อุปัฏฐากพระองค์เมื่อครั้งทรงบําเพ็ญทุกรกิริยาฯ
๗.
สังเวชนียสถาน ๔ ตําบล เป็นสถานที่ให้ระลึกถึงเหตุการณ์สําคัญอะไรบ้าง ?
ตอบ
เหตุการณ์ที่พระพุทธองค์
๑. ประสูติ
๒. ตรัสรู้
๓. ทรงแสดงธรรมจักกัปปวัตตนสูตร
๔. เสด็จปรินิพพานฯ
๘.
ใครถวายบิณฑบาตแด่พระพุทธองค์ก่อนตรัสรู้ และก่อนปรินิพพาน ?
ตอบ
ก่อนตรัสรู้ คือนางสุชาดา
ก่อนปรินิพพาน คือนายจุนทกัมมารบุตรฯ
ศาสนพิธี
๙.
ปาฏิบุคลิกทานและสังฆทาน ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ปาฏิบุคลิกทาน คือทานที่ถวายเจาะจงเฉพาะรูปนั้นรูปนี้
สังฆทาน คือทานที่ถวายไม่เจาะจงรูปใดมอบเป็นของสงฆ์ให้จัดเฉลี่ยกันใช้สอยเอง ฯ
๑๐.
การแสดงความเคารพพระ มีกี่วิธี ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๓ วิธี ฯ
๑. ประนมมือ ในบาลีเรียกว่า ทําอัญชลี
๒. ไหว้ ในบาลีเรียกว่า นมัสการ
๓. กราบ ในบาลีเรียกว่า อภิวาท ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๒

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
,
๑.
โลกเดือดร้อนวุ่นวายในปัจจุบันนี้ เพราะขาดธรรมอะไร ?
ตอบ
เพราะขาดธรรมคุ้มครองโลก ๒ อย่าง คือ
๑. หิริ ความละอายบาป
๒. โอตตัปปะ ความกลัวบาป ฯ
๒.
คนที่ทำอะไรมักพลั้งพลาด เพราะขาดธรรมอะไร ?
ตอบ
เพราะขาดสติ ความระลึกได้ก่อนแต่จะทำ และขาดสัมปชัญญะความรู้ตัวในขณะทำ ฯ
๓.
บุพพการีและกตัญญูกตเวทีได้แก่บุคคลเช่นไร ?
ตอบ
บุพพการี ได้แก่ บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน
กตัญญูกตเวที ไดแ้ก่ บุคคลผู้รู้อุปการะที่ผู้อื่นทำแก่ตนแล้วทำตอบแทน ฯ
๔.
สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญเรียกว่าอะไร ? โดยย่อมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ ฯ
โดยย่อมี ๓ คือ
๑. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน
๒. สีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
๓. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา ฯ
๕.
รัตนะ ๓ มีอะไรบ้าง ? รัตนะ ๓ นั้น มีคุณอย่างไร ?
ตอบ
มี พระพุทธ ๑ พระธรรม ๑ พระสงฆ์ ๑ ฯ
มีคุณอย่างนี้ คือ
๑. พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม
๒. พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว
๓. พระสงฆ์ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วสอนผู้อื่นให้กระทำตาม ฯ
๖.
ผู้ที่ทำงานไม่สำเร็จผลตามที่มุ่งหมายเพราะขาดคุณธรรมอะไรบ้าง ?
ตอบ
เพราะขาดอิทธิบาท คือ คุณเครื่องให้สำเร็จความประสงค์ ๔ อย่าง คือ
๑. ฉันทะ พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒. วิริยะ เพียรประกอบสิ่งนั้น
๓. จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ
๔. วิมังสา หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น ฯ
๗.
กรรมที่เป็นบาปหนักที่สุด มีชื่อเรียกว่าอะไร ? คืออะไรบ้าง ?
ตอบ
มีชื่อเรียกว่า อนันตริยกรรม ฯ
๑. มาตุฆาต ฆ่ามารดา
๒. ปิตุฆาต ฆ่าบิดา
๓. อรหันตฆาต ฆ่าพระอรหันต์
๔. โลหิตุปบาท ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป
๕. สังฆเภท ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
ผู้หวังประโยชน์ปัจจุบันจะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะได้สมหวัง ?
ตอบ
ต้องปฏิบัติตามหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ๔ ประการ คือ
๑. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจการงานในการศึกษาเล่าเรียนในการทำธุระหน้าที่ของตน
๒. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษาทั้งทรัพย์และการงานไม่ให้เสื่อมไป
๓. กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว
๔. สมชีวิตา ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ ฯ
๙.
อบายมุข คืออะไร ? ดื่มน้ำเมามีโทษอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
คือ เหตุเครื่องฉิบหาย ฯ
มีโทษ ๖ อย่าง คือ
๑. เสียทรัพย์
๒. ก่อการทะเลาะวิวาท
๓. เกิดโรค
๔. ถูกติเตียน
๕. ไม่รู้จักอาย
๖. ทอนกำลังปัญญา ฯ
๑๐.
ความสุขของผู้ครองเรือนตามหลักพระพุทธศาสนาเกิดมาจากเหตุอะไรบ้าง ?
ตอบ
เกิดจากเหตุ ๔ อย่าง คือ
๑. สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์
๒. สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค
๓. สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้
๔. สุขเกิดแต่ประกอบการงานที่ปราศจากโทษ ฯ

พุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๔๕

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
,
๑.
๑.๑ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกอบด้วยสัมปทาคุณกี่ประการ ? อะไรบ้าง ?
๑.๒ ในวันที่พระมหาบุรุษประสูตินั้น สหชาติที่เกิดพร้อมร่วมวันกับพระองค์มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๑.๑ ทรงประกอบด้วยสัมปทา ๓ ประการ คือเหตุสัมปทา ผลสัมปทา สัตตูปการสัมปทา ฯ
๑.๒ มีพระนางพิมพา พระอานนท์ กาฬุทายีอมาตย์ ฉันนะอมาตย์ ม้ากัณฐกะ ต้นมหาโพธิ์ และขุมทองทั้ง ๔ ฯ
๒.
๒.๑ ที่สุดทั้ง ๒ อย่างอันบรรพชิตไม่ควรเสพ มีโทษอย่างไรบ้าง ?
๒.๒ มัชฌิมาปฏิปทา มีคุณอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๒.๑ มีโทษดังนี้ คือ
๑. กามสุขัลลิกานุโยค เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
๒. อัตตกิลมถานุโยค ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทำผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ฯ
๒.๒ มีคุณดังนี้ คือ ทำดวงตาคือทำญาณเครื่องรอบรู้ เป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด ฯ
๓.
๓.๑ บุคคลที่ท่านเปรียบด้วยดอกบัว ๔ เหล่า ได้แก่จำพวกไหนบ้าง ?
๓.๒ พระพุทธองค์ทรงแสดงอนุปุพพีกถาก่อนที่จะแสดงอริยสัจ ๔ เพื่อประโยชน์อะไร ?
ตอบ
๓.๑ ได้แก่
๑. อุคฆฏิตัญญู คือ ผู้มีอุปนิสัยสามารถจะตรัสรู้ธรรมวิเศษโดยพลัน พร้อมกันกับเวลาที่ท่านผู้ศาสดาแสดงธรรมสั่งสอน เปรียบด้วยดอกบัวพ้นน้ำ
๒. วิปจิตัญญู คือ ผู้ที่ท่านอธิบายขยายความแห่งคำที่ย่อให้พิสดารออกไป จึงจะตรัสรู้ธรรมวิเศษได้ เปรียบด้วยดอกบัวเสมอน้ำ
๓. เนยยะ คือ ผู้ที่พอจะแนะนำได้ คือพอที่จะฝึกอบรมสั่งสอนให้รู้และเข้าใจได้อยู่ เปรียบด้วยดอกบัวที่ยังอยู่ในน้ำ
๔. ปทปรมะ คือ ผู้แม้จะฟังและกล่าวและทรงไว้และบอกแก่ผู้อื่นซึ่งธรรมเป็นอันมาก ก็ไม่สามารถจะตรัสรู้ธรรมวิเศษในอัตภาพชาตินั้นได้ เปรียบด้วยดอกบัวที่เป็นภักษาแห่งเต่าและปลา ฯ
๓.๒ เพื่อฟอกจิตสาวกหรือผู้ฟัง ให้ห่างไกลจากความยินดีในกาม ควรรับพระธรรมเทศนาให้เกิดดวงตาเห็นธรรม เหมือนผ้าที่ปราศจากมลทินควรรับน้ำย้อมได้ ฉะนั้น ฯ
๔.
จงแสดงใจความย่อของพระสูตรเหล่านี้
ก. อนัตตลักขณสูตร
ข. อาทิตตปริยายสูตร
ตอบ
ก. อนัตตลักขณสูตร พระสูตรที่ว่าด้วยลักษณะแห่งอนัตตา โดยใจความย่อว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งรวมเรียกว่าขันธ์ ๕ นี้ เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตน ฯ
ข. อาทิตตปริยายสูตร พระสูตรที่ว่าด้วยสิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน โดยใจความย่อว่า อายตนะภายใน อายตนะภายนอก วิญญาณ สัมผัส และเวทนาที่เกิดแต่สัมผัส เป็นของร้อน ร้อนเพราะไฟคือความกำหนัด ความโกรธ ความหลง และร้อนเพราะความเกิด ความแก่ ความตาย ความโศกร่ำไรรำพัน เจ็บกาย เสียใจ คับใจ ฯ
๕.
๕.๑ พระพุทธดำรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ กำมืออาจารย์ในธรรมทั้งหลายไม่มีแก่พระตถาคตเจ้า” หมายความว่าอย่างไร ?
๕.๒ พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญญาตัตถจริยา ด้วยมีพระประสงค์อย่างไร ?
ตอบ
๕.๑ หมายความว่า พระตถาคตเจ้าไม่ทรงมีข้อลี้ลับในธรรมทั้งหลายที่จะต้องปกปิดซ่อนบังไว้ แสดงได้แก่สาวกบางเหล่า มิได้ทั่วไปเป็นสรรพสาธารณ์ หรือจะพึงแสดงให้สาวกทราบต่ออวสานกาลที่สุด ฯ
๕.๒ ด้วยพระประสงค์จะให้พระญาติบริบูรณ์ด้วยสุข ๓ ประการ คือมนุษยสุข ๑ ทิพยสุข ๑ นิพพานสุข ๑ ทั้งที่ครองฆราวาส ทั้งที่ออกบรรพชาในพระพุทธศาสนา ฯ
๖.
๖.๑ พุทธเจดีย์ มีกี่ประเภท ? อะไรบ้าง ?
๖.๒ อุทยมาณพทูลถามว่า “โลกมีอะไรผูกพันไว้ อะไรเป็นเครื่องสัญจรของโลกนั้น ท่านกล่าวกันว่า นิพพาน ๆ ดังนี้ เพราะละอะไรได้” พระศาสดาทรงพยากรณ์ว่าอย่างไร ?
ตอบ
๖.๑ มี ๔ ประเภท คือ ธาตุเจดีย์ บริโภคเจดีย์ ธรรมเจดีย์ และอุทเทสิกเจดีย์ ฯ
๖.๒ ทรงพยากรณ์ว่า โลกมีความเพลิดเพลินผูกพันไว้ ความตรึกเป็นเครื่องสัญจรของโลกนั้น ท่านกล่าวกันว่า นิพพาน ๆ ดังนี้ เพราะละตัณหาเสียได้ ฯ
๗.
๗.๑ พระภัททิยเถระ มักเปล่งอุทานเนือง ๆ ว่า สุขหนอ ๆ ดังนี้ เพราะเหตุไร ?
๗.๒ พระเจ้าโกรัพยะทรงปรารภกับพระรัฐบาลถึงเหตุให้บุคคลออกบวชว่าอย่างไร ?
ตอบ
๗.๑ เพราะเมื่อก่อนท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ต้องจัดการรักษาป้องกันทั้งในวังนอกวัง ทั้งในเมืองนอกเมือง จนตลอดทั่วอาณาเขต แม้มีคนคอยรักษาอย่างนี้แล้ว ยังต้องหวาดระแวง สะดุ้งกลัวอยู่เป็นนิตย์ ครั้นทรงออกบวชได้บรรลุอรหัตผลแล้ว แม้อยู่ในที่ไหน ๆ ก็ไม่หวาดระแวง ไม่สะดุ้งกลัว ไม่ต้องขวนขวายมีใจปลอดโปร่งเป็นดุจมฤคอยู่ จึงเปล่งอุทานเช่นนั้น ฯ
๗.๒ ทรงปรารภเหตุวิบัติ ๔ ประการ คือ
๑. ความแก่
๒. ความเจ็บป่วย
๓. ความเสื่อมจากโภคทรัพย์
๔. ความเสื่อมญาติ ฯ
๘.
๘.๑ พระอานนท์พุทธอุปัฏฐากได้ทูลขอพร ๘ ประการ ข้อสุดท้าย ความว่าอย่างไร ?
๘.๒ ท่านได้รับการยกย่องจากพระศาสดาอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๘.๑ ความว่า ถ้าพระองค์เสด็จไปเทศนาเรื่องใดที่ไหน ซึ่งข้าพระองค์ไม่ได้ฟัง ขอพระองค์ตรัสบอกเทศนาเรื่องนั้นแก่ข้าพระองค์ ฯ
๘.๒ ได้รับการยกย่องว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้วยคุณสมบัติ ๕ สถาน คือ
๑. เป็นพหูสูต
๒. มีสติ
๓. มีคติ
๔. มีธิติ
๕. เป็นพุทธอุปัฏฐาก ฯ
๙.
๙.๑ พระพุทธองค์ทรงแนะนำพระเถระองค์ใดให้ปรารภความเพียรแต่พอประมาณ ?
๙.๒เพราะเหตุใดจึงทรงแนะนำเช่นนั้น ?
ตอบ
๙.๑ พระโสณโกฬิวิสะ ฯ
๙.๒ เพราะพระโสณโกฬิวิสะ ทำความเพียรเดินจงกรมจนเท้าแตก ก็ไม่อาจให้บรรลุมรรคผลได้ สมัยเมื่อท่านเป็นคฤหัสถ์ เป็นผู้ฉลาดเข้าใจในเสียงแห่งสายพิณ พระผู้มีพระภาคจึงทรงแนะนำว่า ในการดีดพิณนั้นจะต้องขึงสายพิณแต่พอดี เสียงพิณจึงจะไพเราะ หย่อนเกินไปหรือตึงเกินไปก็ไม่น่าฟัง ความเพียรก็เหมือนกัน ถ้าย่อหย่อนนัก ก็เป็นไปเพื่อเกียจคร้าน ถ้าเกินไปนักก็เป็นไปเพื่อฟุ้งซ่าน จึงควรทำความเพียรแต่พอดี ฯ
๑๐.
๑๐.๑ อปาณกฌาน ได้แก่อะไร ?
๑๐.๒ พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญฌานนี้ในคราวใด ? และได้รับผลที่มุ่งหวังหรือไม่อย่างไร ?
ตอบ
๑๐.๑ ได้แก่ ความเพ่งไม่มีลมปราณ คือไม่มีลมอัสสาสะปัสสาสะ โดยเนื้อความก็คือกลั้นลมหายใจไม่ให้ดำเนินทางจมูกและปาก ซึ่งเป็นทางเดินโดยปกติ ฯ
๑๐.๒ ในคราวทรงทำทุกกรกิริยาฯ ไม่ได้รับผลที่มุ่งหวัง แต่เป็นการทรมานร่างกายให้ลำบากเปล่า ฯ

วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๖๔

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจัทร์ ที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
,
๑.
ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิตเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า นิสสัย ฯ มี ๔ อย่าง คือ
๑. เที่ยวบิณฑบาต
๒. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
๓. อยู่โคนไม้
๔. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ฯ
๒.
พระวินัย คืออะไร ? ผู้รักษาพระวินัยนั้นดีแล้วย่อมได้รับผลอย่างไร ?
ตอบ
คือพระพุทธบัญญัติและอภิสมาจาร ฯ
พระภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้วย่อมได้รับอานิสงส์คือ ความไม่ต้องเดือดร้อนใจ ได้รับความแช่มชื่นว่า ได้ประพฤติดีงาม เข้าหมู่สงฆ์ก็อาจหาญ ฯ
๓.
ผู้ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญาดีแล้ว จะได้รับผลประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
ได้รับผลประโยชน์คือ
ปฏิบัติศีล
ทำให้เป็นผู้มีกาย วาจาเรียบร้อย
ปฏิบัติสมาธิ
ทำให้ใจสงบมั่นคง ไม่ฟุ้งซ่าน
ปฏิบัติปัญญา
ทำให้รอบรู้ในกองสังขาร ฯ
๔.
พูดอย่างไรเรียกว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม ?
ตอบ
พูดอวดคุณพิเศษอันยิ่งของมนุษย์ เช่น ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล หรือนิพพาน ฯ
๕.
คำว่า “ภิกษุประทุษร้ายตระกูล” ในสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๓ หมายถึงการทำอย่างไร ?
ตอบ
หมายถึงการประจบคฤหัสถ์ ยอมตนให้เขาใช้สอย เช่นเดินส่งข่าวให้เขาเป็นต้น หรือด้วยการเอาเปรียบโดยเชิงให้สิ่งเล็กน้อยด้วยหวังผลตอบแทนมาก ฯ
๖.
ผ้าไตรจีวรที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุอธิษฐานไว้ใช้มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๓ อย่าง ฯ คือ
๑. สังฆาฏิ (ผ้าคลุม)
๒. อุตตราสงค์ (ผ้าห่ม)
๓. อันตรวาสก (ผ้านุ่ง) ฯ
๗.
พูดอย่างไร ชื่อว่าส่อเสียดภิกษุ ? ภิกษุพูดอย่างนั้น ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
เก็บความข้างนี้ไปบอกข้างนู้น เก็บความข้างนู้นมาบอกข้างนี้ ด้วยประสงค์จะให้เขารักตน หรือให้เขาแตกกัน ฯ
ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๘.
ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นแก่อนุปสัมบัน เป็นอาบัติอะไรหรือไม่?
ตอบ
ถ้าได้รับสมมติไว้ ไม่เป็นอาบัติ
แต่ถ้าไม่ได้รับสมมติ เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ตามสิกขาบทที่ ๙ แห่งมุสาวาทวรรค ฯ
๙.
เสขิยวัตร คืออะไร ? ภิกษุไม่ปฏิบัติตาม ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
คือธรรมเนียมที่ภิกษุต้องศึกษา ฯ
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
๑๐.
การนุ่งเป็นปริมณฑล คือการนุ่งอย่างไร ?
ตอบ
นุ่งเบื้องบนปิดสะดือ แต่ไม่ถึงกระโจมอก เบื้องล่างปิดหัวเข้าทั้งสองลงมาเพียงครึ่งแข้ง ไม่ถึงกรอมข้อเท้า ฯ