ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจัทร์ ที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
สอบในสนามหลวง
วันจัทร์ ที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
,
๑.
ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิตเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า นิสสัย ฯ มี ๔ อย่าง คือ
๑. เที่ยวบิณฑบาต
๒. นุ่งห่มผ้าบังสุกุล
๓. อยู่โคนไม้
๔. ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า ฯ
๒.
พระวินัย คืออะไร ? ผู้รักษาพระวินัยนั้นดีแล้วย่อมได้รับผลอย่างไร ?
ตอบ
คือพระพุทธบัญญัติและอภิสมาจาร ฯ
พระภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้วย่อมได้รับอานิสงส์คือ ความไม่ต้องเดือดร้อนใจ ได้รับความแช่มชื่นว่า ได้ประพฤติดีงาม เข้าหมู่สงฆ์ก็อาจหาญ ฯ
๓.
ผู้ปฏิบัติศีล สมาธิ ปัญญาดีแล้ว จะได้รับผลประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
ได้รับผลประโยชน์คือ
ปฏิบัติศีล
ทำให้เป็นผู้มีกาย วาจาเรียบร้อย
ปฏิบัติสมาธิ
ทำให้ใจสงบมั่นคง ไม่ฟุ้งซ่าน
ปฏิบัติปัญญา
ทำให้รอบรู้ในกองสังขาร ฯ
๔.
พูดอย่างไรเรียกว่า อวดอุตตริมนุสสธรรม ?
ตอบ
พูดอวดคุณพิเศษอันยิ่งของมนุษย์ เช่น ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ มรรค ผล หรือนิพพาน ฯ
๕.
คำว่า “ภิกษุประทุษร้ายตระกูล” ในสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๑๓ หมายถึงการทำอย่างไร ?
ตอบ
หมายถึงการประจบคฤหัสถ์ ยอมตนให้เขาใช้สอย เช่นเดินส่งข่าวให้เขาเป็นต้น หรือด้วยการเอาเปรียบโดยเชิงให้สิ่งเล็กน้อยด้วยหวังผลตอบแทนมาก ฯ
๖.
ผ้าไตรจีวรที่ทรงอนุญาตให้ภิกษุอธิษฐานไว้ใช้มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๓ อย่าง ฯ คือ
๑. สังฆาฏิ (ผ้าคลุม)
๒. อุตตราสงค์ (ผ้าห่ม)
๓. อันตรวาสก (ผ้านุ่ง) ฯ
๗.
พูดอย่างไร ชื่อว่าส่อเสียดภิกษุ ? ภิกษุพูดอย่างนั้น ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
เก็บความข้างนี้ไปบอกข้างนู้น เก็บความข้างนู้นมาบอกข้างนี้ ด้วยประสงค์จะให้เขารักตน หรือให้เขาแตกกัน ฯ
ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ฯ
๘.
ภิกษุบอกอาบัติชั่วหยาบของภิกษุอื่นแก่อนุปสัมบัน เป็นอาบัติอะไรหรือไม่?
ตอบ
ถ้าได้รับสมมติไว้ ไม่เป็นอาบัติ
แต่ถ้าไม่ได้รับสมมติ เป็นอาบัติปาจิตตีย์ ตามสิกขาบทที่ ๙ แห่งมุสาวาทวรรค ฯ
๙.
เสขิยวัตร คืออะไร ? ภิกษุไม่ปฏิบัติตาม ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
คือธรรมเนียมที่ภิกษุต้องศึกษา ฯ
ต้องอาบัติทุกกฏ ฯ
๑๐.
การนุ่งเป็นปริมณฑล คือการนุ่งอย่างไร ?
ตอบ
นุ่งเบื้องบนปิดสะดือ แต่ไม่ถึงกระโจมอก เบื้องล่างปิดหัวเข้าทั้งสองลงมาเพียงครึ่งแข้ง ไม่ถึงกรอมข้อเท้า ฯ