ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๕

ปัญหาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
,
โกสชฺชํ ภยโต ทิสฺวา    วิริยารมฺภญฺจ เขมโต
อารทฺธวิริยา โหถ    เอสา พุทฺธานุสาสนี.
ท่านทั้งหลาย จงเห็นความเกียจคร้านเป็นภัย และเห็นการปรารภความเพียร
เป็นความปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด นี้เป็นพุทธานุศาสนี.

(พุทฺธ) ขุ. จริยา. ๓๓/๕๙๕.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้สนิทติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๔

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
,
๑.
อุทเทสว่า “สูทั้งหลายจงมาดูโลกนี้” โลกในที่นี้หมายถึงอะไร ? คนมีลักษณะอย่างไรชื่อว่าติดอยู่ในโลก ?
ตอบ
โลก ในที่นี้ โดยตรง ได้แก่แผ่นดินเป็นที่อาศัย โดยอ้อม ได้แก่หมู่สัตว์ผู้อาศัย
คนผู้ไร้วิจารณญาณไม่หยั่งเห็นโดยถ่องแท้ เพลิดเพลินในสิ่งอันให้โทษ หลงระเริงจนเกินพอดีในสิ่งอันอาจให้โทษ ติดในสิ่งอันเป็นอุปการะจนถอนตนไม่ออก ได้รับสุขบ้างทุกข์บ้าง แม้สุขก็เป็นเพียงสามิสสุข สุขอันมีเหยื่อล่อใจเป็นเหตุให้ติด ดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ
๒.
ทุกข์ และ ทุกขลักขณะ เป็นอย่างเดียวกันหรือต่างกัน ? จงอธิบาย
ตอบ
ต่างกัน คือ ทุกข์ ได้แก่ ปัญจขันธ์ ส่วนทุกขลักขณะ ได้แก่ ปัญจขันธ์ที่ถูกเบียดเบียนถูกบีบคั้นจากเหตุปัจจัยอันเป็นข้าศึก เช่น ความเย็น ความร้อน เป็นต้น
๓.
บุคคลจะพึงกำหนดรู้สังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนัตตาด้วยอาการอย่างไรบ้าง ? ตอบมา ๒ ข้อ
ตอบ
ด้วยอาการอย่างนี้ คือ
ก. ด้วยไม่อยู่ในอำนาจ หรือด้วยฝืนความปรารถนา
ข. ด้วยแย้งต่ออัตตา
ค. ด้วยความเป็นสภาพหาเจ้าของมิได้
ง. ด้วยความเป็นสภาพสูญ คือว่างหรือหายไป
จ. ด้วยความเป็นสภาวธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย
๔.
คำว่า วัฏฏูปัจเฉโท ธรรมอันเข้าไปตัดซึ่งวัฏฏะ วัฏฏะนั้นหมายถึงอะไร ? และตัดขาดได้อย่างไร ?
ตอบ
วัฏฏะ หมายถึง ความเวียนเกิดด้วยอำนาจกิเลส กรรม วิบาก ฯ ตัดขาดได้โดยการละกิเลสอันเป็นเบื้องต้นเสีย ฯ
๕.
โลกามิสคืออะไร ? ที่ได้ชื่ออย่างนั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ
โลกามิส คือ กามคุณ ๕ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ ฯ ที่ได้ชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นเครื่องล่อใจให้ติดอยู่ในโลกดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ
๖.
คติ คืออะไร ? สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็นอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑. คติ คือ ภูมิหรือภพเป็นที่ไปหลังจากตายแล้ว ฯ สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็น ๒ คือ
๒. ทุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างชั่ว ซึ่งเกิดจากการประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ
๓. สุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างดี ซึ่งเกิดจากการประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ
๗.
สมถะ กับ วิปัสสนา ให้ผลต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ให้ผลต่างกันดังนี้
๑. สมถะ ให้ผลอย่างต่ำ ทำให้ระงับนิวรณ์ได้ อย่างสูง ทำให้เข้าถึงฌานต่าง ๆ ได้
๒. ส่วนวิปัสสนา ให้ผลอย่างต่ำทำให้ได้ปัญญาเห็นสัจธรรม อย่างสูงทำให้ได้บรรบุอริยผลพ้นจากสังสารทุกข์ ฯ
๘.
คนสัทธาจริตมีนิสัยอย่งไร ? คนประเภทนี้ควรเจริญกัมมัฏฐานบทใด ?
ตอบ
คนสัทธาจริต มีนิสียเชื่อง่าย ๆ ในถ้อยคำวาจาที่กล่าวดีและชั่ว ที่เป็นบุญแบะบาป เป็นต้น คนประเภทนี้ควรเจริญอนุสสติกัมมัฏฐาน ๖ ประการ คือ พุทธานุสสติ ธัมมนุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ฯ
๙.
จงแสดงวิธีเจริญมุทิตา พร้อมทั้งอานิสงส์แห่งการเจริญพอเป็นตัวอย่าง ?
ตอบ
วิธีเจริญมุทิตานั้น ดังนี้
เมื่อได้เห็นหรือได้ยินมนุษย์หรือสัตว์เป็นอยู่สุขสบาย เจริญรุ่งเรืองด้วยสุขสมบัติ พึงทำจิตใจให้ชื่นชมยินดีแล้วแผ่มุทิตาจิตไปว่า สัตว์ผู้นี้หนอ บริบูรณ์ยิ่งนัก มีสุขสมบัติมาก จงเจริญยั่งยืนด้วยสุขสมบัติยิ่ง ๆ เถิด เมื่อเจริญอยู่เนือง ๆ ย่อมได้รับผลดีคือจะละความริษยาในสมบัติของผู้อื่นได้ ฯ
๑๐.
ผู้เจริญมหาสติปัฏฐาน ต้องประกอบด้วยธรรมใดบ้าง จึงจะกำจัดอภิชฌาและโทมนัสออกได้ ?
ตอบ
ต้องประกอบด้วยธรรม ๓ คือ
๑. อาตาปี มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน
๒. สัมปชาโน รู้ทั่วพร้อม
๓. สติมา มีสติ

พุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๖

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
๑.
พุทธานุพุทธประวัติ ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาทางใดบ้าง ? จงอธิบายพอได้ใจความ
ตอบ
พุทธานุพุทธประวัติ ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาดังนี้
ก. ทางประวัติศาสตร์ เช่นความเป็นไปของบ้านเมืองในครั้งพุทธกาลและลัทธิธรรมเนียมของประชาชนในสมัยนั้น
ข. ทางจรรยาของพระพุทธเจ้า และจรรยาของเหล่าพระอริยสาวก
ค. ทางธรรมวินัยที่ปรากฏในตำนานและความเป็นมาแห่งศาสนธรรมพร้อมทั้งตัวอย่างการบำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง
๒.
การที่พระพุทธองค์ทรงยืนยันพระองค์เองว่า เป็นพระสัมมาสัมพุทธะ เพราะทรงอาศัยอะไร ?
ตอบ
เพราะทรงอาศัยเหตุที่ตรัสรู้อริยสัจ ๔ อันมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่าง แจ่มแจ้งครบถ้วนทุกประการ จึงทรงปฏิญาณพระองค์ว่า เป็นสัมมาสัมพุทธะ ฯ
๓.
ภัพพบุคคล คือบุคคลเช่นใด ? ประเภทที่ ๑ ท่านเปรียบด้วยอะไร ?
ตอบ
ภัพพบุคคล คือบุคคลผู้สามารถจะตรัสรู้ธรรมได้ ฯ ประเภทที่ ๑ คือ อุคฆติตัญญู เปรียบด้วยดอกบัวพ้นนํ้า เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ก็จักบานในวันนั้น ฯ
๔.
พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่ไหนเป็นแห่งแรก ? ทรงเห็นประโยชน์อะไรจึงทรงประดิษฐาน ณ ที่นั้น ?
ตอบ
พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่กรุงราชคฤห์เป็นแห่งแรก ฯ เพราะทรงเห็นว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่บริบูรณ์มั่งคั่ง และมีศาสดาเจ้าลัทธิมาก ถ้าได้โปรดคนเหล่านี้ให้เกิดความเลื่อมใสได้แล้ว การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ก็สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะศาสดาเจ้าลัทธิต่าง ๆ นั้น ล้วนมีศิษยานุศิษย์มาก ผู้คนนับถือมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทรงเลือกเมืองนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก ฯ
๕.
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชกมีความว่าอย่างไร ? และมีผลอย่างไร ?
ตอบ
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชกมีความว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุของธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาทรงสอนอย่างนี้ ฯ มีผล คือ อุปติสสปริพาชกได้ดวงตาเห็นธรรมว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ฯ
๖.
พระมหากัสสปเถระประพฤติธุดงควัตรเพราะเห็นอำนาจประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
เพราะเห็นอำนาจประโยชน์ ๒ อย่าง คือ
๑. การอยู่เป็นสุขในบัดนี้ของตน
๒. เพื่ออนุเคราะห์ประชุมชนในภายหลัง จะได้เป็นทิฏฐานุคติ แห่งคนผู้มาเกิดในภายหลัง เมื่อทราบว่า สาวกของพระพุทธเจ้าได้ประพฤติอย่างนี้ เขาจะได้ประพฤติตาม ซึ่งเป็นทางอำนวยสุขแก่เขาเอง
๗.
พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระราธะว่า “สิ่งใดเป็นมาร ท่านจงละความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นเสีย” มารในที่นี้ หมายถึงอะไร ?
ตอบ
มาร หมายถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ฯ
๘.
พระสาวกต่อไปนี้ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางใด ?
ก. พระมหากัสสปเถระ
ข. พระมหากัจจายนเถระ
ค. พระโมฆราชเถระ
ง. พระโสณกุฏิกัณณเถระ
จ. พระราหุลเถระ
ตอบ
ก. พระมหากัสสปเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางถือธุดงค์
ข. พระมหากัจจายนเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางอธิบายความย่อให้พิสดาร
ค. พระโมฆราชเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางทรงจีวรเศร้าหมอง
ง. พระโสณกุฏิกัณณเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางมีวาจาไพเราะ
จ. พระราหุลเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา
๙.
การปลงอายุสังขาร หมายถึงอะไร ? พระพุทธเจ้าทรงกระทำที่ไหน ?
ตอบ
การปลงอายุสังขาร หมายถึง การที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดวันปรินิพพาน นับแต่วันเพ็ญเดือน ๓ ไปอีก ๓ เดือน ฯ ทรงกระทำที่ปาวาลเจดีย์ เมืองไพศาลี ฯ
๑๐.
การทำสังคายนาครั้งแรก ใครทำหน้าที่ปุจฉาและวิสัชนา ? และทำที่ไหน ?
ตอบ
การทำสังคายนาครั้งแรก พระมหากัสสปะ ทำหน้าที่ปุจฉา พระอุบาลี ทำหน้าที่วิสัชนาพระวินัย พระอานนท์ ทำหน้าที่วิสัชนาพระสูตรและพระอภิธรรม ฯ ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ฯ

วินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๕

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
,
๑.
มูลเหตุที่ทำให้เกิดสังฆกรรมมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มูลเหตุที่ทำให้เกิดสังฆกรรมมี ๒ อย่าง ฯ คือ
มีภิกษุบริษัทเพิ่มจำนวนมากขึ้น
มีพระพุทธประสงค์เพื่อให้สงฆ์เป็นใหญ่ในการบริหารหมู่คณะ
๒.
สังฆกรรม ๔ นั้น อย่างไหนต้องทำในสีมา อย่างไหนทำนอกสีมาได้ ?
ตอบ
ญัตติกรรม ญัตติทุติยกรรม และญัตติจตุตถกรรม ต้องทำในสีมาเท่านั้น อปโลกนกรรม ทำนอกสีมาได้ ฯ
๓.
สีมามีกี่ประเภท ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
สีมามี ๒ ประเภท ฯ คือ
๑. พัทธสีมา คือแดนที่ผูก หมายถึงเขตอันสงฆ์กำหนดเอาเอง
๒. อพัทธสีมา คือแดนที่ไม่ได้ผูก หมายถึงเขตอันเขากำหนดไว้โดยปกติของบ้านเมือง หรือเขตที่มีสัญญัติอย่างอื่นเป็นเครื่องกำหนด
๔.
ภิกษุผู้กรานกฐินแล้ว ย่อมได้อานิสงส์อะไรบ้าง ?
ตอบ
ภิกษุผู้กรานกฐินแล้ว ย่อมได้อานิสงส์ดังนี้
๑. เที่ยวไปไม่ต้องบอกลาตามสิกขาบทที่ ๖ แห่งอเจลกวรรค ในปาจิตติยกัณฑ์
๒. เที่ยวจาริกไปไม่ต้องถือเอาไตรจีวรไปครบสำรับ
๓. ฉันคณโภชน์ ปรัมปรโภชน์ได้
๔. เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
๕. จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของภิกษุผู้กรานกฐินแล้ว และได้โอกาสขยายเขตจีวรกาล ให้ยาวออกไปตลอด ๔ เดือนฤดูเหมันต์ด้วย
๕.
บรรพชาและอุปสมบท สำเร็จด้วยวิธีอะไร ?
ตอบ
บรรพชาสำเร็จด้วยวิธีให้บรรพชาเปกขะรับไตรสรณคมน์ อุปสมบทสำเร็จด้วยการสวดญัตติจตุตถกรรมวาจา ฯ
๖.
อนุวาทาธิกรณ์คืออะไร ? หากไม่รีบระงับจะเกิดผลเสียอย่างไร ?
ตอบ
อนุวาทาธิกรณ์ คือการโจทกันด้วยอาบัตินั้น ๆ ฯ หากไม่รีบระงับจะทำให้เสียสีลสามัญญตาและเสียสามัคคี เป็นทางแตกเป็นนานาสังวาส ฯ
๗.
วุฏฐานวิธีหมายถึงอะไร ? ในการทำวุฏฐานวิธีแต่ละอย่างนั้นต้องประชุมสงฆ์จำนวนเท่าไรเป็นอย่างน้อย ?
ตอบ
วุฏฐานวิธี หมายถึง วิธีเป็นเครื่องออกจากอาบัติสังฆาทิเสส ฯ อัพภาน ต้องประชุมสงฆ์ ๒๐ รูปเป็นอย่างน้อย นอกนั้นประชุมสงฆ์ ๔ รูปขึ้นไป ฯ
๘.
กิจจาธิกรณ์และนิคคหะคืออะไร ?
ตอบ
กิจจาธิกรณ์คือกิจอันจะพึงทำด้วยประชุมสงฆ์ นิคคหะคือการข่ม เป็นกิจอย่างหนึ่งแห่งผู้ปกครองหมู่ ฯ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์
๙.
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์คืออะไร ?
ตอบ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ คือ กฎหมายฉบับหนึ่งว่าด้วยคณะสงฆ์ มีศักดิ์รองลงมาจากรัฐธรรมนูญ ฯ
๑๐.
ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ และที่ศาสนสมบัติกลาง ได้แก่สถานที่เช่นไร ?
ตอบ
ที่วัด ได้แก่ที่ตั้งวัดตลอดจนเขตของวัดนั้น
ที่ธรณีสงฆ์ ได้แก่ที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด
ที่ศาสนสมบัติกลาง ได้แก่ที่ซึ่งเป็นทรัพย์สินของพระศาสนาอันมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๖

ปัญหาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
อปฺปมาทรตา โหถ    สจิตฺตมนุรกฺขถ
ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ    ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร.
ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท คอยรักษาจิตของตน
จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น.

(พุทฺธ) ขุ. ธ. ๒๕/๕๘.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้สนิทติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

พุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๗

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันอังคารที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
อาสภิวาจาคือวาจาเช่นไร ? มีใจความว่าอย่างไร ?
ตอบ
คือวาจาที่เปล่งอย่างองอาจ เป็นภาษิตของบุรุษพิเศษอาชาไนย ฯ มีใจความว่า เราเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ประเสริฐ แห่งโลก ฯ
๒.
ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพนั้นคืออะไรบ้าง ? ที่สุดโต่งนั้นมีโทษ อย่างไร ?
ตอบ
คือ ๑. กามสุขัลลิกานุโยค ๒. อัตตกิลมถานุโยค ฯ มีโทษดังนี้
๑. กามสุขัลลิกานุโยค คือการประกอบตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
๒. อัตตกิลมถานุโยค คือการประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทําผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ฯ
๓.
พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจาตุรงคมหาปธาน มีใจความว่าอย่างไร ? ได้รับผลอย่างไร ?
ตอบ
มีใจความว่า หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้วจักไม่ลุกขึ้น แม้เนื้อและเลือดจะแห้งเหือดไป เหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูก ก็ตามที ฯ ได้รับผลคือ บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณสมดังพระหฤทัย ฯ
๔.
อนัตตลักขณสูตร มีใจความโดยย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
อนัตตลักขณสูตร มีใจความโดยย่อว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตน ฯ
๕.
พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่ไหนเป็นแห่งแรก ? ทรงเห็นประโยชน์อะไรจึงทรงประดิษฐาน ณ ที่นั้น ?
ตอบ
ที่กรุงราชคฤห์ ฯ เพราะทรงเห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่บริบูรณ์มั่งคั่ง และมีศาสดาเจ้าลัทธิมาก ถ้าได้โปรดคนเหล่านี้ให้เกิดความเลื่อมใสได้แล้ว การเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะ ศาสดาเจ้าลัทธิต่าง ๆ นั้น ล้วนมีศิษยานุศิษย์มาก ผู้คนนับถือมาก ด้วยเหตุนี้จึงทรงเลือกเมืองนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก ฯ
๖.
คําว่า “วรรณะใด ประพฤติอกุศลกรรมบถ เบื้องหน้าแต่มรณะ วรรณะนั้นย่อมเข้าสู่อบายเสมอกันหมด ไม่มีพิเศษ” ใครกล่าว ? และกล่าวกะใคร ?
ตอบ
พระมหากัจจายนะกล่าว ฯ กล่าวกะพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ฯ
๗.
พระพุทธโอวาท ๓ ข้อ ที่ทรงประทานแก่พระมหากัสสปะว่าอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
พระพุทธโอวาท ๓ ข้อ ว่าอย่างนี้ กัสสปะ ท่านพึงศึกษาว่า
๑. เราจักเข้าไปตั้งความละอายและความยําเกรงไว้ในภิกษุ ทั้งที่เป็นผู้เฒ่า ทั้งที่เป็นผู้ใหม่ ทั้งที่เป็นปานกลาง อย่างแรงกล้า
๒. เราจักฟังธรรมอันใดอันหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกุศล เราจักเงี่ยโสตฟังธรรมนั้นพิจารณาเนื้อความ
๓. เราจักไม่ละสติเป็นไปในกาย คือพิจารณากายเป็นอารมณ์
๘.
ธรรมุเทศ ๔ ข้อ ที่พระรัฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ มีใจความว่าอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
มีใจความว่า
๑. โลกคือหมู่สัตว์ อันชราเป็นผู้นํา นําเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน
๒. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีผู้ป้องกัน ไม่เป็นใหญ่จําเพาะตน
๓. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของตน จําต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป
๔. โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา
๙.
ภิกษุณีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้ รับเอตทัคคะในทางไหน ?
ก. พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
ข. พระเขมาเถรี
ค. พระอุบลวัณณาเถรี
ง. พระปฏาจาราเถรี
จ. พระธัมมทินนาเถรี
ตอบ
ก. พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญญู
ข. พระเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
ค. พระอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
ง. พระปฏาจาราเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางทรงวินัย
จ. พระธัมมทินนาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางธรรมกถึก
๑๐.
ปาวาลเจดีย์และมกุฏพันธนเจดีย์ มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอย่างไร ?
ตอบ
ปาวาลเจดีย์ เป็นที่ทรงปลงพระชนมายุสังขาร ฯ มกุฏพันธนเจดีย์ เป็นที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ฯ

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๕

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
,
๑.
นิพพิทาคืออะไร ? ปฏิปทาเครื่องดำเนินให้ถึงนิพพิทานั้น อย่างไร ?
ตอบ
นิพพิทาคือความหน่ายในทุกข์ ฯ ปฏิปทาเครื่องดำเนินให้ถึงนิพพิทานั้น อย่างนี้คือ พิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ธรรมทั้งหลายทั้งปวงเป็นอนัตตา ย่อมเกิด นิพพิทา ความหน่ายในทุกขขันธ์ ไม่เพลิดเพลินยึดมั่นหมกมุ่น อยู่ในสังขารอันยั่วยวนเสน่หา ฯ
๒.
อนิจจตา ความไม่เที่ยงแห่งสังขาร กำหนดรู้ในทางง่ายได้ด้วยอาการอย่างไร ?
ตอบ
กำหนดรู้ในทางง่ายได้ด้วยความเกิดขึ้นในเบื้องต้น และความสิ้นไปในเบื้องปลาย ฯ
๓.
ตัณหาเมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดที่ไหนและเมื่อดับย่อมดับที่ไหน ? ตัณหานั้นย่อมสิ้นไปเพราะธรรมอะไร ?
ตอบ
ตัณหา เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลก เมื่อดับย่อมดับในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลกนั่นเอง ฯ ย่อมสิ้นไปเพราะวิราคะคือพระนิพพาน ฯ
๔.
ความหลุดพ้นอย่างไรเป็นสมุจเฉทวิมุตติ ? จัดเป็นโลกิยะหรือโลกุตตระ ?
ตอบ
ความหลุดพ้นด้วยการตัดกิเลสได้เด็ดขาด ได้แก่อริยมรรค เป็นสมุจเฉทวิมุตติ ฯ จัดเป็นโลกุตตระ ฯ
๕.
สันติ ความสงบ เกิดขึ้นที่ใด ? มีปฏิปทาที่จะดำเนินอย่างไร ?
ตอบ
สันติ ความสงบ เกิดขึ้นที่ไตรทวาร คือ กาย วาจา ใจ ฯ มีปฏิปทาที่จะดำเนิน คือ ปฏิบัติกาย วาจา ใจ ให้สงบจากโทษเวรภัย ด้วยการละโลกามิส คือกามคุณ ๕ ฯ
๖.
ในส่วนสังสารวัฏฏ์ สัตว์โลกตายแล้วมีคติคือที่ไปเป็นอย่างไร ? มีอุทเทสบาลีแสดงไว้อย่างไร ?
ตอบ
สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็น ๒ คือ สุคติและทุคติ ฯ มีอุทเทสบาลีแสดงว่า จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้ ฯ
๗.
สติปัฏฐาน ๔ คืออะไรบ้าง ? การพิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โดยความเป็นของปฏิกูล จัดเข้าในสติปัฏฐานข้อไหน ?
ตอบ
สติปัฏฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ฯ การพิจารณาผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โดยความเป็นของปฏิกูล จัดเข้าในกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ฯ
๘.
คนวิตกจริตมีนิสัยอย่างไร ? คนประเภทนี้ควรเจริญกัมมัฏฐานบทใด ?
ตอบ
คนวิตกจริตมีนิสัยชอบคิดฟุ้งซ่าน ตรึกตรองไม่ค่อยลง รู้เห็นไม่ตลอด นึกคิดเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ฯ คนประเภทนี้ควรเจริญอานาปานัสสติกัมมัฏฐาน ฯ
๙.
ท่านว่า ผู้ที่จะเจริญวิปัสสนาปัญญา พึงรู้ฐานะ ๖ ก่อน ทั้ง ๖ ประการนั้นมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ฐานะ ๖ นั้น มี
๑. อนิจจะ สภาวะอันไม่เที่ยง
๒. อนิจจลักขณะ เครื่องหมายที่จะให้กำหนดรู้ว่าไม่เที่ยง
๓. ทุกขะ สภาวะอันสัตว์ทนได้ยาก
๔. ทุกขลักขณะ เครื่องหมายที่จะให้กำหนดรู้ว่าเป็นทุกข์
๕. อนัตตา สภาวะอันไม่ใช่ตัวตน
๖. อนัตตลักขณะ เครื่องหมายที่จะกำหนดรู้ว่าเป็นอนัตตา
๑๐.
วิปัลลาสคืออะไร ? วัตถุที่วิปัลลาส มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
วิปัลลาส คือ กิริยาที่ถือเอาโดยอาการวิปริตผิดจากความจริง ฯ มี ๔ อย่าง คือ
๑. วิปัลลาสในของที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง
๒. วิปัลลาสในของที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข
๓. วิปัลลาสในของที่ไม่ใช่ตนว่าเป็นตน
๔. วิปัลลาสในของที่ไม่งามว่างาม

วินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๖

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
๑.
สังฆกรรมมีอะไรบ้าง ? สังฆกรรมอะไรที่สงฆ์จตุวรรคทำไม่ได้ ?
ตอบ
๑. สังฆกรรมมี
๒. อปโลกนกรรม
๓. ญัตติกรรม
๔. ญัตติทุติยกรรม
๕. ญัตติจตุตถกรรม
ปวารณา ให้ผ้ากฐิน อุปสมบท และอัพภาน สงฆ์จตุวรรคทำไม่ได้ ฯ
๒.
สีมามีกี่ประเภท ? วิสุงคามสีมา จัดเข้าในประเภทไหน ?
ตอบ
สีมา มี ๒ ประเภท คือ พัทธสีมา อพัทธสีมา ฯ วิสุงคามสีมา เมื่อสงฆ์ยังไม่ผูก จัดเป็นอพัทธสีมา ครั้นสงฆ์ผูกแล้ว จัดเป็นพัทธสีมา ฯ
๓.
เจ้าอธิการตามพระวินัย หมายถึงใคร ? สงฆ์พึงสวดสมมติเจ้าอธิการด้วยกรรมวาจาประเภทใด ?
ตอบ
เจ้าอธิการตามพระวินัย หมายถึง ภิกษุผู้ได้รับสมมติจากสงฆ์ให้เป็นเจ้าหน้าที่ทำการสงฆ์นั้น ๆ ฯ พึงสวดสมมติด้วยญัตติทุติยกรรม ฯ
๔.
การอปโลกน์และการสวดกรรมวาจาให้ผ้ากฐิน จัดเป็นสังฆกรรมประเภทใด ? อย่างไหนต้องทำในสีมา อย่างไหนทำนอกสีมาก็ได้ ?
ตอบ
การอปโลกน์เพื่อให้ผ้ากฐิน จัดเป็นอปโลกนกรรม การสวดเพื่อให้ผ้ากฐิน จัดเป็นญัตติทุติยกรรม ฯ การอปโลกน์เพื่อให้ผ้ากฐิน ทำในสีมาหรือนอกสีมาก็ได้ การสวดกรรมวาจาให้ผ้ากฐินต้องทำในสีมาเท่านั้น ฯ
๕.
ในอุปสมบทกรรม อภัพพบุคคล หมายถึงใคร ? จำแนกโดยประเภทมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ในอุปสมบทกรรม อภัพพบุคคล หมายถึง บุคคลที่ทรงห้ามไม่ให้อุปสมบท ฯ จำแนกโดยประเภทมี ๓ ได้แก่
๑. เพศบกพร่อง
๒. ประพฤติผิดพระธรรมวินัย
๓. ประพฤติผิดต่อกำเนิดของตน คือฆ่ามารดาบิดา
๖.
ภิกษุผู้ก่อวิวาทาธิกรณ์ อย่างไรชื่อว่าปรารถนาดี อย่างไรชื่อว่าปราถนาเลว ?
ตอบ
ผู้ก่อวิวาทาธิกรณ์เพราะเห็นแก่พระธรรมวินัย ปราศจากโลภะ โทสะ โมหะ ชื่อว่าทำด้วยปรารถนาดี ผู้ก่อวิวาทาธิกรณ์ด้วยทิฏฐิมานะ แม้รู้ว่าผิดก็ขืนทำ ประกอบด้วยโลภะ โทสะ โมหะ ชื่อว่าทำด้วยปรารถนาเลว ฯ
๗.
วุฏฐานวิธี หมายถึงอะไร ? ในการทำวุฏฐานวิธีแต่ละอย่างนั้นต้องประชุมสงฆ์จำนวนเท่าไรเป็นอย่างน้อย ?
ตอบ
วุฏฐานวิธี หมายถึง ระเบียบวิธีเป็นเครื่องออกจากอาบัติสังฆาทิเสส ฯ อัพภาน ต้องการสงฆ์ ๒๐ รูปเป็นอย่างน้อย นอกนั้นต้องการตั้งแต่ ๔ รูป ขึ้นไป ฯ
๘.
นาสนา คืออะไร ? บุคคลเช่นไรที่ทรงอนุญาตให้นาสนา ?
ตอบ
นาสนา คือ การยังบุคคลผู้ไม่สมควรถือเพศภิกษุและสามเณรให้สละเพศเสีย ฯ บุคคลที่ทรงพระอนุญาตให้นาสนามี ๓ ประเภท คือ
๑. ภิกษุต้องอันติมวัตถุแล้วยังปฏิญญาตนเป็นภิกษุ
๒. บุคคลผู้อุปสมบทไม่ขึ้น ได้รับอุปสมบทแต่สงฆ์
๓. สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ ข้อใดข้อหนึ่ง เช่น เป็นผู้มักผลาญชีวิตสัตว์ เป็นต้น
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์
๙.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ?
๑. ที่วัด
๒. ที่ธรณีสงฆ์
๓. ที่กัลปนา
ตอบ
ที่วัด คือที่ซึ่งตั้งวัดตลอดจนเขตของวัดนั้น
ที่ธรณีสงฆ์ คือที่ซึ่งเป็นสมบัติของวัด
ที่กัลปนา คือที่ซึ่งมีผู้อุทิศแต่ผลประโยชน์ให้วัด หรือพระศาสนา
๑๐.
เจ้าอาวาส หมายถึงใคร ? ภิกษุผู้จะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดที่ไม่ใช่พระอารามหลวงต้องมีคุณสมบัติโดยเฉพาะอะไรบ้าง ?
ตอบ
เจ้าอาวาส หมายถึง พระภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งตามกฎมหาเถรสมาคมให้เป็นพระสังฆาธิการปกครองวัดใดวัดหนึ่ง ฯ ภิกษุผู้จะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดที่ไม่ใช่พระอารามหลวงต้องมีคุณสมบัติ คือ
๑. มีพรรษาพ้น ๕
๒. เป็นผู้ทรงเกียรติคุณ เป็นที่เคารพนับถือของคฤหัสถ์และบรรพชิตในถิ่นนั้น

ปัญหากระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๗

ปัญหาวิชาเรียงความแก้กระทู้ธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
อจินฺติตมฺปิ ภวติ    จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ
น หิ จินฺตามยา    โภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา.
สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ ย่อมมีได้, สิ่งที่คิดไว้ ก็เสียหายได้,
โภคะของสตรีหรือบุรุษ ที่สำเร็จได้ด้วยนึกเอา ไม่มีเลย.

(มหาชนกโพธิสตฺต) ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๖๗.

แต่งอธิบายเป็นทำนองเทศนาโวหาร อ้างสุภาษิตอื่นมาประกอบไม่น้อยกว่า ๓ ข้อและบอกชื่อคัมภีร์ที่มาแห่งสุภาษิตนั้นด้วย ห้ามอ้างสุภาษิตซ้ำข้อกัน แต่จะซ้ำคัมภีร์ได้ ไม่ห้าม สุภาษิตที่อ้างมานั้น ต้องเรียงเชื่อมความให้สนิทติดต่อสมเรื่องกับกระทู้ตั้ง.
ชั้นนี้กำหนดให้เขียนลงในใบตอบ ตั้งแต่ ๔ หน้า (เว้นบรรทัด) ขึ้นไป.
.

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๖

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
๑.
บุคคลเช่นไรชื่อว่าติดอยู่ในโลก ? ผู้ติดอยู่ในโลกจะได้รับผลอย่างไร ?
ตอบ
บุคคลผู้ไร้พิจารณา ไม่หยั่งเห็นโดยถ่องแท้ เพลิดเพลินในสิ่งอันให้โทษ ระเริงจนเกินพอดีในสิ่งอันอาจให้โทษ ติดในสิ่งอันเป็นอุปการะ ชื่อว่า ติดอยู่ในโลก ฯ ผู้ติดอยู่ในโลกย่อมได้เสวยสุขบ้าง ทุกข์บ้าง อันสิ่งนั้น ๆ พึงอำนวย แม้สุขก็เป็นเพียงสามิส คือมีเหยื่อเจือด้วยของล่อใจ เป็นเหตุแห่งความติด ดุจเหยื่อคือมังสะอันเบ็ดเกี่ยวไว้ ฯ
๒.
คำว่า มารและบ่วงแห่งมาร หมายถึงอะไร ?
ตอบ
คำว่า มาร หมายถึงกิเลสกาม อันทำจิตให้เศร้าหมอง ได้แก่ ตัณหา ราคะ และอรติ เป็นต้น คำว่า บ่วงแห่งมาร หมายถึงวัตถุกาม ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ ฯ
๓.
คำว่า มะทะนิมมะทะโน ธรรมยังความเมาให้สร่าง หมายถึงความเมาในอะไร ?
ตอบ
หมายถึง ความเมาในอารมณ์อันยั่วยวนให้เกิดความเมาทุกประการ เช่น ชาติ สกุล อิสริยะ บริวาร ก็ดี ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ดี ความเยาว์วัย ความไม่มีโรค และชีวิต ก็ดี นับเข้าในอารมณ์ประเภทนี้ ฯ
๔.
วัฏฏะ ในคำว่า วัฏฏูปัจเฉโท นั้น หมายถึงอะไร ? และตัดวัฏฏะได้อย่างไร ?
ตอบ
วัฏฏะ หมายถึง ความเวียนเกิดด้วยอำนาจกิเลส กรรม วิบาก ฯ ตัดขาดได้โดยการละกิเลสอันเป็นเบื้องต้นเสีย ฯ
๕.
โลกามิส คืออะไร ? ที่ได้ชื่ออย่างนั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ
โลกามิส คือ กามคุณ ๕ ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ ฯ ได้ชื่ออย่างนั้น เพราะเป็นเครื่องล่อใจให้ติดอยู่ในโลกดุจเหยื่ออันเบ็ดเกี่ยวไว้ฉะนั้น ฯ
๖.
คติ คืออะไร ? สัตว์โลกตายไปแล้ว มีคติเป็นอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑. คติ คือ ภูมิหรือภพเป็นที่ไปหลังจากตายแล้ว ฯ สัตว์โลกตายไปแล้ว มีคติเป็น ๒ คือ
๒. ทุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างชั่ว ซึ่งเกิดจากการประพฤติทุจริตทางกาย วาจา ใจ
๓. สุคติ ภูมิเป็นที่ไปข้างดี ซึ่งเกิดจากการประพฤติสุจริตทางกาย วาจา ใจ
๗.
ผู้เจริญเมตตาเป็นประจำ ย่อมได้รับอานิสงส์อะไรบ้าง ? จงตอบมา ๓ ประการ
ตอบ
ผู้เจริญเมตตาเป็นประจำ ได้รับอานิสงส์ดังนี้ (เลือกตอบเพียง ๓ ข้อ)
๑. หลับอยู่ก็เป็นสุข
๒. ตื่นอยู่ก็เป็นสุข
๓. ไม่ฝันเห็นสิ่งลามก
๔. เป็นที่รักของมนุษย์ทั้งหลาย
๕. เป็นที่รักของอมนุษย์ทั้งหลาย
๖. เทวดาทั้งหลายย่อมรักษา
๗. ไฟไม่ไหม้ พิษหรือศัสตราวุธทั้งหลายไม่อาจประทุษร้าย
๘. จิตย่อมตั้งมั่นได้เร็วพลัน
๙. ผิวพรรณย่อมผ่องใสงดงาม
๑๐. ไม่หลงทำกาลกิริยา คือเมื่อจะตายย่อมได้สติ
๑๑. เมื่อตายแล้วแม้เกิดอีก ก็ย่อมเกิดในที่ดีเป็นที่เสวยสุข ถ้าไม่เสื่อมจากฌานก็ไปเกิดในพรหมโลก ฯ
๘.
สมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ให้ผลต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
สมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ให้ผลต่างกันดังนี้
๑. สมถะ ให้ผลอย่างต่ำทำให้ระงับนิวรณ์ได้ อย่างสูงทำให้เข้าถึงฌานต่าง ๆ ได้
๒. วิปัสสนา ให้ผลอย่างต่ำทำให้ได้ปัญญาเห็นสัจธรรม อย่างสูงคือทำให้บรรลุพระนิพพาน
๙.
คนสัทธาจริตมีนิสัยอย่างไร ? คนประเภทนี้ควรเจริญกัมมัฏฐานใดบ้าง ?
ตอบ
คนสัทธาจริต มีนิสัยเชื่อง่าย ๆ ในถ้อยคำวาจาที่กล่าวดีและชั่วที่เป็นบุญและเป็นบาป เป็นต้น ฯ คนประเภทนี้ควรเจริญอนุสสติกัมมัฏฐาน ๖ ประการ คือ พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ สีลานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ฯ
๑๐.
อารมณ์ของวิปัสสนากัมมัฏฐาน ได้แก่อะไร ?
ตอบ
อารมณ์ของวิปัสสนากัมมัฏฐาน ได้แก่ สังขารและธรรมทั้งปวง คือ ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ อินทรีย์ ๒๒ ฯ
(หรือจะเขียนตอบแบบนี้ก็ได้)
อารมณ์ของวิปัสสนากัมมัฏฐาน คือ สังขารทั้งหลาย ทั้งที่เป็นอุปาทินนกะ และอนุปาทินนกะ (หรือ ธรรมในวิปัสสนาภูมิ คือ ขันธ์ อายตนะ ธาตุ เป็นต้น) ฯ

วินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๗

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันพุธที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
ภิกษุผู้ปรารถนาความตั้งอยู่ยั่งยืนของพระธรรมวินัย ควรปฏิบัติตนอย่างไร ?
ตอบ
ควรตั้งอยู่ในศีลสามัญญตา ทิฏฐิสามัญญตา และลัชชีธรรม สํารวมในพระปาติโมกข์ ประกอบด้วยอาจาระและโคจร เห็นโทษแม้เพียงเล็กน้อยว่าเป็นภัย สําเหนียกศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย ฯ
๒.
สังฆกรรมย่อมวิบัติโดยอะไรบ้าง ? สงฆ์ให้อุปสมบทแก่อภัพพบุคคล เป็นสังฆกรรมวิบัติโดยอะไร ?
ตอบ
สังฆกรรมย่อมวิบัติโดย วัตถุ สีมา ปริสะ และกรรมวาจา ฯ สงฆ์ให้อุปสมบทแก่อภัพพบุคคล เป็นสังฆกรรมวิบัติโดยวัตถุ ฯ
๓.
ญัตติและอนุสาวนา หมายถึงอะไร ? ญัตติมีใช้ในสังฆกรรมอะไรบ้าง ?
ตอบ
ญัตติ หมายถึงค่าเผดียงสงฆ์ อนุสาวนา หมายถึงคําประกาศคําปรึกษาและข้อตกลงของสงฆ์ ฯ
ญัตติมีใช้ใน ๓ สังฆกรรม คือ
๑. ญัตติกรรม
๒. ญัตติทุติยกรรม
๓. ญัตติจตุตถกรรม
๔.
สีมาคืออะไร ? มีความสําคัญอย่างไร ?
ตอบ
สีมาคือ เขตประชุมของสงฆ์ผู้ทําสังฆกรรม ฯ มีความสําคัญอย่างนี้
พระศาสดาทรงพระอนุญาตให้สงฆ์พร้อมเพรียงกันทําสังฆกรรมในสีมาคือเขตที่สงฆ์กําหนดไว้เพื่อจะรักษาสามัคคีในสงฆ์ ถ้าไม่มีสีมาก็ไม่มีเขตประชุม ฯ
๕.
ภิกษุผู้กรานกฐินแล้ว ย่อมได้อานิสงส์อะไรบ้าง ?
ตอบ
ภิกษุผู้กรานกฐินแล้ว ย่อมได้อานิสงส์ดังนี้
๑. เที่ยวไปไม่ต้องบอกลาตามสิกขาบทที่ ๕ แห่งอเจลกวรรคในปาจิตติยกัณฑ์
๒. เที่ยวจาริกไปไม่ต้องถือเอาไตรจีวรไปครบ
๓. ฉันคณโภชน์ ปรัมปรโภชน์ได้
๔. เก็บอติเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา
๕. จีวรอันเกิดขึ้นในที่นั้นเป็นของได้แก่พวกเธอ ทั้งได้โอกาสขยายเขตจีวรกาลให้ยาวออกไปตลอด ๔ เดือนฤดูเหมันต์ด้วย
๖.
วัตถุสมบัติในการอุปสมบทคืออะไร ? ต้องประกอบด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือผู้จะเข้ารับการอุปสมบท ฯ ประกอบด้วยคุณสมบัติ ๕ ประการ คือ
๑. เป็นชาย
๒. มีอายุครบ ๒๐ ปี
๓. ไม่เป็นมนุษย์วิบัติ เช่นถูกตอน หรือเป็นกะเทย
๔. ไม่เคยทําอนันตริยกรรม
๕. ไม่เคยต้องปาราชิก หรือไม่เคยเข้ารีตเดียรถีย์ทั้งที่เป็นภิกษุ
๗.
อนุวาทาธิกรณ์ คืออะไร ? หากไม่รีบระงับจะเกิดผลเสียอย่างไร ?
ตอบ
คือการโจทย์กันด้วยอาบัตินั้น ๆ ฯ หากไม่รีบระงับจะทําให้เสียสีลสามัญญตาและเสียสามัคคี เป็นเหตุแตกแยก เป็นนานาสังวาส ฯ
๘.
วุฏฐานวิธี แปลว่าอะไร ? ประกอบด้วยอะไรบ้าง ?
ตอบ
แปลว่าระเบียบเป็นเครื่องออกจากอาบัติสังฆาทิเสส ฯ ประกอบด้วยปริวาส มานัต ปฏิกัสสนา และอัพภาน ฯ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์
๙.
มาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช ๒๕๐๕ (ฉบับที่ ๒ พุทธศักราช ๒๕๓๕) ให้พระภิกษุสละสมณเพศ ด้วยกรณีใดบ้าง ? ตอบมาอย่างน้อย ๒ ข้อ
ตอบ
ต้องคําวินิจฉัยตามมาตรา ๒๕ ให้รับนิคหกรรมไม่ถึงให้สีก แต่ไม่ยอมรับนิคหกรรมนั้น
ประพฤติล่วงละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ
ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง
ไม่มีวัดเป็นที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
๑๐.
ศาสนสมบัติมีอะไรบ้าง ? ใครเป็นผู้มีอํานาจดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติ ?
ตอบ
ศาสนสมบัติมี
๑. ศาสนสมบัติกลาง ได้แก่ ทรัพย์สินของพระศาสนาซึ่งมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีอํานาจดูแลรักษาและจัดการ โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
๒. ศาสนสมบัติของวัด ได้แก่ ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดนั้น ๆ มีอํานาจดูแลรักษาและจัดการ

ธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ๒๕๖๗

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
อุทเทสว่า “สูทั้งหลายจงมาดูโลกนี้” โลกในที่นี้ หมายถึงอะไร ?
ตอบ
โดยตรง หมายถึง แผ่นดินเป็นที่อาศัย โดยอ้อม หมายถึง หมู่สัตว์ผู้อาศัย ฯ
๒.
ทุกข์และทุกขลักขณะ เป็นอย่างเดียวกันหรือต่างกัน ? จงอธิบาย
ตอบ
ต่างกันคือ ปัญจขันธ์เป็นตัวทุกข์ ปัญจขันธ์นั้นถูกเบียดเบียนถูกบีบคั้นจากผัสสะต่าง ๆ เป็นทุกขลักขณะ ฯ
๓.
บุคคลจะพึงกําหนดรู้สังขารทั้งหลายโดยความเป็นอนัตตาด้วยอาการอย่างไร ? ตอบมา ๒ ข้อ
ตอบ
ด้วยอาการอย่างนี้ คือ (เลือกตอบ ๒ ข้อ)
๑. ด้วยไม่อยู่ในอํานาจหรือด้วยฝืนความปรารถนา
๒. ด้วยแย้งต่ออัตตา
๓. ด้วยความเป็นสภาพหาเจ้าของมิได้
๔. ด้วยความเป็นสภาพสูญคือว่าง หรือหายไป
๕. ด้วยความเป็นสภาวธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย
๔.
ตัณหา เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดที่ไหน และเมื่อดับย่อมดับที่ไหน ? และตัณหานั้นย่อมสิ้นไป เพราะธรรมอะไร ?
ตอบ
เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลก เมื่อดับย่อมดับในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลกนั่นเอง ฯ ย่อมสิ้นไปเพราะวิราคะ คือพระนิพพาน ฯ
๕.
ธรรมอะไรที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นยอดแห่งสังขตธรรม ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
อัฏฐังคิกมรรคเป็นยอด ฯ เพราะองค์ ๘ ของอัฏฐังคิกมรรค ล้วนเป็นธรรมที่ดี รวมกันทั้ง ๘ ย่อมเป็นธรรมดียิ่ง และเป็นทางเดียวอันนําไปถึงความดับทุกข์หรือถึงความหมดจดแห่งทัสสนะ ฯ
๖.
สันติแปลว่าอะไร ? เป็นโลกิยะหรือโลกุตตระ ?
ตอบ
สันติ แปลว่า ความสงบ ฯ เป็นได้ทั้งโลกิยะและโลกุตตระ ฯ
๗.
พระบาลีว่า “จิตเต สงฺกิลิฏเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อใจเศร้าหมอง ต้องประสบทุคติ” ทุคติ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ทุคติ คือ ภูมิเป็นที่ไปข้างชั่ว ฯ มี อบาย ทุคติ วินิบาต นรก ฯ
๘.
จริต คืออะไร ? เพราะเหตุใดจึงต้องเจริญกัมมัฏฐานให้เหมาะกับจริตของตน ?
ตอบ
จริต คือความประพฤติเป็นปกติของบุคคล ฯ เพราะกัมมัฏฐานแต่ละอย่างก็เป็นที่สบายของคนแต่ละจริต ถ้าเจริญไม่เหมาะกับจริต กรรมฐานก็จะสําเร็จได้โดยยาก จึงต้องเจริญกัมมัฏฐานให้เหมาะกับจริตของตน ฯ
๙.
สติปัฏฐาน ๔ คืออะไรบ้าง ? การกําหนดลมหายใจเข้าออก ชื่อว่า เจริญสติปัฏฐาน ข้อไหน ?
ตอบ
สติปัฏฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน และธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ฯ ชื่อว่าเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ฯ
๑๐.
วิปัลลาสคืออะไร ? วัตถุที่วิปัลลาส มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
วิปัลลาส คือ กิริยาที่ถือเอาโดยอาการวิปริตผิดจากความจริง ๆ มี ๔ อย่าง คือ
๑. วิปัลลาสในของที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง
๒. วิปัลลาสในของที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข
๓. วิปัลลาสในของที่ไม่ใช่ตนว่าเป็นตน
๔. วิปัลลาสในของที่ไม่งามว่างาม