ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันอังคารที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
สอบในสนามหลวง
วันอังคารที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
,
๑.
อาสภิวาจาคือวาจาเช่นไร ? มีใจความว่าอย่างไร ?
ตอบ
คือวาจาที่เปล่งอย่างองอาจ เป็นภาษิตของบุรุษพิเศษอาชาไนย ฯ มีใจความว่า เราเป็นผู้เลิศ เป็นผู้ใหญ่ เป็นผู้ประเสริฐ แห่งโลก ฯ
๒.
ที่สุดโต่งอันบรรพชิตไม่ควรเสพนั้นคืออะไรบ้าง ? ที่สุดโต่งนั้นมีโทษ อย่างไร ?
ตอบ
คือ ๑. กามสุขัลลิกานุโยค ๒. อัตตกิลมถานุโยค ฯ มีโทษดังนี้
๑. กามสุขัลลิกานุโยค คือการประกอบตนให้พัวพันด้วยสุขในกาม เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุตั้งบ้านเรือน เป็นของคนมีกิเลสหนา ไม่ใช่ของคนอริยะคือผู้บริสุทธิ์ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์
๒. อัตตกิลมถานุโยค คือการประกอบความเหน็ดเหนื่อยแก่ตนเปล่า ให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ ไม่ทําผู้ประกอบให้เป็นอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ฯ
๓.
พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานจาตุรงคมหาปธาน มีใจความว่าอย่างไร ? ได้รับผลอย่างไร ?
ตอบ
มีใจความว่า หากยังไม่บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณแล้วจักไม่ลุกขึ้น แม้เนื้อและเลือดจะแห้งเหือดไป เหลือแต่หนัง เอ็น และกระดูก ก็ตามที ฯ ได้รับผลคือ บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณสมดังพระหฤทัย ฯ
๔.
อนัตตลักขณสูตร มีใจความโดยย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
อนัตตลักขณสูตร มีใจความโดยย่อว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนัตตา คือไม่ใช่ตน ฯ
๕.
พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่ไหนเป็นแห่งแรก ? ทรงเห็นประโยชน์อะไรจึงทรงประดิษฐาน ณ ที่นั้น ?
ตอบ
ที่กรุงราชคฤห์ ฯ เพราะทรงเห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่บริบูรณ์มั่งคั่ง และมีศาสดาเจ้าลัทธิมาก ถ้าได้โปรดคนเหล่านี้ให้เกิดความเลื่อมใสได้แล้ว การเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะ ศาสดาเจ้าลัทธิต่าง ๆ นั้น ล้วนมีศิษยานุศิษย์มาก ผู้คนนับถือมาก ด้วยเหตุนี้จึงทรงเลือกเมืองนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก ฯ
๖.
คําว่า “วรรณะใด ประพฤติอกุศลกรรมบถ เบื้องหน้าแต่มรณะ วรรณะนั้นย่อมเข้าสู่อบายเสมอกันหมด ไม่มีพิเศษ” ใครกล่าว ? และกล่าวกะใคร ?
ตอบ
พระมหากัจจายนะกล่าว ฯ กล่าวกะพระเจ้ามธุรราชอวันตีบุตร ฯ
๗.
พระพุทธโอวาท ๓ ข้อ ที่ทรงประทานแก่พระมหากัสสปะว่าอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
พระพุทธโอวาท ๓ ข้อ ว่าอย่างนี้ กัสสปะ ท่านพึงศึกษาว่า
๑. เราจักเข้าไปตั้งความละอายและความยําเกรงไว้ในภิกษุ ทั้งที่เป็นผู้เฒ่า ทั้งที่เป็นผู้ใหม่ ทั้งที่เป็นปานกลาง อย่างแรงกล้า
๒. เราจักฟังธรรมอันใดอันหนึ่งซึ่งประกอบด้วยกุศล เราจักเงี่ยโสตฟังธรรมนั้นพิจารณาเนื้อความ
๓. เราจักไม่ละสติเป็นไปในกาย คือพิจารณากายเป็นอารมณ์
๘.
ธรรมุเทศ ๔ ข้อ ที่พระรัฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ มีใจความว่าอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
มีใจความว่า
๑. โลกคือหมู่สัตว์ อันชราเป็นผู้นํา นําเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน
๒. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีผู้ป้องกัน ไม่เป็นใหญ่จําเพาะตน
๓. โลกคือหมู่สัตว์ ไม่มีอะไรเป็นของตน จําต้องละทิ้งสิ่งทั้งปวงไป
๔. โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม เป็นทาสแห่งตัณหา
๙.
ภิกษุณีผู้มีชื่อต่อไปนี้ได้ รับเอตทัคคะในทางไหน ?
ก. พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
ข. พระเขมาเถรี
ค. พระอุบลวัณณาเถรี
ง. พระปฏาจาราเถรี
จ. พระธัมมทินนาเถรี
ตอบ
ก. พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางรัตตัญญู
ข. พระเขมาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีปัญญา
ค. พระอุบลวัณณาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
ง. พระปฏาจาราเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางทรงวินัย
จ. พระธัมมทินนาเถรี ได้รับเอตทัคคะในทางธรรมกถึก
๑๐.
ปาวาลเจดีย์และมกุฏพันธนเจดีย์ มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าอย่างไร ?
ตอบ
ปาวาลเจดีย์ เป็นที่ทรงปลงพระชนมายุสังขาร ฯ มกุฏพันธนเจดีย์ เป็นที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ ฯ