วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๓
,
๑.
ก. โลกเดือดร้อนวุ่นวายในปัจจุบันนี้ เพราะขาดธรรมอะไร ?
ข. บุคคลมีกาย วาจา ใจ งดงามเพราะปฏิบัติธรรมอะไร ?
ตอบ
ก. เพราะขาดธรรมคุ้มครองโลก ๒ อย่างคือ
๑) หิริ ความละอายแก่ใจ
๒) โอตตัปปะ ความเกรงกลัว
ข. เพราะปฏิบัติธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่างคือ
๑) ขันติ ความอดทน
๒) โสรัจจะ ความเสงี่ยม
๒.
ก. ทุจริต คืออะไร ? มีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ข. คนที่รับปากรับคำเขาไว้แล้ว แต่ไม่ทำตามนั้นจัดเข้าในทุจริตข้อไหน ?
ตอบ
ก. ทุจริต คือประพฤติชั่ว ประพฤติเสียหาย มี ๓ คือ
๑) ประพฤติชั่วด้วยกาย
เรียก กายทุจริต
๒) ประพฤติชั่วด้วยวาจา
เรียก วจีทุจริต
๓) ประพฤติชั่วด้วยใจ
เรียก มโนทุจริต
ข. จัดเข้าในวจีทุจริต
๓.
ก. มูลเหตุที่ทำให้บุคคลทำความชั่วเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ข. สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญเรียกว่าอะไร ? โดยย่อมีเท่าไร ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
ก. เรียกว่า อกุศลมูล หมายถึงรากเง่าของอกุศล มี ๓ คือ
๑) โลภะ อยากได้
๒) โทสะ คิดประทุษร้ายเขา
๓) โมหะ หลง ไม่รู้จริง
ข. เรียกว่า บุญกิริยาวัตถุ โดยย่อมี ๓ คือ
๑) ทานมัย
บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน
๒) สีลมัย
บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
๓) ภาวนามัย
บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา
๔.
ก. หลักธรรมดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ข. อันตรายของภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่ ข้อไหนเป็นอันตรายที่สุด ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
ก. มี ๔ อย่างคือ
๑) ปฏิรูปเทสวาสะ
อยู่ในประเทศอันสมควร
๒) สัปปุริสูปัสสยะ
คบสัตบุรุษ
๓) อัตตสัมมาปณิธิ
ตั้งตนไว้ชอบ
๔) ปุพเพกตปุญญตา
ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน
ข. ข้อ ๓ คือ เพลิดเพลินในกามคุณ ทะยานอยากได้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็นอันตรายที่สุด เพราะอันตรายข้ออื่น ๆ ย่อมรวมลงในกามคุณทั้งสิ้น
๕.
ก. อธิษฐานธรรมคือธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ข. ผู้ที่ทำงานไม่สำเร็จผลตามที่มุ่งหมายเพราะขาดคุณธรรมอะไรบ้าง ?
ตอบ
ก. มี ๔ อย่างคือ
๑) ปัญญา
รอบรู้สิ่งที่ควรรู้
๒) สัจจะ
ความจริงใจ คือประพฤติสิ่งใดก็ให้ได้จริง
๓) จาคะ
สละสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความจริงใจ
๔) อุปสมะ
สงบใจจากสิ่งที่เป็นข้าศึกแก่ความสงบ
ข. เพราะขาดอิทธิบาท คือ คุณเครื่องให้สำเร็จความประสงค์ ๔ อย่างคือ
๑) ฉันทะ
ความพอใจในสิ่งนั้น
๒) วิริยะ
เพียรประกอบสิ่งนั้น
๓) จิตตะ
เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ
๔) วิมังสา
หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น
๖.
ก. อินทรีย์ ๖ กับอารมณ์ ๖ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ?
ข. อะไรเรียกว่า สัมผัส ?
ตอบ
ก. มีความสัมพันธ์กันอย่างนี้
ตา
เป็นใหญ่ในการเห็นอารมณ์ คือรูป
หู
เป็นใหญ่ในการฟังอารมณ์ คือเสียง
จมูก
เป็นใหญ่ในการสูดดมอารมณ์ คือกลิ่น
ลิ้น
เป็นใหญ่ในการลิ้มอารมณ์ คือรส
กาย
เป็นใหญ่ในการถูกต้องอารมณ์ คือโผฏฐัพพะ
ใจ
เป็นใหญ่ในการรู้อารมณ์ คือธรรม
ข. การกระทบกันระหว่างอายตนะภายในกับภายนอก เกิดการรับรู้ขึ้น เรียกว่า สัมผัส
๗.
ก. มละคือมลทิน หมายถึงอะไร ?
ข. มลทินข้อที่ ๑ และข้อที่ ๙ คืออะไร ? แก้ด้วยธรรมอะไร ?
ตอบ
ก.
หมายถึงกิเลสเป็นเครื่องทำจิตให้เศร้าหมอง ไม่ผ่องใส
ข.
มลทินข้อที่ ๑ คือ โกรธ แก้ด้วยเจริญเมตตา
มลทินข้อที่ ๙ คือ เห็นผิด แก้ด้วยสัมมาทิฏฐิ
๘.
ก. เหตุให้เกิดประโยชน์ในปัจจุบันเรียกว่าอะไร ? มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ข. เมื่อปฏิบัติตามเหตุนั้นแล้วจะได้รับผลอะไร ?
ตอบ
ก. เรียกว่าทิฏฐธัมมิกัตถะ มี ๔ อย่างคือ
๑) อุฏฐานสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยความหมั่น
๒) อารักขสัมปทา
ถึงพร้อมด้วยการรักษา
๓) กัลยาณมิตตตา
ความมีเพื่อนเป็นคนดี
๔) สมชีวิตา
ความเลี้ยงชีวิตตามสมควร
ข. จะได้รับผล คือ ทรัพย์ ยศ ไมตรี เป็นต้นในปัจจุบัน
๙.
ก. ตระกูลอันมั่งคั่งจะตั้งอยู่ได้นานเพราะสถานใดบ้าง ?
ข. ฆราวาสผู้ครองเรือนควรตั้งอยู่ในธรรมข้อใดบ้าง ?
ตอบ
ก. เพราะสถาน ๔ คือ
๑) แสวงหาพัสดุที่หายแล้ว
๒) บูรณะพัสดุที่คร่ำคร่า
๓) รู้จักประมาณในการบริโภคสมบัติ
๔) ตั้งสตรีหรือบุรุษผู้มีศีลให้เป็นแม่เรือนพ่อเรือน
ข. ควรตั้งอยู่ในฆราวาสธรรม ๔ คือ
๑) สัจจะ สัตย์ซื่อต่อกัน
๒) ทมะ รู้จักข่มจิตของตน
๓) ขันติ อดทน
๔) จาคะ สละให้ปันสิ่งของแก่คนที่ควรให้ปัน
๑๐.
ก. จงเขียนศีล ๕ ข้อที่ ๕ พร้อมทั้งคำแปล
ข. สมบัติและวิบัติของอุบาสกอุบาสิกามีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ก. สุราเมรยมัชชปมาทัฏฐานา เวรมณี แปลความว่า เว้นจากการดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
ข.
๑) ประกอบด้วยศรัทธา
๒) มีศีลบริสุทธิ์
๓) ไม่ถือมงคลตื่นข่าว คือเชื่อกรรม ไม่เชื่อมงคล
๔) ไม่แสวงหาเขตบุญนอกพระพุทธศาสนา
๕) บำเพ็ญบุญแต่ในพระพุทธศาสนา
ตรงข้ามกับสมบัติทั้ง ๕ นี้ เป็นวิบัติของอุบาสกอุบาสิกา

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๔

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
,
๑.
๑.๑ ธรรมคุ้มครองโลกมีอะไรบ้าง ?
๑.๒ ธรรมข้อนี้จะคุ้มครองโลกได้อย่างไร ?
ตอบ
๑.๑ มี ๒ อย่างคือ
๑. หิริ ความละอายแก่ใจ
๒. โอตตัปปะ ความเกรงกลัว
๑.๒ ปัจจุบันโลกที่เกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ส่วนหนึ่งเพราะชาวโลกละทิ้งธรรม คือ หิริ และโอตตัปปะ ไม่ละอายแก่ใจ ไม่เกรงกลัวต่อผลแห่งความชั่ว ขาดเมตตากรุณา เห็นแก่ตัวจัด มีการเบียดเบียน ทำทุจริต โดยวิธีต่าง ๆ หากชาวโลกมีธรรมคู่นี้ตั้งมั่นในใจแล้ว ก็จะช่วยคุ้มครองโลกให้พ้นจากภาวะวิกฤตได้
๒.
๒.๑ พระรัตนตรัย กับไตรสรณคมน์ เป็นอย่างเดียวกัน หรือต่างกันอย่างไร ?
๒.๒ การเปล่งวาจาถึงรัตนะ ๓ เป็นที่พึ่ง จัดเป็นอย่างไหนใน ๒ อย่างนั้น ?
ตอบ
๒.๑ ต่างกัน พระรัตนตรัย ได้แก่หมวด ๓ แห่งรัตนะ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่วนไตรสรณคมน์ ได้แก่การถึง (เข้าถึง) พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ
๒.๒ จัดเป็นไตรสรณคมน์
๓.
๓.๑ ปธาน ๔ มีอะไรบ้าง ?
๓.๒ คนเสพยาเสพย์ติด เพียรพยายามจะเลิกให้ได้ ชื่อว่าตั้งอยู่ในปธานข้อไหน ?
ตอบ
๓.๑
๑. สังวรปธาน
เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน
๒. ปหานปธาน
เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
๓. ภาวนาปธาน
เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน
๔. อนุรักขนาปธาน
เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม
๓.๒ ตั้งอยู่ในปหานปธาน
๔.
๔.๑ อริยสัจ ๔ มีอะไรบ้าง ?
๔.๒ ปรารถนาสิ่งใด ไม่ได้สมหวัง จัดเป็นอริยสัจข้อไหน ?
ตอบ
๔.๑
๑. ทุกข์
๒. สมุทัย คือ เหตุให้ทุกข์เกิด
๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์
๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
๔.๒ จัดเป็นทุกข์
๕.
๕.๑ กรรมที่เป็นบาปหนักที่สุด มีชื่อเรียกว่าอะไร ? คืออะไรบ้าง ?
๕.๒ เพราะเหตุไรจึงเป็นกรรมที่เป็นบาปหนักที่สุด ?
ตอบ
๕.๑ มีชื่อเรียกว่า อนันตริยกรรม คือ
๑. มาตุฆาต
ฆ่ามารดา
๒. ปิตุฆาต
ฆ่าบิดา
๓. อรหันตฆาต
ฆ่าพระอรหันต์
๔. โลหิตุปบาท
ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป
๕. สังฆเภท
ยังสงฆ์ให้แตกจากกัน
๕.๒ เพราะห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ตั้งอยู่ในฐานปาราชิกของผู้นับถือพระพุทธศาสนา ห้ามไม่ให้ทำเป็นเด็ดขาด
๖.
๖.๑ ทรัพย์ประเภทไหนเรียกว่าอริยทรัพย์ ?
๖.๒ อริยทรัพย์ดีกว่าทรัพย์ภายนอกเพราะเหตุไร ?
ตอบ
๖.๑ คุณความดีที่มีในสันดานอย่างประเสริฐ เรียกว่า อริยทรัพย์ มี ศรัทธา ศีล เป็นต้น
๖.๒ ดีกว่า เพราะอริยทรัพย์ เป็นคุณธรรม ใครแย่งชิงไปไม่ได้ ใช้เท่าใดก็ไม่หมดสิ้น ไม่ต้องเสี่ยงภัยในการแสวงหา ทั้งสามารถติดตามเป็นที่พึ่งในสัมปรายภพได้ด้วย
๗.
๗.๑ โลกธรรมมีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
๗.๒ ท่านสอนให้ปฏิบัติต่อโลกธรรมอย่างไร ?
ตอบ
๗.๑ มี ๘ อย่าง คือ
มีลาภ ๑
ไม่มีลาภ ๑
มียศ ๑
ไม่มียศ ๑
สรรเสริญ ๑
นินทา ๑
สุข ๑
ทุกข์ ๑
๗.๒ สอนอย่างนี้ คือโลกธรรมนี้เกิดขึ้นแล้ว เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรรู้ตามที่เป็นจริง คืออย่ายินดีในส่วนที่ปรารถนา อย่ายินร้ายในส่วนที่ไม่ปรารถนา
๘.
๘.๑ อบายมุข ๔ มีอะไรบ้าง ?
๘.๒ การเที่ยวกลางคืนมีโทษอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๘.๑
๑. ความเป็นนักเลงหญิง
๒. ความเป็นนักเลงสุรา
๓. ความเป็นนักเลงเล่นการพนัน
๔. ความคบคนชั่วเป็นมิตร
๘.๒ มีโทษ ๖ อย่างคือ
๑. ชื่อว่าไม่รักษาตัว
๒. ชื่อว่าไม่รักษาลูกเมีย
๓. ชื่อว่าไม่รักษาทรัพย์สมบัติ
๔. เป็นที่ระแวงของคนทั้งหลาย
๕. มักถูกใส่ความ
๖. ได้ความลำบากมาก
๙.
๙.๑ มิตตปฏิรูปได้แก่คนพวกไหนบ้าง ?
๙.๒ พระพุทธเจ้าทรงสอนให้ปฏิบัติต่อคนพวกนี้อย่างไร ?
ตอบ
๙.๑
๑. คนปอกลอก
๒. คนดีแต่พูด
๓. คนหัวประจบ
๔. คนชักชวนในทางฉิบหาย
๙.๒ ทรงสอนให้หลีกเลี่ยงไม่ควรคบเป็นมิตร ดุจคนเดินทางเลี่ยงทางที่มีภัยฉะนั้น
๑๐.
๑๐.๑ จงเขียนศีล ๕ ข้อที่ ๓ พร้อมทั้งคำแปล ?
๑๐.๒ อุบาสก อุบาสิกา ควรงดเว้นการค้าขายที่ไม่ชอบธรรมอะไรบ้าง ?
ตอบ
๑๐.๑
กาเมสุ มิจฉาจารา เวรมณี เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๑๐.๒
๑. ค้าขายเครื่องประหาร
๒. ค้าขายมนุษย์
๓. ค้าขายสัตว์เป็นสำหรับฆ่าเพื่อเป็นอาหาร
๔. ค้าขายน้ำเมา
๕. ค้าขายยาพิษ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๕

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๒๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕
,
๑.
๑.๑ คนที่ทำอะไรมักพลั้งพลาด เพราะขาดธรรมอะไร ?
๑.๒ ผู้ได้ชื่อว่ากตัญญูกตเวทีบุคคล เพราะปฏิบัติตนอย่างไร ?
ตอบ
๑.๑ เพราะขาดสติ ความระลึกได้ก่อนแต่จะทำ และขาดสัมปชัญญะ ความรู้ตัวในขณะทำ ฯ
๑.๒ เพราะเป็นผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน ฯ
๒.
๒.๑ พระรัตนตรัยมีอะไรบ้าง ?
๒.๒ รัตนะที่ ๑ หมายถึงใคร ? จงอธิบาย
ตอบ
๒.๑ มีพระพุทธ ๑ พระธรรม ๑ พระสงฆ์ ๑ ฯ
๒.๒ หมายถึงพระพุทธเจ้า ฯ ได้แก่ท่านผู้สอนให้ประชุมชนประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ ตามพระธรรมวินัยที่ท่านเรียกว่า พระพุทธศาสนา ฯ
๓.
๓.๑ โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ อย่าง มีอะไรบ้าง ?
๓.๒ บุคคลผู้หวังความเจริญ ควรตั้งอยู่ในธรรมอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๓.๑
๑) เว้นจากทุจริต คือ ประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
๒) ประกอบสุจริต คือ ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ
๓) ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น ฯ
๓.๒ ควรตั้งอยู่ในวุฑฒิธรรม ฯ มี
๑) คบสัตบุรุษ
๒) ฟังคำสั่งสอนของท่านโดยเคารพ
๓) ตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีหรือชั่วโดยอุบายที่ชอบ
๔) ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมซึ่งได้ตรองเห็นแล้ว ฯ
๔.
๔.๑ ผู้ประกอบกิจการงานสำเร็จตามประสงค์เพราะประพฤติธรรมอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
๔.๒ คำว่าทุกข์ได้แก่อะไร ? มีสาเหตุมาจากอะไร ?
ตอบ
๔.๑ เพราะประพฤติอิทธิบาท ๔ มี
๑) ฉันทะ
พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น
๒) วิริยะ
เพียรประกอบสิ่งนั้น
๓) จิตตะ
เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น ไม่วางธุระ
๔) วิมังสา
หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้น ฯ
๔.๒ ได้แก่ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ฯ มีสาเหตุมาจากตัณหาความทะยานอยาก ฯ
๕.
๕.๑ “รู้รักสามัคคี” เกิดขึ้นเพราะปฏิบัติธรรมอะไร ?
๕.๒ อปริหานิยธรรม คืออะไร ? มีกี่ข้อ ? จงแสดงมา ๑ ข้อ
ตอบ
๕.๑ สาราณิยธรรม ฯ
๕.๒ คือธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม มี ๗ ข้อ ฯ (ตอบข้อใดข้อหนึ่ง) คือ
๑) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
๒) เมื่อประชุมก็พร้อมเพรียงกันประชุม เมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกันเลิกและพร้อมเพรียงกันช่วยทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำ
๓) ไม่บัญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้น ไม่ถอนสิ่งที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้แล้ว สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบทตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้
๔) ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ เป็นประธานในสงฆ์ เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้น เชื่อฟังถ้อยคำของท่าน
๕) ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น
๖) ยินดีในเสนาสนะป่า
๗) ตั้งใจอยู่ว่า เพื่อนภิกษุสามเณรซึ่งเป็นผู้มีศีล ซึ่งยังไม่มาสู่อาวาส ขอให้มา ที่มาแล้ว ขอให้อยู่เป็นสุข ฯ
๖.
๖.๑ มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้ประมาณ ในสัปปุริสธรรม มีอธิบายไว้อย่างไร ?
๖.๒ คำว่า เจรจาชอบ ในมรรคมีองค์ ๘ นั้น คือเจรจาอย่างไร ?
ตอบ
๖.๑ ความเป็นผู้รู้ประมาณในการแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีวิตแต่โดยทางที่ชอบและรู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอควร ฯ
๖.๒ คือเว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูดส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ และเว้นจากพูดจาเพ้อเจ้อ ฯ
๗.
๗.๑ นาถกรณธรรมคืออะไร ?
๗.๒ นาถกรณธรรมข้อว่า กัลยาณมิตตตา หมายความว่าอย่างไร ?
ตอบ
๗.๑ คือธรรมทำที่พึ่ง ฯ
๗.๒ ความเป็นผู้มีเพื่อนดีงาม ไม่คบคนชั่ว ฯ
๘.
๘.๑ มิตรแท้ ๔ จำพวก คือใครบ้าง ?
๘.๒ คำต่อไปนี้แปลว่าอย่างไร ?
ก) อติถิพลี
ข) ปุพพเปตพลี
ตอบ
๘.๑
๑) มิตรมีอุปการะ
๒) มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์
๓) มิตรแนะประโยชน์
๔) มิตรมีความรักใคร่ ฯ
๘.๒
ก) การต้อนรับแขก
ข) การทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ฯ
๙.
๙.๑ คำว่า อุบาสก อุบาสิกา แปลว่าอะไร ?
๙.๒ การค้าขายยาเสพติดมียาบ้าเป็นต้นจัดเข้าในมิจฉาวณิชชาข้อไหน ?
ตอบ
๙.๑
อุบาสก แปลว่า
ชายผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย
อุบาสิกา
แปลว่า หญิงผู้เข้าถึงพระรัตนตรัย ฯ
๙.๒ การค้าขายน้ำเมา ฯ
๑๐.
๑๐.๑ การถือมงคลตื่นข่าวคืออย่างไร ? พระพุทธศาสนาสอนให้ถืออย่างไร ?
๑๐.๒ สมณพราหมณ์ เมื่อได้รับการบำรุงแล้ว ย่อมอนุเคราะห์กุลบุตรอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑๐.๑ ถือว่านี้ฤกษ์ดี ยามดี เป็นมงคลดี นี้ฤกษ์ไม่ดี ยามไม่ดี ไม่เป็นสวัสดิมงคล ฯ
พระพุทธศาสนาสอนไม่ให้ถือเช่นนั้น สอนให้เชื่อว่า เรามีกรรมเป็นของของตน เราทำดีจักได้ดี ทำชั่วจักได้ชั่ว ฯ
๑๐.๒ อย่างนี้ คือ
๑) ห้ามไม่ให้กระทำความชั่ว
๒) ให้ตั้งอยู่ในความดี
๓) อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจอันงาม
๔) ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
๕) ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่ม
๖) บอกทางสวรรค์ให้ ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๖

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
,
๑.
๑.๑ โลกเดือดร้อนวุ่นวาย เพราะขาดธรรมอะไร ?
๑.๒ บุคคลมีกาย วาจา ใจ งดงาม เพราะปฏิบัติธรรมอะไร ?
ตอบ
๑.๑ เพราะขาดธรรมคุ้มครองโลก ๒ อย่าง คือ
๑) หิริ ความละอายแก่ใจ
๒) โอตตัปปะ ความเกรงกลัว ฯ
๑.๒ เพราะปฏิบัติธรรมอันทำให้งาม ๒ อย่าง คือ
๑) ขันติ ความอดทน
๒) โสรัจจะ ความเสงี่ยม ฯ
๒.
๒.๑ รัตนะ ๓ มีอะไรบ้าง ?
๒.๒ รัตนะ ๓ นั้น มีคุณอย่างไร ?
ตอบ
๒.๑ มี พระพุทธ ๑ พระธรรม ๑ พระสงฆ์ ๑ ฯ
๒.๒ มีคุณอย่างนี้ คือ
๑) พระพุทธเจ้ารู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองก่อนแล้ว สอนผู้อื่นให้รู้ตาม
๒) พระธรรมย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว
๓) พระสงฆ์ปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วสอนผู้อื่นให้กระทำตาม ฯ
๓.
๓.๑ ธรรมเป็นดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ เรียกว่าอะไร ?
๓.๒ ปุพฺเพกตปุญฺญตา หมายความว่าอย่างไร ?
ตอบ
๓.๑ เรียกว่า จักรธรรม ฯ
๓.๒ หมายความว่า ความเป็นผู้ได้ทำความดีไว้ในปางก่อน ฯ
๔.
๔.๑ ปธาน ๔ มีอะไรบ้าง ?
๔.๒ เพียรระวังตนให้ห่างไกลจากสิ่งเสพติด จัดเข้าในปธานข้อไหน ?
ตอบ
๔.๑
๑) สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน
๒) ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
๓) ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน
๔) อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม ฯ
๔.๒ จัดเข้าในสังวรปธาน ฯ
๕.
จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ ?
๕.๑ ปัจจยปัจจเวกขณะ
๕.๒ อภิณหปัจจเวกขณะ
ตอบ
๕.๑ ปัจจยปัจจเวกขณะ คือ พิจารณาเสียก่อนจึงบริโภคปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ไม่บริโภคด้วยตัณหา ฯ
๕.๒ อภิณหปัจจเวกขณะ คือ พิจารณาทุก ๆ วันว่า เรามีความแก่ เจ็บ และตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ เจ็บ ตายไปได้ เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น เรามีกรรมเป็นของ ๆ ตน เราทำดี จักได้ดี ทำชั่ว จักได้ชั่ว ฯ
๖.
๖.๑ ธาตุกัมมัฏฐาน มีอะไรบ้าง ?
๖.๒ กำหนดพิจารณาอย่างไร เรียกว่า ธาตุกัมมัฏฐาน ?
ตอบ
๖.๑ มี ๔ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ฯ
๖.๒ กำหนดพิจารณากายนี้ ให้เห็นว่าเป็นแต่เพียงธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประชุมกันอยู่ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เรียกว่า ธาตุกัมมัฏฐาน ฯ
๗.
๗.๑ พาหุสัจจะ หมายความว่าอย่างไร ?
๗.๒ พาหุสัจจะ เป็นอริยทรัพย์อย่างหนึ่งนั้น อธิบายอย่างไร ?
ตอบ
๗.๑ หมายความว่า ความเป็นผู้เคยได้ยินได้ฟังมามาก ฯ
๗.๒ พาหุสัจจะ ชื่อว่าอริยทรัพย์ เพราะเป็นเหตุให้ได้อิฏฐผล มีลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ไมตรีเป็นต้น และที่ดีพิเศษกว่าทรัพย์สินเงินทองทั่วไป คือ ยิ่งใช้ยิ่งมี ฯ
๘.
๘.๑ สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ ดำริอย่างไร ?
๘.๒ มรรคมีองค์ ๘ ข้อใดบ้างสงเคราะห์เข้าในสีลสิกขา ?
ตอบ
๘.๑
ดำริจะออกจากกาม ๑
ดำริในอันไม่พยาบาท ๑
ดำริในอันไม่เบียดเบียน ๑ ฯ
๘.๒ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีวิตชอบ สงเคราะห์เข้าในสีลสิกขา ฯ
๙.
๙.๑ บุคคลผู้สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจคนอื่นไว้ได้ เพราะตั้งอยู่ในธรรมอะไร ?
๙.๒ ธรรมในข้อ ๙.๑ นั้น มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๙.๑
ในสังคหวัตถุ ๔ ฯ
๙.๒
๑) ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒) ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓) อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔) สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ
๑๐.
๑๐.๑ อบายมุข คืออะไร ?
๑๐.๒ ดื่มน้ำเมามีโทษอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑๐.๑ คือ เหตุเครื่องฉิบหาย ฯ
๑๐.๒ มีโทษ ๖ อย่าง คือ
๑) เสียทรัพย์
๒) ก่อการทะเลาะวิวาท
๓) เกิดโรค
๔) ถูกติเตียน
๕) ไม่รู้จักอาย
๖) ทอนกำลังปัญญา ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๗

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๗
,
๑.
ขันติ กับ โสรัจจะ เป็นธรรมทำให้งามได้อย่างไร ?
ตอบ
ขันติ ความอดทน โสรัจจะ ความเสงี่ยม ผู้ที่สมบูรณ์ด้วยธรรมทั้ง ๒ นี้ ย่อมมีใจ หนักแน่นไม่แสดงความวิการออกมาให้ปรากฏ แม้จะประสบความดีใจ เสียใจ ก็อดกลั้นได้ รักษากาย วาจา ใจให้สุภาพ สงบเสงี่ยมเป็นปกติไว้ได้ จึงทำให้งาม ฯ
๒.
บุพพการี ได้แก่บุคคลเช่นไร ? พระพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่ในฐานะบุพพการีของพุทธบริษัทอย่างไร ?
ตอบ
ได้แก่ บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน ฯ
พระพุทธเจ้าทรงกระทำอุปการะแก่พุทธบริษัทก่อน ด้วยการแนะนำให้รู้ดี รู้ชอบตามพระองค์ เพื่อให้บรรลุประโยชน์ทั้ง ๓ คือ ประโยชน์ในโลกนี้ ประโยชน์ ในโลกหน้า และประโยชน์อย่างยิ่งคือพระนิพพาน จึงชื่อว่าเป็นบุพพการี ฯ
๓.
เพราะเหตุไร หลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาจึงสอนเรื่องการทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมอง ?
ตอบ
เพราะใจเป็นธรรมชาติสำคัญ ถ้าใจเศร้าหมอง ก็เป็นเหตุให้ทำชั่ว การทำชั่วมีผลเป็นความทุกข์ ถ้าใจผ่องแผ้ว ก็เป็นเหตุให้ทำดี การทำดีมีผลเป็นความสุข ฯ
๔.
บุญกิริยาวัตถุ คืออะไร ? ในบุญกิริยาวัตถุ ๓ นั้น ข้อไหนกำจัดความโลภ ความโกรธ และ ความหลง ?
ตอบ
คือ สิ่งเป็นที่ตั้งแห่งการบำเพ็ญบุญ ฯ
ทานมัยกำจัดความโลภ สีลมัยกำจัดความโกรธ ภาวนามัยกำจัดความหลง ฯ
๕.
ในพระพุทธศาสนา บุคคลผู้ฆ่ามารดาบิดา ได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำอนันตริยกรรม จะได้รับโทษอย่างไร ?
ตอบ
จะได้รับโทษคือ ต้องไปสู่ทุคติ ห้ามสวรรค์ ห้ามนิพพาน ฯ
๖.
ธรรมอันกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี เรียกว่าอะไร ? ความดีที่ถูกกั้นไว้ไม่ให้บรรลุ หมายถึง ความดีอย่างไหน ?
ตอบ
เรียกว่า นิวรณ์ ฯ หมายถึงความดีทุกๆ อย่าง แต่เมื่อกล่าวโดยตรง ได้แก่สมาธิ คือการทำจิตใจให้สงบ ฯ
๗.
สาราณิยธรรม แปลว่าอะไร ? ธรรมข้อนี้ย่อมอำนวยผลแก่ผู้ปฏิบัติตามอย่างไร ?
ตอบ
ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งความให้ระลึกถึง ฯ ทำผู้ปฏิบัติตามให้เป็นที่รัก เป็นที่เคารพของผู้อื่น เป็นไปเพื่อความสงเคราะห์กันและกัน เป็นไปเพื่อความไม่วิวาทกัน เป็นไปเพื่อความพร้อมเพรียงกัน เป็นไปเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ฯ
๘.
โลกธรรม คืออะไร ? เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรพิจารณาอย่างไร ?
ตอบ
คือ ธรรมที่ครอบงำสัตวโลกอยู่ และสัตวโลกย่อมเป็นไปตามธรรมนั้น ฯ ในโลกธรรม ๘ ประการนี้ อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ควรพิจารณาว่า สิ่งนี้เกิดขึ้นแล้วแก่เรา ก็แต่ว่ามันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรรู้ตามที่เป็นจริง อย่าให้มันครอบงำจิตได้ คืออย่ายินดีในส่วนที่ปรารถนา อย่ายินร้ายในส่วนที่ไม่ปรารถนา ฯ
๙.
สมบัติ ยศ อายุยืน สวรรค์ ท่านว่าเป็นผลที่ได้สมหมายยาก บุคคลพึงบำเพ็ญธรรมอะไร จึงจะได้สมหมาย ?
ตอบ
พึงบำเพ็ญธรรมเป็นเหตุให้ได้สมหมาย ๔ อย่าง คือ
๑. สัทธาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศรัทธา
๒. สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล
๓. จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการบริจาคทาน
๔. ปัญญาสัมปทา ถึงพร้อมด้วยปัญญา ฯ
๑๐.
คฤหัสถ์และบรรพชิต มีหน้าที่จะพึงปฏิบัติแก่กันและกันอย่างไรบ้าง ?
ตอบ
คฤหัสถ์ควรบำรุงบรรพชิตด้วยการทำ พูด คิดประกอบด้วยเมตตา ด้วยความเป็นผู้ไม่ปิดประตู คือมิได้ห้ามเข้าบ้านเรือน ด้วยให้อามิสทาน ส่วนบรรพชิตควรอนุเคราะห์ต่อคฤหัสถ์ด้วยห้ามไม่ให้ทำความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี อนุเคราะห์ด้วยน้ำใจงาม ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง ทำสิ่งที่เคยฟังมาแล้วให้แจ่ม บอกทางสวรรค์ให้ ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๘

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘
,
๑.
ธรรมมีอุปการะมาก ได้แก่อะไรบ้าง ? บุคคลผู้ขาดธรรมนี้จะเป็นเช่นไร ?
ตอบ
ได้แก่ สติ ความระลึกได้ และ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว ฯ จะเป็นคนหลงลืม จะทำจะพูดหรือจะคิดอะไรมักผิดพลาด ฯ
๒.
บุพพการีและกตัญญูกตเวที คือบุคคลเช่นไร ? จัดเป็นคู่ไว้อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
บุพพการี คือบุคคลผู้ทำอุปการะก่อน กตัญญูกตเวที คือบุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน ฯ จัดเป็นคู่ไว้ดังนี้ บิดามารดา กับ บุตรธิดา, ครูอาจารย์ กับ ศิษย์, พระมหากษัตริย์ กับ ประชาราษฎร์, พระพุทธเจ้า กับพุทธบริษัท, เป็นต้น ฯ
๓.
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ได้ชื่อว่ารัตนะ เพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะเป็นของมีคุณค่าและหาได้ยาก เหมือนเพชรนิลจินดามีค่ามาก นำประโยชน์และความสุขมาให้แก่ผู้เป็นเจ้าของ ฯ
๔.
ธรรม ๔ อย่าง ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ ข้อว่า “คบสัตบุรุษ คือคนดี” นั้นจะนำไปสู่ความเจริญได้อย่างไร ?
ตอบ
เมื่อคบสัตบุรุษแล้วย่อมเป็นเหตุให้คิดดีพูดดีทำดี อันก่อให้เกิดความสุขความเจริญทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน ทั้งยังให้ถึงความเจริญอย่างที่สุดคือ พระนิพพานได้ ฯ
๕.
ปัจจยปัจจเวกขณะ หมายความว่าอย่างไร ?
ตอบ
หมายความว่า พิจารณา (ถึงคุณและโทษของปัจจัย ๔) ก่อน จึงบริโภคปัจจัย ๔ คือ จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และเภสัช ไม่บริโภคด้วยตัณหา ฯ
๖.
ขันธ์ ๕ ได้แก่อะไรบ้าง ? ย่อเป็น ๒ ได้อย่างไร ?
ตอบ
ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และ วิญญาณขันธ์ ฯ
รูปขันธ์จัดเป็นรูป ที่เหลือจัดเป็นนาม ฯ
๗.
อปริหานิยธรรม คืออะไร ? ข้อที่ ๔ ความว่าอย่างไร ?
ตอบ
คือ ธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม เป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว ฯ
ข้อที่ ๔ ความว่า ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่เป็นประธานในสงฆ์ เคารพนับถือภิกษุเหล่านั้น เชื่อฟังถ้อยคำของท่าน ฯ
๘.
ในมรรคมีองค์ ๘ คำว่า “เพียรชอบ” คือเพียรอย่างไร ?
ตอบ
คือ
เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน
เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน
เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วไม่ให้เสื่อม ฯ
๙.
บุคคลจะได้รับประโยชน์ปัจจุบัน จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรมอะไร ?
ตอบ
ต้องปฏิบัติตามหลักทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ๔ ประการ คือ
๑. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจการงานในการศึกษาเล่าเรียน ในการทำธุระหน้าที่ของตน
๒. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา ทั้งทรัพย์และการงาน ไม่ให้เสื่อมไป
๓. กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว
๔. สมชีวิตา ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ ฯ
๑๐.
มนุษย์ทุกคนล้วนปรารถนาความสุข พระพุทธศาสนาแสดงความสุขของผู้ครองเรือนไว้อย่างไร ?
ตอบ
แสดงไว้ ๔ อย่าง คือ
๑. สุขเกิดแต่ความมีทรัพย์
๒. สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์บริโภค
๓. สุขเกิดแต่ความไม่ต้องเป็นหนี้
๔. สุขเกิดแต่ประกอบการงานที่ปราศจากโทษ ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๙

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
,
๑.
หิริกับโอตตัปปะ ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ต่างกันอย่างนี้ หิริ คือ ความละอายใจตนเองที่จะประพฤติชั่ว
ส่วนโอตตัปปะ คือ ความเกรงกลัวผลของความชั่วที่ตนจะได้รับ ฯ
๒.
คำว่า พระธรรม ในรัตนะ ๓ คืออะไร ? มีคุณอย่างไร ?
ตอบ
คือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ฯ
มีคุณ คือ รักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว ฯ
๓.
โอวาทของพระพุทธเจ้ามีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๓ อย่าง คือ
๑. เว้นจากทุจริต คือ ประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
๒. ประกอบสุจริต คือ ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ
๓. กระทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลงเป็นต้น ฯ
๔.
คนเราจะประพฤติดีหรือประพฤติชั่วมีมูลเหตุมาจากอะไร ?
ตอบ
คนประพฤติดีมีมูลเหตุมาจากอโลภะ อโทสะ อโมหะ
ส่วนคนประพฤติชั่วมีมูลเหตุมาจากโลภะ โทสะ โมหะ ฯ
๕.
ปธานคือความเพียร ๔ มีอะไรบ้าง ? งดเหล้าเข้าพรรษาอนุโลมเข้าในปธานข้อไหน ?
ตอบ
๑. สังวรปธาน เพียรระวังไม่ให้บาปเกิดขึ้นในสันดาน
๒. ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้ว
๓. ภาวนาปธาน เพียรให้กุศลเกิดขึ้นในสันดาน
๔. อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วมิให้เสื่อม ฯ
งดเหล้าเข้าพรรษาอนุโลมเข้าในปหานปธาน ฯ
๖.
อุทธัจจกุกกุจจะ คือความฟุ้งซ่านและรำคาญ จัดเข้าในขันธ์ไหนในขันธ์ ๕ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
จัดเข้าในสังขารขันธ์ ฯ
เพราะความฟุ้งซ่านและรำคาญ เป็นเจตสิกธรรมที่เกิดขึ้นกับใจ ฯ
๗.
อริยทรัพย์ คือทรัพย์เช่นไร ? เมื่อเทียบกับทรัพย์สินมีเงินทอง เป็นต้น ดีกว่ากันอย่างไร ?
ตอบ
คือ คุณงามความดีอย่างประเสริฐที่เกิดมีขึ้นในสันดาน มี ศรัทธา ศีลเป็นต้น ฯ
ดีกว่ากัน เพราะเป็นคุณธรรมเครื่องบำรุงจิตให้อบอุ่น ไม่ต้องกังวลเดือดร้อน ใครจะแย่งชิงไปไม่ได้ ใช้เท่าใดก็ไม่ต้องกลัวหมดสิ้น ทั้งสามารถติดตามไปได้ถึงชาติหน้า เป็นที่พึ่งในสัมปรายภพได้ด้วย ฯ
๘.
คิหิปฏิบัติ คืออะไร ? หมวดธรรมต่อไปนี้ คือ
๑. อิทธิบาท ๔
๒. สังคหวัตถุ ๔
๓. อธิษฐานธรรม ๔
๔. ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ๔
๕. ปาริสุทธิศีล ๔
หมวดไหนมีในคิหิปฏิบัติ ?
ตอบ
คือ หลักปฏิบัติของคฤหัสถ์ ฯ
ข้อ ๒. และข้อ ๔. มีในคิหิปฏิบัติ ฯ
๙.
ผู้อยู่ครองเรือนควรมีธรรมของฆราวาสเป็นหลักปฏิบัติจึงจะอยู่เป็นสุข ธรรมของฆราวาสนั้นมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๑. สัจจะ สัตย์ซื่อต่อกัน
๒. ทมะ รู้จักข่มจิตของตน
๓. ขันติ อดทน
๔. จาคะ สละให้ปันสิ่งของของตนแก่คนที่ควรให้ปัน ฯ
๑๐.
นาย ก เป็นผู้ฉลาดในการเล่นพนันฟุตบอล เขาหวังให้นาย ข ผู้เป็นเพื่อน มีเงินทองไว้ก่อร่างสร้างตัว จึงชักชวน นาย ข ให้เล่นด้วย นาย ก จัดเข้าในประเภทมิตรแนะประโยชน์ได้หรือไม่ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
ไม่ได้ ฯ
เพราะ นาย ก กำลังชักชวนในทางฉิบหาย ผิดลักษณะมิตรแนะประโยชน์ ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๐

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอาทิตย์ ที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐
,
๑.
ในทางโลก ดูคนงามกันที่รูปร่างหน้าตา ในทางพระพุทธศาสนา ดูคนงามกันที่ไหน ?
ตอบ
๑. ในทางพระพุทธศาสนา ดูคนงามกันที่มีคุณธรรมอันทำให้งาม ๒ ประการ คือ ขันติ ความอดทน และโสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม ฯ
๒.
มโนสุจริตคืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ การประพฤติชอบด้วยใจ ฯ
มี
๑. ไม่โลภอยากได้ของเขา
๒. ไม่พยาบาทปองร้ายเขา
๓. เห็นชอบตามคลองธรรม ฯ
๓.
อิทธิบาท คือ ธรรมเป็นคุณเครื่องให้สำเร็จความประสงค์ของบุคคล ส่วนธรรมอันเป็นเครื่องกั้นจิตไม่ให้บรรลุความดี คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ นิวรณ์ ๕ ฯ มี
๑. กามฉันท์ พอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจมีรูปเป็นต้น
๒. พยาบาท ปองร้ายผู้อื่น
๓. ถีนมิทธะ ความที่จิตหดหู่และเคลิบเคลิ้ม
๔. อุทธัจจกุกกุจจะ ฟุ้งซ่านและรำคาญ
๕. วิจิกิจฉา ลังเลไม่ตกลงได้ ฯ
๔.
ภิกษุสามเณรผู้บวชใหม่จะต้องมีอินทรียสังวร คือสำรวมอินทรีย์ สำรวมอินทรีย์นั้น คืออย่างไร ?
ตอบ
คือระวังตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ความยินดียินร้ายครอบงำได้ ในเวลาเห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะ รู้ธรรมารมณ์ ฯ
๕.
ควรพิจารณาทุก ๆ วันว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ทั้งสิ้น ข้อความนี้อยู่ในหมวดธรรมอะไร ? ท่านให้พิจารณาอย่างนี้เพื่ออะไร ?
ตอบ
อยู่ในธรรมหมวดอภิณหปัจจเวกขณ์ ๕ ฯ
เพื่อบรรเทาความยึดมั่นถือมั่นว่า สิ่งนั้น คนนั้น เป็นที่รักของเรา จักไม่ต้องเสียใจในเมื่อต้องพลัดพรากจากสิ่งนั้น คนนั้น จริง ๆ ฯ
๖.
มรรคมีองค์แปดจัดเข้าในสิกขา ๓ ได้หรือไม่ ? ถ้าได้จงจัดมาดู
ตอบ
ได้ ฯ จัดดังนี้
สัมมาทิฏฐิและสัมมาสังกัปปะ จัดเข้าในปัญญาสิกขา
สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ จัดเข้าในสีลสิกขา
สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ จัดเข้าในจิตตสิกขา ฯ
๗.
มละ คืออะไร ? เป็นศิษย์ได้ดีแล้วทำมึนตึงกับอาจารย์ จัดเข้าในมละอย่างไหน และควรชำระมละอย่างนั้นด้วยธรรมอะไร ?
ตอบ
มละคือมลทิน ฯ จัดเข้าใน มักขะ ลบหลู่คุณท่าน และควรชำระด้วยกตัญญูกตเวทิตา ความรู้คุณท่านแล้วตอบแทน ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
เมื่อแสวงหาโภคทรัพย์ได้โดยทางที่ชอบแล้ว ควรทำอะไรบ้างเพื่อให้เกิดประโยชน์ในโภคทรัพย์ที่ได้มานั้น ?
ตอบ
๑. เลี้ยงตัว มารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่ ให้เป็นสุข
๒. เลี้ยงเพื่อนฝูงให้เป็นสุข
๓. บำบัดอันตรายที่เกิดแต่เหตุต่าง ๆ
๔. ทำพลี ๕ อย่าง คือ
๔.๑ ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ
๔.๒ อติถิพลี ต้อนรับแขก
๔.๓ ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย
๔.๔ ราชพลี ถวายเป็นหลวง มีภาษีอากรเป็นต้น
๔.๕ เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้เทวดา
๕. บริจาคทานในสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติชอบ ฯ
๙.
การค้าขายสัตว์เพื่อฆ่าเป็นอาหาร เป็นการผิดศีลข้อปาณาติบาตหรือไม่ ? เพราะเหตุไร ? อุบาสกควรปฏิบัติอย่างไรในเรื่องนี้ ?
ตอบ
ไม่ผิด ฯ เพราะไม่ได้เป็นผู้ฆ่าหรือสั่งให้ฆ่า ฯ
อุบาสกควรเว้นการค้าขายชนิดนี้เสีย ฯ
๑๐.
ทิศ ๖ ในคิหิปฏิบัติ มีอะไรบ้าง ? แต่ละทิศหมายถึงใคร ?
ตอบ
๑. ทิศเบื้องหน้า หมายถึงมารดาบิดา
๒. ทิศเบื้องขวา หมายถึงอาจารย์
๓. ทิศเบื้องหลัง หมายถึงบุตรภรรยา
๔. ทิศเบื้องซ้าย หมายถึงมิตร
๕. ทิศเบื้องต่ำ หมายถึงบ่าว
๖. ทิศเบื้องบน หมายถึงสมณพราหมณ์ ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๑

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑
,
๑.
การที่บุคคลพบงูพิษแล้วสะดุ้งกลัวว่าจะถูกกัด จัดเป็นโอตตัปปะหรือไม่ ? เพราะเหตุใด ?
ตอบ
ไม่ได้ ฯ เพราะไม่ใช่ความเกรงกลัวต่อบาป ฯ
๒.
พระสงฆ์ในรัตนตรัยมีคุณอย่างไร ?
ตอบ
ท่านปฏิบัติชอบตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว สอนให้ผู้อื่นกระทำตามด้วย ฯ
๓.
โอวาทของพระพุทธเจ้า ๓ อย่างมีอะไรบ้าง ?
ตอบ
๑. เว้นจากทุจริต คือประพฤติชั่วทางกาย วาจา ใจ
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติชอบทางกาย วาจา ใจ
๓. ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลง เป็นต้น ฯ
๔.
อินทรียสังวร คือสำรวมอินทรีย์ อินทรีย์ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ฯ
๕.
ธรรมหมวดหนึ่ง เป็นเหตุให้ผู้ประพฤติขาดความเที่ยงธรรมชื่อว่า อะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
ชื่อว่า อคติ ความลำเอียง ฯ
๑. ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรักใคร่กัน
๒. โทสาคติ ลำเอียงเพราะไม่ชอบกัน
๓. โมหาคติ ลำเอียงเพราะเขลา
๔. ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว ฯ
๖.
ธาตุ ๔ มีธาตุอะไรบ้าง ? ธาตุมีลักษณะแข้นแข็ง คือธาตุอะไร ?
ตอบ
ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม ฯ คือ ธาตุดิน ฯ
๗.
ขันธ์ ๕ ได้แก่อะไรบ้าง ? โดยย่อเรียกว่าอะไร ?
ตอบ
ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ฯ เรียกว่า นามรูป ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
ข้อว่า “แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้” ดังนี้ เป็นลักษณะของมิตรแท้ ประเภทใด ?
ตอบ
มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ ฯ
๙.
คุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจของผู้อื่นไว้ได้ คืออะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
คือ สังคหวัตถุ ๔ ฯ
๑. ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔. สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ
๑๐.
การค้าขายสุรา เป็นอาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในทางพระพุทธศาสนา มีความเห็นไว้อย่างไร ?
ตอบ
ทางพระพุทธศาสนา จัดเป็นมิจฉาวณิชชา การค้าขายไม่ชอบธรรม เป็นข้อห้าม อุบาสกไม่ควรประกอบ ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๒

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๒
,
๑.
บุพพการีและกตัญญูกตเวที ได้แก่บุคคลเช่นไร ? จงยกตัวอย่างมาสัก ๒ คู่
ตอบ
บุพพการี ได้แก่บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน กตัญญูกตเวที ได้แก่บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้ว และตอบแทน
คู่ที่ ๑ มารดาบิดากับบุตรธิดา
คู่ที่ ๒ ครูอาจารย์กับศิษย์
คู่ที่ ๓ พระราชากับราษฎร
คู่ที่ ๔ พระพุทธเจ้ากับพุทธบริษัท ฯ (ตอบเพียง ๒ คู่)
๒.
อาการที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนมีกี่อย่าง ? ข้อที่ว่า “ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์” นั้นคืออย่างไร ?
ตอบ
มี ๓ อย่าง ฯ คือ ผู้ปฏิบัติตามย่อมได้ประโยชน์โดยสมควรแก่ความปฏิบัติ ฯ
๓.
มูลเหตุที่ทำให้บุคคลทำความชั่ว เรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ? เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
เรียกว่า อกุศลมูล ฯ คือ ๑. โลภะ อยากได้ ๒. โทสะ คิดประทุษร้ายเขาและ๓. โมหะ หลงไม่รู้จริง ฯ เมื่อเกิดขึ้นแล้วควรละเสีย ด้วยทาน ศีล ภาวนา ฯ
๔.
ปัญญาอันเห็นชอบอย่างไร จึงชื่อว่ามรรคในอริยสัจ ๔ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
ปัญญาอันเห็นชอบว่าสิ่งนี้ทุกข์ สิ่งนี้เหตุให้ทุกข์เกิด สิ่งนี้ความดับทุกข์ สิ่งนี้ทางให้ถึงความดับทุกข์ ได้ชื่อว่ามรรค ฯ เพราะเป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ ฯ
๕.
ธรรมเป็นกำลัง ๕ อย่าง คืออะไรบ้าง ? ธรรม ๕ อย่างนั้น เรียกว่าอินทรีย์ เพราะเหตุไร ?
ตอบ
๑. สัทธา ความเชื่อ
๒. วิริยะ ความเพียร
๓. สติ ความระลึกได้
๔. สมาธิ ความตั้งใจมั่น
๕. ปัญญา ความรอบรู้ ฯ
เรียกว่าอินทรีย์เพราะเป็นใหญ่ในกิจของตน ฯ
๖.
คารวะ คืออะไร ? มีกี่อย่าง ? ข้อว่า คารวะในความศึกษา หมายถึงอะไร ?
ตอบ
คือ ความเคารพ เอื้อเฟื้อ ฯ มี ๖ อย่าง ฯหมายถึง ความเคารพ เอื้อเฟื้อในไตรสิกขา ฯ
๗.
มละ คืออะไร ? เป็นศิษย์ได้ดีแล้วทำมึนตึงกับอาจารย์ จัดเข้าในมละอย่างไหน และควรชำระมละอย่างนั้นด้วยธรรมอะไร ?
ตอบ
มละคือมลทิน ฯ จัดเข้าใน มักขะ ลบหลู่คุณท่าน และควรชำระด้วยกตัญญูกตเวทิตา ความรู้คุณท่านแล้วตอบแทน ฯ
๘.
อบายมุข คืออะไร ? คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษอย่างไร ?
ตอบ
คือ ทางแห่งความเสื่อม ฯ คบคนชั่วเป็นมิตรมีโทษอย่างนี้ คือ
๑. นำให้เป็นนักเลงการพนัน
๒. นำให้เป็นนักเลงเจ้าชู้
๓. นำให้เป็นนักเลงเหล้า
๔. นำให้เป็นคนลวงเขาด้วยของปลอม
๕. นำให้เป็นคนลวงเขาซึ่งหน้า
๖. นำให้เป็นคนหัวไม้ ฯ
๙.
ธรรมที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบันเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ ฯ มีดังนี้
๑. อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่น ในการประกอบกิจเครื่องเลี้ยงชีวิตก็ดี ในการศึกษาเล่าเรียนก็ดี ในการทำธุระหน้าที่ของตนก็ดี
๒. อารักขสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการรักษา คือรักษาทรัพย์ที่แสวงหามาได้ด้วยความหมั่น ไม่ให้เป็นอันตรายก็ดี รักษาการงานของตน ไม่ให้เสื่อมเสียไปก็ดี
๓. กัลยาณมิตตตา ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว
๔. สมชีวิตา ความเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หาได้ไม่ให้ ฝืดเคืองนัก ไม่ให้ฟูมฟายนัก ฯ
๑๐.
มิจฉาวณิชชา คืออะไร ? การค้าขายเด็ก การค้าขายยาเสพติด การค้าขายเบ็ดตกปลา จัดเป็นมิจฉาวณิชชาข้อใด ?
ตอบ
มิจฉาวณิชชา คือการค้าขายไม่ชอบธรรม ฯ
การค้าขายเด็ก จัดเข้าในค้าขายมนุษย์
การค้าขายยาเสพติด จัดเข้าในค้าขายน้ำเมา
การค้าขายเบ็ดตกปลา จัดเข้าในค้าขายเครื่องประหาร ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๑๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓
,
๑.
ธรรมมีอุปการะมากมีอะไรบ้าง ? ที่ว่ามีอุปการะมากนั้นเพราะเหตุไร ?
ตอบ
มี สติ ความระลึกได้ และสัมปชัญญะ ความรู้ตัว ฯ
เพราะทำให้เป็นผู้ไม่ประมาทในการทำกิจการงานใด ๆ และเป็นอุปการะให้ธรรมเหล่าอื่นเกิดขึ้น ฯ
๒.
ในรัตนะ ๓ พระธรรม ได้แก่อะไร ? ให้คุณแก่ผู้ปฏิบัติตามอย่างไร ?
ตอบ
ได้แก่พระธรรมวินัยที่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ฯ
ย่อมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว ฯ
๓.
พระโอวาทของพระพุทธเจ้า หรือที่เรียกกันว่าหัวใจพระศาสนา มีกี่ข้อ ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
มี ๓ ข้อ ฯ คือ
๑. เว้นจากทุกจริต คือประพฤติชั่วด้วยกาย วาจา ใจ
๒. ประกอบสุจริต คือประพฤติดีด้วยกาย วาจา ใจ
๓. ทำใจของตนให้หมดจดจากเครื่องเศร้าหมองใจ มีโลภ โกรธ หลงเป็นต้น
๔.
ทุจริต คืออะไร ? ความเห็นว่าคุณบิดามารดาครูบาอาจารย์ไม่มี บุญบาปไม่มี จัดเป็นทุจริตข้อไหน ?
ตอบ
คือ ประพฤติชั่วด้วยกายวาจาใจ ฯ
จัดเป็นมโนทุจริต ฯ
๕.
ไตรลักษณะ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
๑. อนิจจตา ความเป็นของไม่เที่ยง
๒. ทุกขตา ความเป็นทุกข์
๓. อนัตตตา ความเป็นของใช่ตนฯ
๖.
พรหมวิหาร ๔ มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ฯ
เพราะเป็นธรรมเครื่องอยู่ของท่านผู้ใหญ่ ฯ
๗.
นักเรียนผู้ต้องการจะเรียนหนังสือให้ได้ผลดี จะนำอิทธิบาทมาใช้อย่างไร ?
ตอบ
ในเบื้องต้น ต้องสร้างฉันทะคือความพอใจในการศึกษาเล่าเรียนก่อน เมื่อมีความพอใจ จะเป็นเหตุให้ขยันศึกษาหาความรู้ที่เรียกว่าวิริยะและเกิดความใฝ่ใจใคร่รู้สิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ที่เรียกว่าจิตตะ และเมื่อเรียนรู้แล้วก็ต้องนำความรู้นั้นมาใคร่ครวญพิจารณาให้เข้าใจเหตุและผลอย่างถูกต้อง ที่เรียกว่า วิมังสา ดังนี้ก็จะประสบผลสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียนได้ ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
ศีลที่คฤหัสถ์ควรรักษาเป็นนิตย์ มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
มี
๑. เว้นจากการฆ่าสัตว์
๒. เว้นจากการลักทรัพย์
๓. เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นจากการพูดปด
๕. เว้นจากการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ฯ
๙.
จงจับคู่ข้อทางซ้ายมือกับข้อทางขวามือให้ถูกต้อง ?
ก. จะทำดีทำชั่ว ก็ต้องคล้อยตาม
๑. มิตรดีแต่พูด
ข. ป้องกันเพื่อนผู้ประมาทแล้ว
๒. มิตรหัวประจบ
ค. สงเคราะห์ด้วยสิ่งหาประโยชน์มิได้
๓. มิตรมีความรักใคร่
ง. ห้ามไม่ให้ทำความชั่ว
๔. มิตรมีอุปการะ
จ. ทุกข์ ๆ ด้วย สุข ๆ ด้วย
๕. มิตรแนะประโยชน์
ตอบ
ข้อ ก. คู่กับ ข้อ ๒.
ข้อ ข. คู่กับ ข้อ ๔.
ข้อ ค. คู่กับ ข้อ ๑.
ข้อ ง. คู่กับ ข้อ ๕.
ข้อ จ. คู่กับ ข้อ ๓
๑๐.
จงบอกโทษของการดื่มสุรามาสัก ๓ ข้อ ?
ตอบ
มีโทษดังนี้ (ให้ตอบเพียง ๓ ข้อ)
๑. เสียทรัพย์
๒. ก่อการทะเลาะวิวาท
๓. เกิดโรค
๔. ต้องติเตียน
๕. ไม่รู้จักอาย
๖. ทอนกำลังปัญญา ฯ

วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นตรี ๒๕๕๔

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
,
๑.
บุพพการีและกตัญญูกตเวทีได้แก่บุคคลเช่นไร ?
ตอบ
บุพพการีได้แก่บุคคลผู้ทำอุปการะก่อน
กตัญญูกตเวทีได้แก่บุคคลผู้รู้อุปการะที่ท่านทำแล้วและตอบแทน ฯ
๒.
พระพุทธเจ้าคือใคร ? ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์อย่างไร ?
ตอบ
คือท่านผู้สอนให้ประชุมชนประพฤติชอบด้วย กาย วาจา ใจตามพระธรรมวินัย ฯ
ทรงสั่งสอนเป็นอัศจรรย์ คือผู้ปฏิบัติตามย่อมได้ประโยชน์โดยสมควรแก่ความปฏิบัติ ฯ
๓.
เห็นผิดจากคลองธรรม คือเห็นอย่างไร ? จัดเข้าในทุจริตข้อไหน ?
ตอบ
คือเห็นผิดจากความเป็นจริง เช่น เห็นว่าบุญบาปไม่มี บิดามารดาไม่มีพระคุณ เป็นต้น ฯ
จัดเข้าในมโนทุจริต ฯ
๔.
รากเหง้าของอกุศลเรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ? เพราะเหตุใดจึงควรละเสีย ?
ตอบ
เรียกว่า อกุศลมูล ฯ
มี โลภะ โทสะ โมหะ ฯ
เพราะเมื่ออกุศลมูลเหล่านี้มีอยู่ อกุศลอื่นที่ยังไม่เกิดก็เกิดขึ้น ที่เกิดแล้วก็เจริญมากขึ้น ฯ
๕.
ทุกข์ในอริยสัจ ๔ คืออะไร ? เหตุให้เกิดทุกข์คืออะไร ?
ตอบ
คือ ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ฯ
คือ ตัณหาความทะยานอยาก ฯ
๖.
อภิณหปัจจเวกขณ์ข้อว่า ควรพิจารณาทุก ๆ วันว่า เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น ดังนี้ ผู้พิจารณาได้รับประโยชน์อย่างไร ? จงอธิบาย
ตอบ
ได้รับประโยชน์ คือ สามารถบรรเทาความพอใจรักใคร่ในของรักของชอบใจและป้องกันความทุกข์โทมนัส ในเวลาเมื่อตนต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจ ฯ
๗.
อายตนะภายใน ๖ ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ฯ
คิหิปฏิบัติ
๘.
คนชักชวนในทางฉิบหาย มีลักษณะอย่างไร ?
ตอบ
มีลักษณะดังนี้
๑. ชักชวนดื่มน้ำเมา
๒. ชักชวนเที่ยวกลางคืน
๓. ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น
๔. ชักชวนเล่นการพนัน ฯ
๙.
ธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวใจของผู้อื่นไว้ได้เรียกว่าอะไร ? มีอะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า สังคหวัตถุ ฯ มี
๑. ทาน ให้ปันสิ่งของของตนแก่ผู้อื่นที่ควรให้ปัน
๒. ปิยวาจา เจรจาวาจาที่อ่อนหวาน
๓. อัตถจริยา ประพฤติสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น
๔. สมานัตตตา ความเป็นคนมีตนเสมอไม่ถือตัว ฯ
๑๐.
อุบาสกอุบาสิกา ได้แก่บุคคลเช่นไร ? การค้าขายที่ห้ามอุบาสกอุบาสิกาประกอบ คืออะไรบ้าง ?
ตอบ
ได้แก่ คฤหัสถ์ผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะ ฯ
การค้าขายที่ห้ามอุบาสกอุบาสิกาประกอบ คือ
๑. ค้าขายเครื่องประหาร
๒. ค้าขายมนุษย์
๓. ค้าขายสัตว์เป็นสำหรับฆ่าเพื่อเป็นอาหาร
๔. ค้าขายน้ำเมา
๕. ค้าขายยาพิษ ฯ