ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
,
๑.
พระเสขะผู้ยังต้องศึกษา คือศึกษาอะไร ? ผู้กำลังสอบธรรมอยู่นี้เรียกว่าพระเสขะได้หรือไม่ ?
ตอบ
คือศึกษาในอธิสีล อธิจิต และอธิปัญญา อีกอย่างหมายถึง ต้องศึกษาและต้องปฏิบัติเพื่อมรรคผลเบื้องสูงขึ้นไป ฯ
ยังเรียกว่าพระเสขะไม่ได้ ถ้าไม่ใช่พระอริยบุคคล ๗ จำพวกเบื้องต้น ฯ
๒.
มหาภูตรูปและอุปาทายรูปคืออะไร ?
ตอบ
มหาภูตรูป คือรูปใหญ่ ได้แก่ธาตุ ๔ มี ปฐวี อาโป เตโช วาโย
อุปาทายรูป คือรูปอาศัยมหาภูตรูปนั้น ฯ
๓.
ไตรวัฏฏะ คือ กิเลสวัฏฏะ กัมมวัฏฏะ วิปากวัฏฏะ มีสภาพเกี่ยวเนื่องวนกันไปอย่างไร ? ตัดให้ขาดได้ด้วยอะไร ?
ตอบ
คือกิเลสเกิดขึ้นแล้วให้ทำกรรม ครั้นทำแล้ว ย่อมได้รับวิบาก เมื่อได้รับวิบาก กิเลสก็เกิดขึ้นอีก วนกันไปอย่างนี้ ฯ
ได้ด้วยอรหัตตมรรคญาณ ฯ
๔.
เมตตา กับ ปรานี มีความหมายต่างกันหรือเหมือนกันอย่างไร ? และอย่างไหน กำจัดวิตกอะไร ?
ตอบ
เมตตา หมายถึงความรักใคร่หรือความหวังดี
ปรานี หมายถึงความปรารถนาให้ ผู้อื่นพ้นจากความ ทุกข์ เข้าลักษณะแห่งกรุณา ฯ
เมตตากำจัดพยาบาทวิตก ปรานีกำจัดวิหิงสาวิตก ฯ
๕.
ทักขิณาคืออะไร ? จะบริสุทธิ์หรือไม่ในฝ่ายทายกและปฏิคาหกนั้น มีอะไรเป็นเครื่องหมาย ?
ตอบ
คือของทำบุญ ฯ
ทักขิณา จะบริสุทธิ์ มีศีลมีกัลยาณธรรมเป็นเครื่องหมาย
ไม่บริสุทธิ์ มีทุศีลมีบาปธรรม เป็นเครื่องหมาย ฯ
๖.
สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม ธมฺมํ นมสฺสามิ ข้าพเจ้านมัสการพระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสดีแล้ว ที่ว่า ตรัสดีแล้ว นั้นมีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
คือ ดีทั้งปริยัติและปฏิเวธ
ในส่วนปริยัติ ได้ชื่อว่าดีเพราะตรัสไม่วิปริต แสดงข้อปฏิบัติโดยลำดับ ไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
ในส่วนปฏิเวธนั้น ได้ชื่อว่าดี เพราะปฏิปทากับพระนิพพานย่อมสมควรแก่กันและกัน ฯ
๗.
บทว่า อรหํ ใช้เป็นคุณบทของพระสาวกได้ด้วยหรือไม่ ? ถ้าได้ จะมีคำอะไรมาประกอบร่วมด้วย เป็นเครื่องหมายให้รู้ว่าเป็นคุณบท ของพระศาสดาหรือของพระสาวก ?
ตอบ
ได้ ฯ
พระศาสดา ใช้ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ แปลว่า พระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบเอง
สงฆ์สาวก ใช้ อรหํ ขีณาสโว แปลว่า พระอรหันต์ผู้มีอาสวะสิ้นแล้ว ฯ
๘.
คำว่า พระสงฆ์ ในบทสังฆคุณนั้น ท่านประสงค์บุคคลเช่นไร ? จงจำแนกมาดู
ตอบ
ท่านประสงค์พระอริยบุคคล ๔ คู่ ๘ บุคคล คือ
พระโสดาปัตติมรรค พระโสดาปัตติผล คู่ ๑
พระสกทาคามิมรรค พระสกทาคามิผล คู่ ๑
พระอนาคามิมรรค พระอนาคามิผล คู่ ๑
พระอรหัตมรรค พระอรหัตผล คู่ ๑ ฯ
๙.
พระบาลีว่า “อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา” เพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร คำว่า สังขาร หมายถึงอะไร ? ได้แก่อะไรบ้าง ?
ตอบ
หมายถึงสภาพผู้ปรุงแต่ง ฯ ได้แก่
๑. ปุญญาภิสังขาร อภิสังขารคือบุญ
๒. อปุญญาภิสังขาร อภิสังขารคือบาป
๓. อเนญชาภิสังขาร อภิสังขารคืออเนญชา ฯ
๑๐.
ครุกรรม คืออะไร ? อนันตริยกรรมกับสมาบัติ ๘ เป็นครุกรรมฝ่ายกุศล หรืออกุศล ?
ตอบ
คือกรรมหนัก ฯ
อนันตริยกรรม เป็นครุกรรมฝ่ายอกุศล
สมาบัติ ๘ เป็นครุกรรมฝ่ายกุศล ฯ