วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๕๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
,
๑.
อาทิพรหมจริยกาสิกขากับอภิสมาจาริกาสิกขา ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
อาทิพรหมจริยกาสิกขา ได้แก่ข้อศึกษาเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ อันได้แก่สิกขาบทอันมาในพระปาติโมกข์ที่ภิกษุต้องปฏิบัติ ส่วนอภิสมาจาริกาสิกขา ได้แก่ข้อศึกษาเนื่องด้วยอภิสมาจาร คือมารยาทอันดี ที่มานอกพระปาติโมกข์ เป็นขนบธรรมเนียมของหมู่คณะที่ควรพฤติ ฯ
๒.
วินัยกรรมกับสังฆกรรมต่างกันอย่างไร ? วินัยกรรมนั้นจำกัดบุคคลและสถานที่อย่างไร ?
ตอบ
วินัยกรรม กรรมที่ภิกษุรูปหนึ่งหรือมากรูปพึงทำตามพระวินัย เช่น พินทุจีวรเป็นต้น ส่วนสังฆกรรม กรรมที่ภิกษุครบองค์สงฆ์ ๔ รูปขึ้นไปจะพึงทำ เช่น อปโลกนกรรมเป็นต้น ฯ
จำกัดบุคคลและสถานที่ไว้ดังนี้
๑. แสดงอาบัติ ตั้งแสดงแก่ผู้เป็นภิกษุด้วยกัน
๒. อธิฐาน ต้องทำเอง
๓. วิกัป ต้องวิกัปแก่สหธรรมิกทั้ง ๕ ผู้ใดผู้หนึ่ง
๔. ห้ามไม่ให้ทำในที่มืด แต่ทำในสีมาหรือนอกสีมาใช้ได้ทั้งนั้น ฯ
๓.
ตามนัยแห่งอรรถกถา อาจารย์มีกี่ประเภท ? อะไรบ้าง ? คำขอนิสสัยอาจารย์ว่าอย่างไร ?
ตอบ
มี ๔ ประเภท ฯ คือ
๑. ปัพพัชชาจารย์ อาจารย์ในบรรพชา
๒. อุปสัมปทาจารย์ อาจารย์ในอุปสมบท
๓. นิสสยาจารย์ อาจารย์ผู้ให้นิสสัย
๔. อุทเทสาจารย์ อาจารย์ผู้บอกธรรม ฯ
คำขอนิสสัยว่า อาจริโย เม ภนฺเต โหหิ อายสฺมโต นิสฺสาย วจฺฉามิ ฯ
๔.
กิริยาที่แสดงความอ่อนน้อมต่อกันเป็นความงามของหมู่ แต่ต้องทำให้ถูกกาลเทศะ ข้อนี้ควรงดเว้นในกรณีใดบ้าง ? จงบอกมาสัก ๕ ข้อ
ตอบ
ได้แก่ในเวลาดังต่อไปนี้ (ตอบเพียง ๕ ข้อ)
๑. ในเวลาประพฤติวุฏฐานวิธี คืออยู่กรรม เพื่อออกจากอาบัติสังฆาทิเสส
๒. ในเวลาถูกสงฆ์ทำอุกเขปนียกรรม ที่ถูกห้ามสมโภคและสังวาส
๓. ในเวลาเปลือยกาย
๔. ในเวลาเข้าบ้านหรือเดินอยู่ตามทาง
๕. ในเวลาอยู่ในที่มืดที่และไม่เห็นกัน
๖. ในเวลาที่ท่านไม่รู้ คือ หลับ หรือขลุกอยู่ด้วยธุระอย่างหนึ่ง แม้ไหว้ ท่านก็ไม่รู้
๗. ในเวลาขบฉันอาหาร
๘. ในเวลาถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ ฯ
๕.
ในวัดหนึ่ง มีภิกษุจำพรรษา ๔, ๓, ๒, ๑ รูป เมื่อถึงวันอุโบสถพึงปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
๔ รูป พึงประชุมกันสวดปาติโมกข์
๓ รูป พึงประชุมกันทำปาริสุทธิอุโบสถ ดังนี้ รูปหนึ่งสวดประกาศญัตติจบแล้วแต่ละรูปพึงบอกความบริสุทธิ์ของตน
๒ รูป ไม่ต้องตั้งญัตติ พึงบอกความบริสุทธิ์แก่กันและกัน
๑ รูป พึงอธิษฐาน ฯ
๖.
อุปปถกิริยา คืออะไร ? ความประพฤติเช่นไรจัดเข้าใน อนาจาร ปาปสมาจาร อเนสนา ?
ตอบ
คือการทำนอกรีตของสมณะ ฯ
อนาจาร คือความประพฤติไม่ดีไม่งาม และเล่นมีประการต่าง ๆ
ปาปสมาจาร คือความประพฤติเลวทราม
อเนสนา คือการเลี้ยงชีพไม่สมควร ฯ
๗.
ภิกษุผู้ได้ชื่อว่า โคจรสัมปันโน ผู้ถึงพร้อมด้วยโคจร เพราะปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
เพราะเว้นอโคจร ๖ คือบุคคลและสถานอันไม่ควร เมื่อจะไปก็เลือกบุคคล สถานที่ กาลอันควร กลับในเวลา ฯ
๘.
ยาวกาลิกกับยาวชีวิก ได้แก่กาลิกเช่นไร ? กาลิกระคนกันมีกฎเกณฑ์กำหนดอายุไว้อย่างไร ? จงยกตัวอย่าง
ตอบ
ยาวกาลิก ได้แก่ของที่ให้บริโภคได้ชั่วคราว ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงวัน ยาวชีวิก ได้แก่ของที่ให้บริโภคได้เสมอไป ไม่มีจำกัดกาล
กำหนดอายุตามกาลิกที่มีอายุน้อยที่สุด เช่น ยาผง เป็นยาวชีวิก คลุกกับน้ำผึ้งที่เป็นสัตตาหกาลิก ต้องถืออายุ ๗ วัน เป็นเกณฑ์ ฯ
๙.
คำว่า อันโตวุฏฐะ อันโตปักกะ สามปักกะ หมายถึงอะไร ?
ตอบ
อันโตวุฏฐะ หมายถึงยาวกาลิกที่ภิกษุเก็บไว้ในที่อยู่ของตน
อันโตปักกะ หมายถึงยาวกาลิกที่ภิกษุหุงต้มภายใน (ที่อยู่ของตน)
สามปักกะ หมายถึงยาวกาลิกที่ภิกษุทำให้สุกเอง ฯ
๑๐.
ภิกษุจะฉันสิ่งใด ๆ ต้องรับประเคนก่อน มีกรณียกเว้นเป็นพิเศษอะไรบ้างที่ไม่ต้องรับประเคนก่อนก็ฉันได้ ?
ตอบ
เว้นเป็นพิเศษเฉพาะภิกษุถูกงูกัด ให้ฉันยามหาวิกัฏ ๔ คือ มูตร คูถ เถ้า และดินได้ ฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *