ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
สอบในสนามหลวง
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
,
๑.
เจโตวิมุตติ กับ ปัญญาวิมุตติ ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
เจโตวิมุตติ คือผู้ได้บรรลุฌานก่อนแล้วบำเพ็ญวิปัสสนาต่อ ส่วนปัญญาวิมุตติ คือผู้บรรลุด้วยการบำเพ็ญวิปัสสนาล้วน อีกนัยหนึ่ง เรียกเจโตวิมุตติเพราะพ้นจากราคะ เรียกปัญญาวิมุตติเพราะพ้นจากอวิชชา ฯ
๒.
พระอริยบุคคล ๘ จำพวก จำพวกไหนชื่อว่าพระเสขะ และพระอเสขะ ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
อริยบุคคล ๗ เบื้องต้นชื่อว่าพระเสขะ เพราะยังต้องปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผลเบื้องสูง ฯ
อริยบุคคลผู้บรรลุอรหัตตผล ชื่อว่าพระอเสขะ เพราะเสร็จกิจอันจะต้องทำแล้ว ฯ
๓.
ราคะ โลภะ อิสสา กลิ่น รส อย่างไหนเป็นกิเลสกาม อย่างไหนเป็นวัตถุกาม ?
ตอบ
ราคะ โลภะ อิสสา เป็นกิเลสกาม ส่วนกลิ่น รส เป็นวัตถุกาม ฯ
๔.
คำว่า “โสดาบัน” แปลว่าอะไร ? ผู้บรรลุโสดาบันนั้น ละสังโยชน์อะไรได้เด็ดขาด ?
ตอบ
โสดาบัน แปลว่า ผู้แรกถึงกระแสพระนิพพาน ฯ
ท่านละสังโยชน์ได้เด็ดขาด ๓ อย่าง คือ
๑. สกักายทฏิฐิ
๒. วิจกิจิฉา
๓. สีลัพพตปรามาส ฯ
๕.
ความตริในฝ่ายชั่ว เรียกว่าอะไร ? มีกี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
เรียกว่า อกุศลวิตก ฯ
มี ๓ อย่าง ฯ
๑. กามวิตก ความตริในทางกาม
๒. พยาบาทวิตก ความตริในทางพยาบาท
๓. วิหิงสาวิตก ความตริในทางเบียดเบียน ฯ
๖.
มัจจุมารได้แก่อะไร ? ได้ชื่อว่าเป็นมารเพราะเหตุไร ?
ตอบ
ได้แก่ความตาย ฯ
ชื่อว่ามาร เพราะเมื่อบุคคลตาย ย่อมหมดโอกาสที่จะทำประโยชน์ใด ๆ อีกต่อไป ฯ
๗.
จริต คืออะไร ? คนมีปกติเชื่อง่ายเป็นจริตอะไร ?
ตอบ
คือพื้นเพอัธยาศัยของบุคคลที่แสดงออกมาตามปกติเป็นประจำ ฯ
เป็นสัทธาจริต ฯ
๘.
กิเลสที่ได้ชื่อว่าอนุสัยและได้ชื่อว่าสังโยชน์ มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
ชื่อว่าอนุสัย เพราะเป็นกิเลสละเอียด นอนเนื่องอยู่ในสันดาน ไม่ปรากฏ ต่อเมื่อมีอารมณ์มายั่วจึงปรากฏขึ้น
ชื่อว่าสังโยชน์ เพราะเป็นกิเลสที่ผูกใจสัตว์ไว้กับภพไม่ให้หลุดพ้นไปได้ ฯ
๙.
บทว่า อรหํ เป็นพระอรหันต์ มีความหมายอย่างไรบ้าง ? เลือกตอบมา ๒ อย่าง
ตอบ
มีความหมายได้ ๔ อย่าง ฯ คือ
๑. พราะเป็นผู้ไกลจากกิเลสและบาปธรรม
๒. เพราะเป็นผู้หักกำสังสารจักร คืออวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม ได้
๓. เพราะเป็นผู้ควรแนะนำสั่งสอนผู้อื่น หรือเป็นผู้ควรแก่การเคารพนับถือ
๔. เพราะเป็นผู้ไม่มีความลับ คือมิได้ทำความเสียหายอันใดทีจะพึงซ่อนเร้น ฯ
๑๐.
จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ?
๑. อโหสิกรรม
๒. กตัตตากรรม
ตอบ
อโหสิกรรม คือกรรมให้ผลสำเร็จแล้วเลิกให้ผล เปรียบเหมือนพืชสิ้นยาง เพาะไม่ขึ้น
กตัตตากรรม คือกรรมสักว่าทำ ได้แก่กรรมอันทำด้วยไม่จงใจ ฯ