ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘
สอบในสนามหลวง
วันเสาร์ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๘
,
๑.
สมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน มุ่งผลแห่งการปฏิบัติอย่างไร ?
ตอบ
สมถกรรมฐานมุ่งผล คือความสงบใจ
ส่วนวิปัสสนากรรมฐานมุ่งผล คือความเรืองปัญญา ฯ
๒.
ปาพจน์ ๒ คือธรรมและวินัยนั้นทราบแล้ว อยากทราบว่าความปฏิบัติอย่างไร จัดเป็นธรรม ความปฏิบัติอย่างไรจัดเป็นวินัย ?
ตอบ
ความปฏิบัติเป็นทางนำความประพฤติและอัธยาศัยให้ประณีตขึ้น จัดเป็นธรรม
ความปฏิบัติเนื่องด้วยระเบียบอันทรงตั้งไว้ด้วยพุทธอาณา เป็นสิกขาบทหรืออภิสมาจาร เป็นทางนำความประพฤติให้สม่ำเสมอกัน จัดเป็นวินัย ฯ
๓.
โลกัตถจริยา ที่พระพุทธองค์ทรงประพฤติเป็นประโยชน์แก่โลกนั้น มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
ทรงแผ่พระญาณตรวจดูสัตว์โลกด้วยแล้วเสด็จไปโปรดผู้นั้น สรุปคือ ทรงสงเคราะห์คนทั้งหลายโดยฐานเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฯ
๔.
วิเวก ๓ คืออะไรบ้าง ? จงอธิบายแต่ละอย่างพอเข้าใจ
ตอบ
คือกายวิเวก สงัดกาย ได้แก่อยู่ในที่สงัด
จิตตวิเวก สงัดจิต ได้แก่ทำจิตให้สงบด้วยสมถภาวนา
อุปธิวิเวก สงัดกิเลส ได้แก่ทำใจให้บริสุทธิ์จากกิเลสด้วยวิปัสสนาภาวนา ฯ
๕.
ในสังขาร ๓ อะไรชื่อว่ากายสังขารและวจีสังขาร ? เพราะเหตุไรจึงได้ชื่ออย่างนั้น ?
ตอบ
ลมอัสสาสะปัสสาสะ ชื่อ กายสังขาร เพราะปรนปรือกายให้เป็นอยู่
วิตก วิจาร ชื่อ วจีสังขาร เพราะตริตรองแล้วจึงพูด ไม่เช่นนั้นวาจานั้นจักไม่เป็นภาษา ฯ
๖.
อปัสเสนธรรมข้อว่า “พิจารณาแล้วบรรเทาของอย่างหนึ่ง” ของอย่างหนึ่งนั้น คืออะไร ?
ตอบ
คืออกุศลวิตกอันสัมปยุตด้วยกาม พยาบาท วิหิงสา ฯ
๗.
อุปาทาน คืออะไร ? การถือเราถือเขาด้วยอำนาจมานะ จนเป็นเหตุถือพวกจัดเป็นอุปาทานอะไรในอุปาทาน ๔ ?
ตอบ
คือการถือมั่นข้างเลว ได้แก่ถือรั้น ฯ
จัดเป็นอัตตวาทุปาทาน ฯ
๘.
ธรรมมัจฉริยะ ความตระหนี่ธรรม มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
ความหวงธรรม หวงศิลปวิทยา ไม่ปรารถนาจะบอกแก่คนอื่น เกรงเขาจะรู้เทียมตน ฯ
๙.
ชิวหาวิญญาณ และกายวิญญาณ เกิดขึ้นได้เพราะอาศัยอะไรบ้าง ?
ตอบ
ชิวหาวิญญาณเกิด เพราะอาศัยลิ้นกับรส
กายวิญญาณเกิด เพราะอาศัยกายกับโผฏฐัพพะ ฯ
๑๐.
อุปฆาตกกรรม คือกรรมตัดรอน ทำหน้าที่อะไร ?
ตอบ
ทำหน้าที่ตัดรอนผลแห่งชนกกรรมและอุปัตถัมภกกรรมให้ขาดแล้วให้ผลแทนที่ชนกกรรมและอุปัตถัมภกกรรมนั้น ฯ