วิชาธรรมวิภาค นักธรรมชั้นโท ๒๕๕๕

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
,
๑.
กัมมัฏฐานที่อุปัชฌาย์สอนแก่ผู้ขอบรรพชาว่า เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ ตโจ ทนฺตา นขา โลมา เกสา นั้นเรียกว่าอะไร ? เป็นสมถกัมมัฏฐานหรือวิปัสสนากัมมัฏฐาน ?
ตอบ
ชื่อ ตจปัญจกกัมมัฏฐาน หรือมูลกัมมัฏฐาน ฯ
เป็นได้ทั้งสมถกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน ฯ
๒.
แสวงหาอะไรเป็นการแสวงหาอย่างประเสริฐ แสวงหาอะไรเป็นการแสวงหาไม่ประเสริฐ ?
ตอบ
อริยปริเยสนา แสวงหาอันไม่มีชรา พยาธิ มรณะ มีพระนิพพานเป็นอย่างยิ่ง เป็นการแสวงหาอันประเสริฐ
อนริยปริเยสนา แสวงหาอันมีชรา พยาธิ มรณะ เป็นการแสวงหาอันไม่ประเสริฐ
๓.
ผู้มีอัตตาธิปเตยยะ กับ ผู้มีธัมมาธิปเตยยะ มีความมุ่งหมายในการทำงาน ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ผู้มีอัตตาธิปเตยยะปรารภตนเป็นใหญ่หรือมุ่งความสะดวกแห่งตน ส่วนผู้มีธัมมาธิปเตยยะ ทำด้วยไม่มุ่งหมายอย่างอื่น เป็นแต่เห็นสมควร เห็นว่าถูกก็ทำ หรือด้วยอำนาจเมตตากรุณา ฯ
๔.
ญาณ ๓ ที่เป็นไปในทุกขสัจ มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
๑. ปรีชาหยั่งรู้ว่า นี้ทุกขสัจ จัดเป็นสัจจญาณ
๒. ปรีชาหยั่งรู้ว่า นี้ทุกขสัจเป็นสภาพที่ควรกำหนดรู้ จัดเป็นกิจจญาณ
๓. ปรีชาหยั่งรู้ว่า นี้ทุกขสัจที่ควรกำหนดรู้ ได้กำหนดรู้แล้ว จัดเป็นกตญาณ ฯ
๕.
อปัสเสนธรรม (ธรรมเป็นที่พิง) ข้อ ๒ ว่าพิจารณาแล้วอดกลั้น อธิบายอย่างไร ?
ตอบ
อดกลั้นอารมณ์อันไม่เป็นที่เจริญใจ ต่างโดยหนาว ร้อน หิว กระหาย ถ้อยคำเสียดแทง และทุกขเวทนาอันแรงกล้า ฯ
๖.
อริยวงศ์ คืออะไร ? มีกี่อย่าง ? ข้อที่ ๔ ว่าอย่างไร ?
ตอบ
คือปฏิปทาของพระอริยบุคคลผู้เป็นสมณะ ฯ มี ๔ อย่าง ฯ
ข้อที่ ๔ ว่า ยินดีในการเจริญกุศลและในการละอกุศล ฯ
๗.
ปัญจขันธ์ ได้ชื่อว่าเป็นมาร เพราะเหตุไร ?
ตอบ
เพราะปัญจขันธ์นั้น บางทีทำความลำบากให้จนถึงฆ่าตัวตายเสียเองก็มี ฯ
๘.
สมาธิระดับไหน จึงจัดเป็นจิตตวิสุทธิ ความหมดจดแห่งจิต ?
ตอบ
ทั้งอุปจาระสมาธิทั้งอัปปนาสมาธิ โดยที่สุดขณิกสมาธิคือสมาธิชั่วขณะ พอเป็นรากฐานแห่งวิปัสสนา จัดเป็นจิตตวิสุทธิ ฯ
๙.
สังฆคุณ ๙ มีอะไรบ้าง ? จะย่นให้เหลือเพียง ๒ ได้อย่างไร ?
ตอบ
มี
๑. สุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว
๒. อุชุปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติตรงแล้ว
๓. ญายปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติเป็นธรรม
๔. สามีจิปฏิปนฺโน เป็นผู้ปฏิบัติสมควร
๕. อาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรของคำนับ
๖. ปาหุเนยฺโย เป็นผู้ควรของต้อนรับ
๗. ทกฺขิเณยฺโย เป็นผู้ควรของทำบุญ
๘. อญฺชลิกรณีโย เป็นผู้ควรทำอัญชลี [ประณมมือไหว้]
๙. อนุตฺตร ปุญฺญกฺเขตฺต โลกสฺส เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ฯ
ข้อ ๑ ถึงข้อ ๔ เป็นอัตตหิตคุณ คือคุณเกื้อกูลแก่ตนเอง
ข้อ ๕ ถึงข้อ ๑๐ เป็นปรหิตคุณ คือคุณเกื้อกูลแก่ผู้อื่น ฯ
๑๐.
กรรมที่บุคคลทำไว้ ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
๑. แต่ง (วิบาก) ให้เกิด เรียกว่า ชนกกรรม
๒. สนับสนุน (วิบากของกรรมอื่น) เรียกว่า อุปัตถัมภกกรรม
๓. บีบคั้น (วิบากของกรรมอื่น) เรียกว่า อุปปีฬกกรรม
๔. ตัดรอน (วิบากของกรรมอื่น) เรียกว่า อุปฆาตกกรรม ฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *