ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
,
๑.
บารมี ๑๐ ของพระมหาบุรุษมีอะไรบ้าง ? ท่านเปรียบเทียบบารมีข้อไหน กับอาวุธยุทโธปกรณ์ชนิดใด ในการต่อสู้กับหมู่มาร ?
ตอบ
บารมี ๑๐ คือ ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี
๑. ศีลบารมี เปรียบเทียบกับแผ่นดิน
๒. ปัญญาบารมี เปรียบเทียบกับพระขรรค์
๓. วิริยบารมี เปรียบเทียบกับพระบาท
๔. บารมีที่เหลือจากนี้ เปรียบเทียบกับโล่ป้องกัน
๒.
นวหรคุณ คือพระพุทธคุณ ๙ บท บทไหนปรากฏแก่พระพุทธองค์เต็มที่ ที่ไหน ? เมื่อไร ?
ตอบ
พระพุทธคุณบทว่า อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู พุทฺโธ ภควา ปรากฏแก่พระพุทธองค์เต็มที่ ณ ควงไม้พระมหาโพธิ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ ตั้งแต่ครั้งแรกตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ฯ
พระพุทธคุณบทว่า อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ ปรากฏแก่พระพุทธองค์เต็มที่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ในพระนครพาราณสี ตั้งแต่ครั้งแสดงอนุตรธรรมจักรให้เป็นไปแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ ฯ
๓.
พระพุทธเจ้า หลังจากได้ตรัสรู้แล้ว ทรงเปล่งอุทานในยามสุดท้ายว่าอย่างไร ?
ตอบ
ทรงเปล่งอุทานว่า เมื่อใดธรรมทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้มีเพียรเพ่งอยู่ เมื่อนั้นพราหมณ์นั้น ย่อมกำจัดมารและเสนามารเสียได้ ดุจพระอาทิตย์อุทัยกำจัดมืดให้สว่างฉะนั้น ฯ
๔.
อนิมิสเจดีย์และรัตนจงกรมเจดีย์ เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงกระทำกิจอะไร ?
ตอบ
อนิมิสเจดีย์ เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประทับยืนจ้องดูต้นพระมหาโพธิโดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน
รัตนจงกรมเจดีย์ เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงนิรมิตที่จงกรมขึ้นแล้วเสด็จจงกรม ณ ที่นั้นถ้วน ๗ วัน ฯ
๕.
ภัพพบุคคลและอภัพพบุคคล ที่ท่านเปรียบกับดอกบัว ๔ เหล่า คือบุคคลประเภทใดบ้าง ?
ตอบ
ภัพพบุคคลคือบุคคลผู้สามารถจะตรัสรู้ธรรมได้ ได้แก่
ก. อุคฆติตัญญูที่เปรียบด้วยดอกบัวพ้นน้ำ
ข. วิปจิตัญญูที่เปรียบด้วยดอกบัวเสมอน้ำ
ค. เนยยะที่เปรียบด้วยดอกบัวที่ยังอยู่ในน้ำ
ง. ส่วนอภัพพบุคคลคือบุคคลผู้ไม่สามารถจะตรัสรู้ธรรมได้ ได้แก่ ปทปรมะที่เปรียบด้วยดอกบัวที่เป็นภักษาหารแห่งปลาและเต่า ฯ
๖.
พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระอัครสาวกทั้ง ๒ ว่าเป็นผู้มีปัญญาอนุเคราะห์สพรหมจารีทั้งหลาย มีอุปมาต่างกันอย่างไร ฯ
ตอบ
มีอุปมาต่างกันอย่างนี้ พระสารีบุตรเถระเปรียบเหมือนมารดาผู้ให้บุตรเกิด ย่อมแนะนำให้กุลบุตรตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล พระมหาโมคคัลลานเถระเปรียบเหมือนนางนมผู้เลี้ยงทารกผู้เกิดแล้วนั้น ย่อมแนะนำให้กุลบุตรตั้งอยู่ในคุณเบื้องสูงกว่านั้น ฯ
๗.
อนุรุทธศากยะออกบวชเพราะมูลเหตุอะไร ? ผู้ที่ออกบวชพร้อมกับท่าน มีใครบ้าง ?
ตอบ
อนุรุทธศากยะออกบวชเพราะมูลเหตุจากการที่อนุรุทธศากยะเป็นพระญาติของพระพุทธเจ้าซึ่งควรออกบวชตามพระพุทธเจ้าอย่างที่เจ้าศากยะองค์อื่นผู้มีชื่อเสียงได้กระทำกัน และครั้นเมื่อได้ฟังคำพูดของมหานามศากยะผู้พี่ว่า การงานของผู้อยู่ครองเรือนไม่มีสิ้นสุด ที่สุดของการงานไม่มีปรากฏ จึงตัดสินใจให้พี่อยู่ครองเรือนส่วนตนออกบวช ฯ ผู้ที่ออกบวชพร้อมกับท่าน มี พระเจ้าภัททิยะ อานันทะ ภัคคุ กิมพิละ เทวทัต และ อุบาลี ฯ
๘.
พระสาวกผู้กล่าวว่า โลกคือหมู่สัตว์อันชราเป็นผู้นำ นำเข้าไปใกล้ ไม่ยั่งยืน ดังนี้ คือใคร ? กล่าวแก่ใคร ? ได้รับเอตทัคคะในทางใด ?
ตอบ
คือ พระรัฐบาล ฯ กล่าวแก่พระเจ้าโกรัพยะ ฯ ได้รับเอตทัคคะในทางเป็นยอดของภิกษุผู้บวชด้วยศรัทธา ฯ
๙.
นิมิตโอภาสที่พระศาสดาทรงแสดงแก่พระอานนท์ก่อนทรงปลงอายุสังขาร มีใจความว่าอย่างไร ? ทรงแสดงเพื่ออะไร ?
ตอบ
มีใจความว่า อิทธิบาททั้ง ๔ ประการ ท่านผู้ใดผู้หนึ่ง ได้เจริญให้มากแล้ว สามารถจะดำรงอยู่ได้กัปหนึ่งหรือเกินกว่านั้น อิทธิบาททั้ง ๔ นั้น พระตถาคตได้เจริญแล้ว ถ้าทรงปรารถนา ก็จะดำรงอยู่ได้กัปหนึ่ง หรือเกินกว่านั้น ฯ ทรงแสดงเพื่อให้พระอานนท์กราบทูลอาราธนาให้ทรงดำรงอยู่ชั่วอายุกัปหนึ่งหรือเกินกว่านั้น ฯ
๑๐.
อายุสังขาราธิษฐานกับการปลงอายุสังขาร หมายถึงอะไร ? พระพุทธเจ้าทรงกระทำที่ไหน ?
ตอบ
อายุสังขาราธิษฐาน หมายถึงการที่พระพุทธเจ้าทรงตั้งพระหฤทัยว่า จักดำรงพระชนม์อยู่แสดงธรรมสั่งสอนมหาชน จนกว่าพุทธบริษัทจะตั้งมั่น และได้ประกาศพระศาสนาให้แพร่หลายมั่นคงสำเร็จประโยชน์แก่มหาชน ฯ ทรงกระทำที่อชปาลนิโครธ ใกล้สถานที่ตรัสรู้ ฯ
การปลงอายุสังขาร หมายถึง การที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดวันปรินิพพาน นับแต่วันเพ็ญเดือน ๓ ไปอีก ๓ เดือน ฯ ทรงกระทำที่ปาวาลเจดีย์ เมืองไพศาลี ฯ