ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐
สอบในสนามหลวง
วันจันทร์ ที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๐
,
๑.
ลักษณะเช่นใดบ้าง เป็นเครื่องกำหนดให้รู้ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ? จงอธิบาย
ตอบ
ลักษณะเป็นเครื่องกำหนดให้รู้ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง มีดังนี้
ก. กำหนดรู้ในทางง่าย ด้วยความเกิดขึ้นในเบื้องต้น และความสิ้นในเบื้องปลาย
ข. กำหนดรู้ในทางละเอียดกว่านั้น ด้วยความแปรในระหว่างเกิดและดับ
ค. กำหนดรู้ในทางสุขุม ด้วยความแปรแห่งสังขารในชั่วขณะหนึ่ง ๆ ไม่คงที่อยู่นาน เช่น ความรู้สึกสุขทุกข์ เป็นต้น
๒.
ทุกขลักขณะ และ ทุกขานุปัสสนา เป็นอย่างเดียวกันหรือต่างกัน ? จงอธิบาย
ตอบ
ต่างกันคือ
ก. ทุกขลักขณะ ได้แก่ ลักษณะที่เป็นทุกข์แห่งสังขาร เพราะถูกบีบคั้นจากปัจจัยต่าง ๆ
ข. ทุกขานุปัสสนา ได้แก่ ปัญญาพิจารณาเห็นสังขารว่าเป็นทุกข์
๓.
ตัณหา เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดที่ไหน และเมื่อดับย่อมดับที่ไหน ? ตัณหานั้นย่อมสิ้นไปเพราะธรรมอะไร ?
ตอบ
ตัณหา เมื่อเกิดขึ้นย่อมเกิดในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลก เมื่อดับย่อมดับในสิ่งเป็นที่รักที่ยินดีในโลก ฯ ตัณหานั้นย่อมสิ้นไปเพราะวิราคะ คือพระนิพพาน ฯ
๔.
พระบาลีว่า “ปญฺาย ปริสุชฺฌติ บุคคลย่อมหมดจดด้วยปัญญา” มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
มีอธิบายว่า ผู้พิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา เกิดความเบื่อหน่ายแล้ววางเฉยในสังขารนั้น ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ได้บรรลุอริยมรรคอริยผล ความหมดจดย่อมเกิดด้วยปัญญาอย่างนี้ ฯ
๕.
ในวิมุตติ ๕ วิมุตติใดจัดเป็น อริยมรรค อริยผล นิพพาน ?
ตอบ
๑. สมุจเฉทวิมุตติ จัดเป็น อริยมรรค
๒. ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ จัดเป็น อริยผล
๓. นิสสรณวิมุตติ จัดเป็น นิพพาน
๖.
จงจัดมรรค ๘ เข้าในวิสุทธิ ๗ มาดู
ตอบ
ก. สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ จัดเข้าในสีลวิสุทธิ
ข. สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ จัดเข้าในจิตตวิสุทธิ
ค. สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ จัดเข้าในทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ญาณทัสสนวิสุทธิ
๗.
สันติแปลว่าอะไร ? เป็นโลกิยะ หรือโลกุตตระ ?
ตอบ
สันติ แปลว่า ความสงบ ฯ เป็นได้ทั้งโลกิยะ และโลกุตตระ ฯ
๘.
ในส่วนสังสารวัฏฏ์ สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็นอย่างไร ? มีอุทเทสบาลีแสดงไว้อย่างไร ?
ตอบ
สัตว์โลกตายแล้วมีคติเป็น ๒ คือ สุคติ และทุคติ ฯ มีอุทเทสบาลีแสดงว่า จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้ ฯ
๙.
เจริญมรณัสสติอย่างไรจึงจะแยบคาย ?
ตอบ
เจริญพร้อมด้วยองค์ ๓ คือ สติ ระลึกถึงความตาย ๑ ญาณ รู้ว่าความตายจักมีแก่ตน ๑ เกิดสังเวชสลดใจ ๑ เจริญอย่างนี้ จึงจะแยบคาย ฯ
๑๐.
สมถะ กับ วิปัสสนา ให้ผลต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ให้ผลต่างกันดังนี้
๑. สมถะ ให้ผลคือทำให้ใจสงบระงับจากนิวรณ์ทั้ง ๕
๒. วิปัสสนา ให้ผลคือทำให้ได้ปัญญาเห็นสภาวธรรม ตามความเป็นจริง