วิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี ๒๕๔๗

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันพุธ ที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
,
๑.
อุปสัมปทา (การอุปสมบท) มี ๓ วิธี ในปัจจุบันใช้วิธีไหน ? กำหนดสงฆ์อย่างต่ำไว้เท่าไร ?
ตอบ
ใช้ญัตติจตุตถกัมมอุปสัมปทา ฯ
กำหนดสงฆ์อย่างต่ำ ในมัธยมประเทศ ๑๐ รูป ในปัจจันตชนบท ๕ รูป ฯ
๒.
พระวินัย คืออะไร ? พระภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้ว ย่อมได้รับอานิสงส์อย่างไร ?
ตอบ
คือ พระพุทธบัญญัติและอภิสมาจาร ฯ
พระภิกษุรักษาพระวินัยดีแล้วย่อมได้รับอานิสงส์คือ ความไม่ต้องเดือดร้อนใจ ได้รับความแช่มชื่นว่า ได้ประพฤติดีงาม เข้าหมู่สงฆ์ก็อาจหาญ ฯ
๓.
นิสสัยและอกรณียกิจคืออะไร ? ทั้ง ๒ อย่างรวมเรียกว่าอะไร ?
ตอบ
นิสสัยคือ ปัจจัยเครื่องอาศัยของบรรพชิต อกรณียกิจคือ กิจที่บรรพชิตไม่ควรทำ ฯ
ทั้ง ๒ อย่าง รวมเรียกว่า อนุศาสน์ ฯ
๔.
สิกขา กับ สิกขาบท ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
ต่างกันอย่างนี้ สิกขา ได้แก่ข้อที่ควรศึกษา คือ ศีล สมาธิ และปัญญา
สิกขาบท ได้แก่พระบัญญัติมาตราหนึ่ง ๆ ฯ
๕.
อาการที่ภิกษุจะต้องอาบัติข้อที่ว่า ต้องด้วยสงสัยแล้วขืนทำลง มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
ภิกษุสงสัยอยู่ว่า ทำอย่างนั้นผิดหรือไม่ แต่ขืนทำด้วยความสะเพร่า ถ้าการทำนั้นผิดพระบัญญัติต้องอาบัติตามวัตถุ ถ้าไม่ผิดต้องอาบัติทุกกฏเพราะสงสัยแล้วขืนทำ ฯ
๖.
คำว่า มาตุคาม ในสังฆาทิเสส สิกขาบทที่ ๒, ๓, ๔ และ ๕ ต่างกันอย่างไร ?
ตอบ
มาตุคามในสังฆาทิเสสที่ ๒ หมายรวมทั้งหญิงรู้เดียงสาและไม่รู้เดียงสาโดยที่สุดแม้เกิดในวันนั้น ส่วนในสังฆาทิเสสที่ ๓, ๔ และ ๕ หมายเฉพาะหญิงผู้รู้เดียงสาแล้วเท่านั้น ฯ
๗.
ในอนิยต ที่ลับตา และที่ลับหู ได้แก่ที่เช่นไร ? ภิกษุอยู่กับมาตุคามสองต่อสองในที่เช่นนั้น เป็นทางปรับอาบัติอะไรได้บ้าง ?
ตอบ
ที่ลับตา ได้แก่ ที่มีวัตถุกำบัง แลเห็นไม่ได้ ที่ลับหู ได้แก่ ที่แจ้ง แลเห็นได้ แต่ห่างไม่ได้ยินเสียงพูด ฯ
ในที่ลับตา เป็นทางปรับอาบัติปาราชิก สังฆาทิเสส และ ปาจิตตีย์
ในที่ลับหู เป็นทางปรับอาบัติสังฆาทิเสส และ ปาจิตตีย์ ฯ
๘.
จีวรที่เป็นนิสสัคคีย์แล้ว ควรสละให้แก่ใคร ? ถ้าจีวรนั้นสูญหาย พึงปฏิบัติเช่นไร ?
ตอบ
สละให้สงฆ์ก็ได้ คณะก็ได้ บุคคลก็ได้ ฯ
ถ้าจีวรนั้นสูญหาย พึงแสดงอาบัติเท่านั้น ฯ
๙.
ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภสงฆ์ไปเพื่อตนก็ดี เพื่อบุคคลก็ดี เพื่อสงฆ์อื่นก็ดี ต้องอาบัติอะไร ?
ตอบ
น้อมลาภที่เขาถวายสงฆ์มาเพื่อตน ต้องนิสสัคคิยปาจิตตีย์ เพื่อบุคคล ต้องปาจิตตีย์ เพื่อสงฆ์อื่น ต้องทุกกฏ ฯ
๑๐.
ข้อว่า ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ นั้น มีอธิบายอย่างไร ?
ตอบ
ภิกษุฉันบิณฑบาต แม้เป็นของเลว ก็ไม่แสดงอาการ คือฉันโดยปกติและเมื่อฉัน ก็ไม่ฉันพลางทำกิจอื่นพลาง ฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *