ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นเอก
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖
,
๑.
พุทธานุพุทธประวัติ ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาทางใดบ้าง ? จงอธิบายพอได้ใจความ
ตอบ
พุทธานุพุทธประวัติ ให้ความรู้แก่ผู้ศึกษาดังนี้
ก. ทางประวัติศาสตร์ เช่นความเป็นไปของบ้านเมืองในครั้งพุทธกาลและลัทธิธรรมเนียมของประชาชนในสมัยนั้น
ข. ทางจรรยาของพระพุทธเจ้า และจรรยาของเหล่าพระอริยสาวก
ค. ทางธรรมวินัยที่ปรากฏในตำนานและความเป็นมาแห่งศาสนธรรมพร้อมทั้งตัวอย่างการบำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง
๒.
การที่พระพุทธองค์ทรงยืนยันพระองค์เองว่า เป็นพระสัมมาสัมพุทธะ เพราะทรงอาศัยอะไร ?
ตอบ
เพราะทรงอาศัยเหตุที่ตรัสรู้อริยสัจ ๔ อันมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่าง แจ่มแจ้งครบถ้วนทุกประการ จึงทรงปฏิญาณพระองค์ว่า เป็นสัมมาสัมพุทธะ ฯ
๓.
ภัพพบุคคล คือบุคคลเช่นใด ? ประเภทที่ ๑ ท่านเปรียบด้วยอะไร ?
ตอบ
ภัพพบุคคล คือบุคคลผู้สามารถจะตรัสรู้ธรรมได้ ฯ ประเภทที่ ๑ คือ อุคฆติตัญญู เปรียบด้วยดอกบัวพ้นนํ้า เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์ก็จักบานในวันนั้น ฯ
๔.
พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่ไหนเป็นแห่งแรก ? ทรงเห็นประโยชน์อะไรจึงทรงประดิษฐาน ณ ที่นั้น ?
ตอบ
พระพุทธองค์ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาที่กรุงราชคฤห์เป็นแห่งแรก ฯ เพราะทรงเห็นว่า เมืองนี้เป็นเมืองที่บริบูรณ์มั่งคั่ง และมีศาสดาเจ้าลัทธิมาก ถ้าได้โปรดคนเหล่านี้ให้เกิดความเลื่อมใสได้แล้ว การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ก็สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะศาสดาเจ้าลัทธิต่าง ๆ นั้น ล้วนมีศิษยานุศิษย์มาก ผู้คนนับถือมาก ด้วยเหตุนี้ จึงทรงเลือกเมืองนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนาเป็นแห่งแรก ฯ
๕.
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชกมีความว่าอย่างไร ? และมีผลอย่างไร ?
ตอบ
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชกมีความว่า ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุของธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาทรงสอนอย่างนี้ ฯ มีผล คือ อุปติสสปริพาชกได้ดวงตาเห็นธรรมว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ฯ
๖.
พระมหากัสสปเถระประพฤติธุดงควัตรเพราะเห็นอำนาจประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ
เพราะเห็นอำนาจประโยชน์ ๒ อย่าง คือ
๑. การอยู่เป็นสุขในบัดนี้ของตน
๒. เพื่ออนุเคราะห์ประชุมชนในภายหลัง จะได้เป็นทิฏฐานุคติ แห่งคนผู้มาเกิดในภายหลัง เมื่อทราบว่า สาวกของพระพุทธเจ้าได้ประพฤติอย่างนี้ เขาจะได้ประพฤติตาม ซึ่งเป็นทางอำนวยสุขแก่เขาเอง
๗.
พระพุทธเจ้าตรัสสอนพระราธะว่า “สิ่งใดเป็นมาร ท่านจงละความกำหนัดพอใจในสิ่งนั้นเสีย” มารในที่นี้ หมายถึงอะไร ?
ตอบ
มาร หมายถึง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ฯ
๘.
พระสาวกต่อไปนี้ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางใด ?
ก. พระมหากัสสปเถระ
ข. พระมหากัจจายนเถระ
ค. พระโมฆราชเถระ
ง. พระโสณกุฏิกัณณเถระ
จ. พระราหุลเถระ
ตอบ
ก. พระมหากัสสปเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางถือธุดงค์
ข. พระมหากัจจายนเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางอธิบายความย่อให้พิสดาร
ค. พระโมฆราชเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางทรงจีวรเศร้าหมอง
ง. พระโสณกุฏิกัณณเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางมีวาจาไพเราะ
จ. พระราหุลเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศในทางเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา
๙.
การปลงอายุสังขาร หมายถึงอะไร ? พระพุทธเจ้าทรงกระทำที่ไหน ?
ตอบ
การปลงอายุสังขาร หมายถึง การที่พระพุทธเจ้าทรงกำหนดวันปรินิพพาน นับแต่วันเพ็ญเดือน ๓ ไปอีก ๓ เดือน ฯ ทรงกระทำที่ปาวาลเจดีย์ เมืองไพศาลี ฯ
๑๐.
การทำสังคายนาครั้งแรก ใครทำหน้าที่ปุจฉาและวิสัชนา ? และทำที่ไหน ?
ตอบ
การทำสังคายนาครั้งแรก พระมหากัสสปะ ทำหน้าที่ปุจฉา พระอุบาลี ทำหน้าที่วิสัชนาพระวินัย พระอานนท์ ทำหน้าที่วิสัชนาพระสูตรและพระอภิธรรม ฯ ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา ฯ