อนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท ๒๕๖๔

ปัญหาและเฉลยวิชาอนุพุทธประวัติ นักธรรมชั้นโท
สอบในสนามหลวง
วันอังคาร ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
,
๑.
อนุพุทธบุคคลคือใคร ? มีความสำคัญอย่างไร ?
ตอบ
อนุพุทธบุคคล คือ สาวกผู้รู้ตามพระพุทธเจ้า ฯ
มีความสำคัญคือ อนุพุทธบุคคล เป็นสังฆรัตนะใน ๓ รัตนะ เป็นพยานยืนยันความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และเป็นกำลังใหญ่ของพระพุทธเจ้าในอันช่วยประกาศพระธรรม ประดิษฐานพระพุทธศาสนาขึ้นเพื่อประโยชน์สุขแก่ชนเป็นอันมาก ฯ
๒.
เอหิภิกขุอุปสัมปทาที่ประทานแก่พระโกณฑัญญะและพระยสะต่างกันอย่างไร ? เพราะเหตุไร ?
ตอบ
ต่างกันคือ ที่ประทานแก่พระโกณฑัญญะ มีคำว่า เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบ ส่วนที่ประทานแก่พระยสะ ไม่มีคำว่า เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบ ฯ
เพราะพระโกณฑัญญะยังไม่ถึงที่สุดทุกข์ ส่วนพระยสะได้ถึงที่สุดทุกข์แล้ว ฯ
๓.
“ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ” เป็นคำอุทานของใคร ? เพราะเหตุใดจึงอุทานอย่างนั้น ?
ตอบ
เป็นคำอุทานของยสกุลบุตร ฯ
ที่อุทานอย่างนั้น เพราะเห็นหมู่ชนบริวานนอนหลับมีอาการพิกลต่าง ๆ ดุจซากศพที่ทิ้งอยู่ในป่าช้า เกิดความสลดใจ คิดเบื่อหน่าย ฯ
๔.
พระสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีบริวารมาก คือใคร ? เพราะท่านมีคุณธรรมอะไร ?
ตอบ
พระสาวกผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มีบริวารมาก คือ พระอุรุเวลกัสสปะ ฯ
เพราะท่านรู้จักสงเคราะห์บริวารด้วยอามิสบ้าง ด้วยธรรมบ้าง จึงเป็นที่รักใคร่นับถือ สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจบริวารไว้ได้ ฯ
๕.
พระอัสสชิแสดงธรรมแก่อุปติสสปริพาชก มีใจความย่อว่าอย่างไร ?
ตอบ
มีใจความย่อว่า “ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระศาสดาทรงแสดงเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระศาสดาตรัสสอนอย่างนี้”
๖.
พระมหากัสสปะ โดยปกติถือธุดงค์กี่อย่าง ? อะไรบ้าง ?
ตอบ
พระมหากัสสปะ โดยปกติถือธุดงค์ ๓ อย่าง คือ
๑. นุ่งหุ่มผ้าบังสุกุลจีวรเป็นวัตร
๒. เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
๓. อยู่ป่าเป็นวัตร
๗.
พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอุปมาด้วยพิณ ๓ สายแก่ใคร ? ด้วยทรงมีพระประสงค์ใด ?
ตอบ
ทรงแสดงแก่พระโสณโกฬิวิสะ ฯ
ด้วยมีพระประสงค์จะให้ท่านทำความเพียรพอประมาณ เพราะท่านทำความเพียรอย่างยิ่ง เป็นเหตุให้เกิดทุกขเวทนา ทำให้ไม่บรรลุธรรม ฯ
๘.
พระเถระและพระเถรีผู้มีชื่อต่อไปนี้ ได้รับเอตทัคคะในทางไหน ฯ
ก. พระมหากัจจายนะเถระ
ข. พระโมฆราชเถระ
ค. พระราหุลเถระ
ง. พระปฏาขาราเถรี
จ. พระอุบลวรรณาเถรี
ตอบ
ก. พระมหากัจจายนะเถระ เป็นเอตทัคคะในทางอธิบายคำย่อให้พิสดาร
ข. พระโมฆราชเถระ เป็นเอตทัคคะในทางทรงจีวรเศร้าหมอง
ค. พระราหุลเถระ เป็นเอตทัคคะในทางผู้ใฝ่ใจศึกษาพระธรรมวินัย
ง. พระปฏาขาราเถรี เป็นเอตทัคคะในทางทรงวินัย
จ. พระอุบลวรรณาเถรี เป็นเอตทัคคะในทางมีฤทธิ์
ศาสนพิธี
๙.
จงเขียนอุโบสถศีลข้อที่ ๓ มาดู ฯ
ตอบ
อุโบสถศีลข้อที่ ๓ ว่า “อพฺรหฺมจริยา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ” ฯ
๑๐.
ธรรมเนียมของสงฆ์ที่พึงปฏิบัติชอบต่อกันเพื่อความสามัคคี เรียกว่าอะไร ? หมายถึงอะไร ?
ตอบ
เรียกว่า สามีจิกรรม ฯ หมายถึง การขอขมาโทษและการให้อภัยกัน ฯ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *